Tips&How to
กินอาหารให้ตรงเวลานี่มันกี่โมงกันนะ?
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

บอกให้ทานอาหารให้ตรงเวลา แต่เวลาที่ว่านี้มันคือกี่โมง เรามาเช็คตามไทม์ไลน์เวลาของหนุ่มสาวออฟฟิศกันว่ามื้อเช้า กลางวัน เย็น มื้อไหนควรเลือกทานตอนไหนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายที่สุด

มื้อเช้า: 07:00 – 09:00 ไม่ควรเกิน 10:00
เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเช้าควรอยู่ในช่วงเวลา 07:00 – 09:00 อย่าให้เกิน 10:00 น.หรือหากใครตื่นไม่ทันเวลานี้ควรทานหลังจากตื่นนอนไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะเป็นช่วงเวลาของการทำงานของกะเพาะอาหารจะช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร และดูดซึมได้ดี โดยเลือกเน้นไปที่การทานแป้งและโปรตีน เพื่อเป็นพลังงานให้เราพร้อมทำงาน ช่วยบำรุงสมอง และร่างกาย ซึ่งมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญไม่ควรข้าม มีงานวิจัยพบว่าการทานอาหารเช้านั้นจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ทานอาหารเช้าอีกด้วย

มื้อเที่ยง: 12:00 – 13:00 น. ไม่ควรเกิน 14:00 น.
เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเที่ยงคือ 12:00 – 13:00 น. และไม่ควรเกิน 14:00 น. หรือทานหลังมื้อเช้าประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งในมื้อนี้สามารถทานได้เยอะกว่ามื้ออื่นๆ เพื่อให้นำพลังงานไปใช้ได้เต็มที่ รวมถึงเป็นมื้อที่เราสามารถเผาผลาญได้มากกว่ามื้ออื่นๆ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมสำหรับชาวออฟฟิศก็ช่วงพักกลางวันนี่แหละจะมีส่วนช่วยในการควบคุมความหิว และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี หากทานช้าไปจะมีผลต่อลำไส้เล็กดูดซึมและซ่อมแซมส่วนที่ซึกหรอได้ไม่เต็มที่

มื้อเย็น: 18:00 – 19:00 น. ไม่ควรเกิน 21:00 น.
เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเย็นคือช่วง 18:00 – 19:00 น. แต่ไม่ควรเกิน 21:00 น.หรือควรทานก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง แนะนำว่าควรทานอะไรที่ย่อยง่าย ไม่หนักไป นอกจากนี้แนะนำให้ลดการทานอาหารจำพวกน้ำตาล หรือมีน้ำตาลสูงเพราะจะช่วยควบคุมให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ไม่สูงจนเกินไป และทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุผลข้อนี้เองเลยเป็นที่มาที่นักโภชนการหลายคนแนะนำให้ลดแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตลง เพราะโดยปกติช่วงเย็นจะเป็นเวลาพักผ่อน ทำให้ร่างกายไม่ค่อยใช้พลังงานมากเท่าไหร่นัก หากจะให้ดีเราะแนะนำให้ออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อเผาผลาญส่วนเกินอื่นๆสำหรับหุ่นและสุขภาพที่ดี

นอกจากการทานอาหารในเวลาที่เหมาะสมกับระบบการทำงานของร่างกายแล้ว การทานอย่างพอดี มีสารอาหารครบ จะเป็นประโยชน์ต่อเราอย่างมากนะจ๊ะ แถมยังส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และควรนอนหลับให้เพียงพอ ทั้งนี้เวลาที่เราแนะนำนั้นเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยแต่ละคนเช่นกัน อย่างโรคประจำตัว ไลฟ์สไตล์ และความกังวลส่วนบุคคล

อ่านเรื่องตารางเวลาร่างกายตั้งแต่ตื่นถึงเข้านอนต่อได้ที่ CLICK

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator