Tips&How to
ไม่ลองไม่รู้ 14 วัน กักตัว(เอง) ผิวสวยด้วยสกินแคร์เหล่านี้
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

โควิดจิตตกกันอยู่ไหม? พักก่อน พักความกังวลทั้งหลาย และมาเติมความสวยให้ผิวด้วยชาเลนจ์เก๋ๆ สำหรับสาวๆ ที่กำลัง work from home หรือ สาวๆที่อยากท้าทายอำนาจครีมบำรุง ด้วยการลองเทสผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์เคลมว่า 14 วัน จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง!!! เช็คดูสิบนโต๊ะมีสกินแคร์เหล่านี้อยู่ไหน ถ้าไม่มีช้อปออนไลน์ระบายความเครียด และมาบำรุงผิวให้สวยพร้อมหลังสถานการณ์โควิดกันค่ะ

SHISEIDO White Lucent Illuminating Micro-Spot Serum (30 มล. 4,800 บาท)

หลายคนที่เคยลอง white lucent แน่นอนว่าต้องเลิฟในคุณสมบัติ มาวันนี้เค้าพัฒนาสูตรใหม่ ที่กล้าพูดว่าให้ประสิทธิภาพเร็ว และดีกว่าสูตรเดิมถึง 1.5 เท่า ด้วย Sakura-Bright System และ ReNeura Technology+™ เทคโนโลยีลดจุดด่างดำช่วยลดเลือนรอยที่มองเห็นและมองไม่เห็น จะทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ทั้งยังฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่แห้ง ให้มีความชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี โดยเนื้อบางเบาเป็นกึ่งโลชั่นสีขาวขุ่น มีความเข้มข้น ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ กระซิบว่าใครอยากมีผิวขาวอมชมพู ดูมีเลือดฝาดนิดๆ ขวดนี้ตอบโจทย์เลยล่ะ 14 วันรู้เรื่อง

ARTISTRY Intensive Skincare 14 Night Reset Program (14 ชิ้น/9,850 บาท)

ดูจากแพ็คเกจพอเดาได้ใช่ไหมคะว่าตั้งใจออกแบบมาให้ใช้ 1หลอด ต่อ 1คืน เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเข้มข้นสูง แต่บางเบาเป็นเซรั่มใสๆ แบรนด์บอกว่าเซ็ตนี้ให้ผลลัพธ์ได้เร็ว และครอบคลุมทุกปัญหาผิวกว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์ทำมา ให้ความชุ่มชื่น ให้ผิวกระจ่างใส ลดริ้วรอย และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ลองคืนแรกก็รู้สึกแล้วว่าเช้ามาผิวนุ่ม ผ่านไป 7 วันรู้สึกเลยว่าผิวดีขึ้น ไม่ต้องพูดถึง 14 วัน ก็สมคำคุยจริงๆและ ว่าแล้วก็อยากกลับไปใช้อีก แนะนำให้ 3 เดือนกลับมาใช้ 1 เซ็ต จะรู้สึกได้ว่าผิวแข็งแรงขึ้น เป็นรอยก็หายไว เพราะคอลลาเจนแน่นมากจริงๆ ในส่วนของราคานั้น 9,850 บาท คือ ต้องมีงบที่จะเปย์ผิวแหละ

L’OREAL Revita Lift Day Cream SPF35 PA++  (50 มล. 599 บาท)

ไม่ได้แค่อายุที่นำพาริ้วรอยมาให้ช้ำใจ แต่ความเครียดนั้นก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผิว ตั้งแต่ความแห้ง ความหมองคล้ำ และริ้วรอย ทำอารมณ์ให้ดีเข้าไว้ และมาดูแลผิวเป็นประจำทุกวันด้วย ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่าง โปร-เรตินอล ผสานกับเซนเทลล่า เอเชียติก้า ที่เนื้อครีมมีความเข้มข้นมาก และยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ทำให้ผิวชุ่มชื่นเปล่งปลั่ง ดูเรียบเนียน และกระจ่างใสขึ้นในช่วงอาทิตย์แรก ทั้งยังทำให้ผิวดูกระชับ ริ้วรอยลดเลือนลดลงตั้งแต่ หน้าผาก เปลือกตา ระหว่างคิ้ว คอ ร่องแก้ม ใบหน้า รอบริมฝีปาก และหางตา ใครมีปัญหาตรงไหน เน้นย้ำตรงนั้นได้เลยจ้า

JUV Cream Anti- Acne Moisturizer (30มล. 790บาท)

ผิวแพ้ง่ายต้องยอม หลอดนี้เนื้อครีมเข้มข้น ให้ความชุ่มชื่นสูง และขึ้นชื่อเรื่องปลอบประโลม และควบคุมความมัน ยิ่งใครเป็นสิวจากการใส่หน้ากากอนามัยบอกเลยว่าช่วยได้จริงๆ เพราะนอกจากคุณสมบัติ Anti-Acne ที่ดูแลปัญหาสิว ลดแบคทีเรียแล้ว ยังมี Anti-Irritant ที่ให้ความชุ่มชื่น ลดรอยแดง และคอยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ ไม่ต้องคิดว่าเอ๊ะอยู่บ้านไม่เจอมลภาวะนะ เปิดหน้าต่าง แสงจากข้างนอก หรือแสงจากหน้าจอคอมก็กระทบเข้าผิวทั้งนั้น ฉะนั้นใครอยากสิวหาย แนะนำล้างหน้าให้สะอาด ถอดหน้ากากตอนอยู่ในบ้านให้ผิวได้หายใจ และบำรุงด้วยครีมดูแลสิวโดยเฉพาะ แค่นี้ก็ผิวสวยแล้วค่ะ

CLINIQUE Even Better Clinical Dark Spot Corrector + Interrupter (30 มล. 2,850 บาท)

ใครที่มีปัญหารอยดำ รอยสิว สีผิวดูหมองๆ ไม่สม่ำเสมอกัน ได้เวลาลอง Dark Spot Corrector + Interrupter เทคโนโลยีใหม่ของ Clinique และ ขวดนี้เราชอบตั้งแต่สูตรเก่า แต่พอทำใหม่รู้สึกว่ารอยต่างๆจางไวขึ้น อาจจะด้วยมีโมเลกุลความกระจ่างใสที่เข้มข้นกว่าสูตรเดิม ทั้งยังมี Glucosamine ที่มาเสริมการผลัดเซลล์ และAscorbyl Glucoside ที่คอยลดเลือนการเกิดจุดด่างดำ ทำให้จุดดำๆ ที่เราเห็นบนผิวดูจางลง และจุดที่กำลังจะเกิดก็ได้รับการดูแลให้หายไปก่อนจะชัดขึ้น ไม่ต้องรอถึง 14 วันหรอก ประมาณ อาทิตย์กว่าๆเราก็รู้แล้วว่าผิวเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

INNISFREE Jeju Cherry Blossom Tone-Up Cream (50 มล. 840 บาท)

เรียกว่าครีมปรับสีผิวเนื้อบางเบาและกัน กระปุกนี้ควรใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง เหมาะสำหรับคนไม่ชอบอะไรที่มากขั้นตอน ทากระปุกนี้และทาครีมกันแดดต่อได้เลย ด้วยสารสกัดจากหัวบีทรูทจะทำหน้าที่ป้องกันการขาดน้ำ และสารสกัดจากดอกซากุระที่ให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เนื้อไม่หนาหรือหนักหน้าเกินไป เป็นหนึ่งในครีมปรับสีผิวที่น่าลองมากในช่วงนี้ เพราะมันให้ความสว่างและเอฟเฟกต์โทนสีธรรมชาติ ที่ทำให้เราไม่ต้องเพิ่งเบส หรือ รองพื้นให้อุดตัน

ORIENTAL PRINCESS Ultimate Renewal Concentrated Serum (50 มล.1,375 บาท)

สวยใสไร้ริ้วรอยด้วยเซรั่มงบหลักพัน เนื้อเซรั่มเข้มข้น แต่ไม่หนักผิว ทาได้ทั้งเช้าและกลางคืน ช่วยคืนความกระชับ ทั้งยังแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ดี แต่ที่เห็นชัด คือ ความชุ่มชื่น และน้ำในผิวมีความสมดุล อีกทั้งเนื้อเซรั่มยังซึมได้ดีกับทุกสภาพผิว แบรนด์บอก 7 วัน ริ้วรอยลด เราให้ 14 วันเลย ใครลองแล้วมีฟีดแบคยังไงบ้างมาเม้นต์กัน แต่เราว่าใครมีงบจำกัดขวดนี้คุณภาพเกินราคา น่าลองมากๆจ้า

PIXI Overnight Glow Serum (30 มล. 960 บาท)

เซรั่มเนื้อใส ใช้แค่ 2-3 หยด วอล์มและลงที่ผิวให้ทั่วก่อนทามอยเจอร์ไรเซอร์ จะให้ความชุ่มชื่นกับผิว เสริมความอ่อนล้าด้วยส่วนผสมของแตงกวา และว่านหางจระเข้ที่มอบความชุ่มชื้น ทั้งยังมีวิตามินเอ, วิตามินซี และวิตามินบี ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวแลดูกระจ่างใส ทั้งยังลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูสุขภาพดี แนะนำให้ใช้ตอนกลางคืนนะคะ หรือถ้าใช้ตอนเช้าควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือออกจากบ้าน

ALPHA-H Hyaluronic 8 (25 มล.1,765 บาท)

ขวดนี้เป็นเซรั่มเนื้อสีขาวขุ่น โดดเด่นที่ Hyaluronic Acid คอยช่วยฟื้นฟูผิวแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื่น โดยแต่ละขนาดจะซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวได้ทันทีและล้ำลึก ทำงานกับแต่ละชั้นผิวได้อย่างเข้มข้น ทั้งยังมีสารเพิ่มความชุ่มชื่น 8 ชนิดที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำจากภายใน อาทิ Ultrafiller และ Hydranov ช่วยปั๊มผิวและฟื้นฟูริ้วรอยให้ตื้นขึ้น, Cureberry ช่วยปกป้องผิวในแต่ละวัน, Pollushield™ และ Lumicease™ ช่วยลดเลือนริ้วรอย สังเกตว่าในช่วงอาทิตย์แรกผิวจะดูอิ่มฟู เหมือนคนดื่มน้ำครบ 8 แก้วต่อวัน ผ่านไป 2 อาทิตย์จะได้ความรู้สึกของผิวที่ได้รับการพักผ่อน และบำรุงอย่างเต็มที่ ริ้วรอยเล็กๆ ค่อยจางลง แต่ริ้วรอยลึก อาจจะต้องใช้เวลา

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator