Tips&How to
กินยาอย่างไรให้ถูกวิธี
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าสภาพแวดล้อมของบ้านเรามันโหดร้ายจริงๆ ไหนจะฝุ่น ไหนจะโรค บอกเลยว่าอยู่ยากขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นการรับประทานยาเลยกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเพื่อให้ยาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรามาเรียนรู้วิธีการทานยาที่ถูกต้องกันดีกว่าค่ะ!

ยาก่อนอาหาร

รับประทานก่อนเวลาอาหารอย่างน้อย 30 นาที หากลืมรับประทานยา สามารถรอประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารเพื่อรอให้ท้องว่าง แล้วจึงทานยาที่ลืม หรือเวลาที่ต้องรับประทานยาใกล้กับมื้อถัดไป สามารถข้ามยาที่ลืม แล้วรับประทานยามื้อต่อไปตามขนาดปกติได้ โดยไม่ต้องรับประทานยาซ้ำ

ยาระหว่างอาหาร

ยาชนิดนี้ให้รับประทานหลังจากทานอาหารไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ยาหลังอาหาร

ควรรับประทานยาหลังมื้ออาหารประมาณ 15 – 30 นาที หากลืมรับประทานยา ควรรอรับประทานหลังมื้ออาหารถัดไป

ยาหลังอาหารทันที

ยาประเภทนี้ควรรับประทานหลังทานอาหารเสร็จทันที เพราะอาจมีฤทธิ์ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้

ยาก่อนนอน

ควรรับประทานก่อนเวลาเข้านอน 15 – 30 นาที

ยาที่ต้องเคี้ยวก่อน

ควรเคี้ยวหรือบดยาให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานของยาทำงานได้ดี

ยาที่ทำให้ง่วงซึม

หลังรับประทานยาประเภทนี้ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ การทำงานกับเครื่องจักรกล และระมัดระวังอุบัติเหตุ

ยาที่ต้องดื่มน้ำตามมากๆ

หลังรับประทานยาชนิดนี้ควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง

ยาที่แนะนำให้ทานซ้ำทุก 4 – 6 ชั่วโมง

ยาประเภทนี้ไม่ควรทานซ้ำก่อนครบ 4 – 6 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ระดับของตัวยาในกระแสเลือดสูงเกินไปจนส่งผลข้างเคียงได้

ยาที่ต้องรับประทานติดต่อกันจนหมด

ควรรับประทานติดต่อกันให้เหมาะตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันอาการดื้อยา เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ

ยาที่ทานแล้วไม่ควรนอนทันที

ยาชนิดนี้มักจะมีผลให้หูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารปิดไม่สนิท หลังทานยาควรนั่งหลังตรงทิ้งเวลาประมาณ 30 – 60 นาที

ยาทานตามอาการ

เป็นยาที่ใช้รับประทานเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น ไม่จำเป็นจะต้องทานต่อเนื่อง เช่น ยาพาราเซตตามอล

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตในการรับประทานยาอยู่อีก นั่นคือ เราไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น และควรสังเกตลักษณะของเม็ดยา ว่าไม่มีการแตกร่วน เปลี่ยนสี ขึ้นรา เยิ้มเหนียว หรือมีกลิ่นผิดปกติ หากเป็นยาชนิดแคปซูลจะต้องไม่บวมพอง จับตัวเป็นก้อน หรือผงยาด้านในเปลี่ยนสี ส่วนยาชนิดน้ำต้องไม่มีลักษณะจับตัวเป็นตะกอน ก้อนแข็ง เป็นต้น อย่างไรก็ตามการทานยาเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจการใช้งาน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

BEAUTY SEEFIRST
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First editor