Tips&How to
กลิ่นอโรม่าแบบไหนช่วยลดความเครียดและเพิ่มไอเดียงานช่วงอยู่บ้าน
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

กลิ่นหอมถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีผ่อนคลายสุขภาพจิตของใครหลายคน ซึ่งเคยมีงานวิจัยว่าการได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ จะเป็นการคืนสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เหมือนกับการได้เห็นภาพธรรมชาติ ก็จะทำให้เกิดแง่คิดเชิงบวกมากขึ้น แต่เมื่อเราต้องอยู่แต่ในบ้าน กลิ่นหอมจึงทำให้เกิดผลที่ดีต่อความรู้สึก และกลายเป็นที่มาของคำว่า กลิ่นบำบัด! และกลิ่นที่เราแนะนำให้มีติดบ้านไว้เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเพิ่มความสามารถในการทำงานช่วง #StayHome ก็ต้องกลิ่นเหล่านี้เลย

กลิ่นอโรม่าที่แนะนำ

กลิ่นเปลือกไม้จันทน์ (Sandalwood) มักจะนำมาเป็นกลิ่นพื้นฐานของห]ายๆ กลิ่นเพราะมีความเข้มข้นสูง จึงระเหยช้า เมื่อเราสูดดมจะช่วยให้จิตใจสงบลง และผ่อนคลายจากความเครียด ความกังวล รู้สึกสดชื่นขึ้น ซึ่งแนวกลิ่นจะมีความอ่อนโยนแต่แฝงความหวานเบาๆ จึงเหมาะกับเพิ่มพลังในวันเหนื่อยล้าได้ดี

กลิ่นมะลิ (Jasmine) หนึ่งในกลิ่นที่นิยมใช้กันตามสปา ซึ่งกลิ่นนี้จะออกแนวหอมหวานสไตล์ดอกไม้ที่ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวลได้ และจากเวบไซต์ของโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ยังมีบทความหนึ่งได้เขียนถึงกลิ่นนี้ว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

กลิ่นเปเปอร์มิ้นต์ (Peppermint) เป็นการสกัดจากใบมิ้นต์ที่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการตึงเครียดลงได้ ผลตามมาคือช่วยทำให้เกิดสมาธิ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และด้วยกลิ่นที่หอมสดชื่น จึงหายใจได้โล่งขึ้น ร่างกายกระปรี่กระเปร่า และลดความง่วงได้ดีเลยล่ะ

กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) มักสกัดมาจากส่วนยอดของดอกลาเวนเดอร์ ซึ่งควรเลือกใช้กลิ่นนี้ในช่วงที่เราต้องการพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า อย่างช่วงหลังเลิกงาน หรือก่อนนอน เพราะจะยิ่งทำให้ทุกคนหลับสบาย รู้สึกผ่อนคลาย และจิตใจสงบมากขึ้น มันจะฟินมากถ้าได้กลิ่นนี้หลังอาบน้ำใหม่ๆ เป็นการรีเฟรชตัวเองก่อนการเริ่มต้นทำงานในวันถัดไปได้ดีเยี่ยม

กลิ่นตะไคร้หอม (Citronella) เป็นสารสกัดที่ได้มาจากต้นตะไคร้หอม ที่อยู่ในตระกูลส้มและมะนาว ซึ่งนอกจากจะสามารถไล่แมลงต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ และกระตุ้นให้ร่างกายได้รับความผ่อนคลาย ลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ รวมถึงมีกลิ่นหอมสดชื่นแนวธรรมชาติ

กลิ่นยูคาลิปตัส (Eucalyptus) สกัดมาจากใบยูคาลิปตัส ซึ่งจะมีกลิ่นหอมเย็นๆ ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย เพราะเมื่อสูดดมจะรู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง จึงเป็นการลดความเครียดได้ทั้งจิตใจ และกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่ลอยอยู่ตามอากาศได้อีกด้วย

กลิ่นวานิลลา (Vanilla) หนึ่งในกลิ่นต้นแบบของความหอมหวานแนวขนม สกัดมาจากเมล็ดของต้นวานิลลา ซึ่งเป็นพืชตระกูลกล้วยไม้ โดยสรรพคุณของกลิ่นเมื่อเราได้สูดดม จะช่วยสร้างความผ่อนคลายและบำบัดความอ่อนเพลียจากร่างกายที่เหนื่อยล้า และปรับจิตใจให้กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังใช้กลิ่นนี้มาบำบัดรักษากลุ่มคนไข้ที่เป็นโรคเครียดหรือวิตก เพื่อการักษาที่ง่ายขึ้น

วิธีการสร้างกลิ่นหอมภายในบ้าน

สเปรย์ฉีด ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านบิวตี้ ทั่วไป หรือสามารถทำกลิ่นบำบัดได้เอง โดยการนำน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นมาผสมกับน้ำอุ่นไม่เกิน 45 องศาเซลเซียสแล้วใส่ขวดสเปรย์ พร้อมนำมาฉีดได้เลย โดยสเปรย์ฉีดอากาศจะเหมาะกับห้องปิดหรือฉีดในรถมากกว่าในห้องที่มีอากาศถ่ายเท เพราะกลิ่นจะอยู่ได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะกับการดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ภายใน 10 วินาที

เทียนหอม ควรจุดในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือถ้าต้องการจุดในห้องปิดที่ติดเครื่องปรับอากาศ ให้เลือกใช้เทียนขนาดเล็กวางในมุมที่สามารถกระจายกลิ่นได้ดี เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง โดยจุดประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้กลิ่นระเหยในอากาศ และไม่ควรวางไว้ใกล้เครื่องฟอกอากาศ เพราะอาจทำให้กลิ่นหอมหายไป แต่อย่าลืมดับเทียนด้วยนะจ๊ะด้วยภาชนะที่เป็นฝาแก้ว กันกลิ่นไหม้ที่ติดอยู่ตรงปลายเชิงเทียน

ก้านไม้หอม อีกหนึ่งวิธีที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากบางครั้งการใช้เทียนหอมหรือสเปรย์ กลิ่นอาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่าก้านไม้หอม อีกทั้งยังใช้งานง่าย เพียงแค่ใส่ไว้ในขวดน้ำมันหอมระเหย กลิ่นก็จะหอม นอกจากนี้ยังเป็นไอเท็มที่ไว้ใช้ตกแต่งบ้านได้อย่างสวยงาม และควรกลับด้านก้านไม้หอมทุกๆ 2 อาทิตย์ หรือเมื่อรู้สึกว่ากลิ่นหอมลดลง

เครื่องพ่น สำหรับคนที่มีงบสูงขึ้นมาหน่อย การเลือกใช้เครื่องพ่นกลิ่นอโรม่าก็เป็นไอเดียที่ดีเช่นกัน เป็นการลงทุนซื้อเครื่องหนึ่งครั้งสามารถใช้ได้นานมากๆ โดยเปลี่ยนแค่น้ำมันหอมระเหยด้านในเครื่องเท่านั้น แต่ไม่ควรวางไว้ในที่มีอากาศชื้น เพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องพ่นนั่นเอง

Credit Cover Photo: helloglow.co & anthropologie.com

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator