Tips&How to
คอลลาเจนเสริมได้แต่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

ศัพท์วงการความงามที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ คำว่า คอลลาเจน แต่กลับเป็นสิ่งที่คนยังเข้าใจผิด และเลือกวิธีการเสริมคอลลาเจนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ บางคนถึงขั้นยอมลงทุนซื้อครีมแพงๆ ไปคลินิกตามกระแสนิยม หรือแม้กระทั่งกวาดคอลลาเจนมาชงทานแบบนับยี่ห้อไม่ถ้วน แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว คอลลาเจนแต่ละรูปแบบก็มีจุดที่เราต้องทราบเช่นกันนะสาวๆ

คอลลาเจนผลิตได้เองแต่ก็ลดตามช่วงอายุ

เราคงรู้กันมาบ้างอยู่แล้วว่าตามธรรมชาติของร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่นั่นหมายความว่า ทุกคนต้องมีอายุต่ำกว่า 25 ปีถึงจะมีระดับคอลลาเจนที่เพียงพอ เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ฮอร์โมนก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามเช่นกัน กระบวนการผลิตคอลลาเจนได้เองก็ประสิทธิภาพลดลง จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมพอเราอายุมากขึ้น ผิวจึงไม่เต่งตึงเหมือนสมัยเอ๊าะๆ และเรายังมาพร้อมข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อคุณอายุแตะเลข 4 ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงถึง 25% และเมื่อแตะเลข 6 ก็จะลดลงถึง 50% จึงมีเรื่องของการทา ฉีด ทานคอลลาเจนในการช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนนั่นเอง

จะรู้ได้อย่างไรว่าผิวมีคอลลาเจนลดลง

คอลลาเจนถือเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นผิวและจะรวมตัวกันเป็นเส้นใยเพื่อเสริมเซลล์ผิว จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญถึง 75% ที่ส่งผลต่อผิวพรรณ เส้นผม หรือแม้แต่กระดูกของเรา แต่หากพูดถึงในแง่ของผิวพรรณ การที่คอลลาเจนลดลงจะก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายในรูปแบบต่างๆ อย่างที่เรารู้จักกันว่าเป็น รอยตีนกา บ้างล่ะ ร่องผิวที่เกิดจากการแสดงอารมณ์บ้างล่ะ แม้กระทั่งใบหน้าที่ดูหย่อนคล้อยลง คอเป็นรอยริ้วๆ หรือแม้แต่เส้นผมที่ไม่ดกดำเหมือนก่อน ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคอลลาเจนทั้งสิ้น

พฤติกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องอายุ ก็ส่งผลต่อคอลลาเจนได้

  • ผู้ที่ชอบทานของทอด ของมัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีไขมันสูง ซึ่งตัวไขมันอาจเข้าไปทำลายพวกกระบวนการผลิตคอลลาเจนได้
  • ไม่ทาครีมกันแดด โดยเฉพาะคนที่ต้องเผชิญมลภาวะและแสงแดดจากภายนอกเป็นประจำ เพราะสิ่งเหล่านี้มีตัวที่ชื่อว่า อนุมูลอิสระ รวมถึงรังสียูวี หรือแม้แต่ค่าฝุ่นเล็กๆ เข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้ การทาครีมกันแดดจึงเป็นหนึ่งในวิธีทั้งดูแลและปกป้องผิวเรา
  • สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวทำลายผิว โดยเฉพาะนิโคตินในบุหรี่ ตัวการที่ทำให้เส้นเลือดในผิวหนังตีบตัน เลือดจึงไหลเวียนไม่ดี ส่งผลให้ผิวแห้ง มีริ้วรอยและหมองคล้ำได้ ส่วนแอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเซลล์ผิว ผิวก็เสื่อมสภาพลงนั่นเอง

ควรเลือกเสริมคอลลาเจนแบบไหนดี?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจรูปแบบการเสริมคอลลาเจนให้ร่างกายก่อน โดยขอแบ่งตามพฤติกรรมของสาวไทยเลย คือ เลือกทาสกินแคร์, การเลือกใช้นวัตกรรมด้านผิวพรรณ และการทานคอลลาเจนในรูปแบบต่างๆ เช่น ชนิดชงดื่ม ชนิดซอง หรือชนิดเม็ด ซึ่งแท้จริงเราอาจจะใช้วิธีต่างๆ ร่วมกันได้ และเป็นความคิดที่ดีที่เราจะเสริมคอลลาเจน แต่แค่ต้องทำความเข้าใจหลักของกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกันซักหน่อย

  • การทาสกินแคร์ โดยทั่วไปเรามักจะเลือกจากคุณสมบัติที่บ่งบอกว่าอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนเพื่อชะลอริ้วรอยก่อนวัย อย่างสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของกลุ่มเรตินอยด์ และกลุ่มวิตามินซี ซึ่งไม่มีสกินแคร์ตัวไหนที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนแบบ 100% เพราะแท้จริงแล้วโมเลกุลของคอลลาเจนมีขนาดใหญ่จึงไม่สามารถซึมลึกถึงชั้นหนังผิวแท้ได้ (ซึ่งเป็นชั้นที่ผลิตคอลลาเจนในร่างกาย) การบำรุงครีมที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนหรือมีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนที่ผ่านเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดขนาดโมเลกุลให้เล็กลง เป็นเพียงการบำรุงเพื่อผลักคอลลาเจนสู่ชั้นผิวหนังกำพร้า ผิวจึงดูมีความชุ่มชื่นขึ้น กระจ่างใส และดูเปล่งปลั่งหากมองจากภายนอก แต่ไม่ได้เข้าไปเสริมลึกถึงภายในของระบบการเสริมสร้างกลไกการทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนในร่างกาย
  • ใช้นวัตกรรมด้านผิวพรรณ อีกหนึ่งวิธีที่เป็นที่นิยม คือการไปคลินิกเสริมความงาม และใช้เครื่องในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนหรือใช้วิธีการฉีด ซึ่งวิธีนี้อาจจะลึกได้ถึงใต้ชั้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจนได้ตรงจุดเพื่อการฟื้นฟูผิวพรรณโดยเฉพาะ แต่ราคาทำต่อครั้งค่อนข้างสูง เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงมากเช่นกันของเครื่องหรือตัวยาเหล่านี้ อีกทั้งยังต้องใช้หมอผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้ทำให้ มีการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง และควรศึกษาให้ดีว่ามีโทษต่อร่างกาย ผ่าน อย. หรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไรเพื่อความปลอดภัย
  • การทานคอลลาเจน โดยจะแบ่งเป็นชนิดผงสำหรับชงดื่ม ชนิดรูปแบบซอง (ฉีดทานได้เลย) และการอัดคอลลาเจนในรูปแบบเม็ด ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลนั้น ถ้าเทียบกันเองในกลุ่มคอลลาเจนแบบทาน วิธีการชงดื่ม ร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้เร็วสุด เพราะถือเป็นรูปแบบเหลวที่ร่างกายไม่ต้องใช้เวลาในการย่อยเท่ารูปแบบอื่นๆ แต่ไม่ว่าจะทานรูปแบบใด ตามองค์การอาหารและยา แนะนำให้ทานคอลลาเจนเสริม ไม่เกิน 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน (หากเกินร่างกายจะขับออก) และควรเลือกกินคอลลาเจนชนิดสายสั้น (Hydrolyzed collagen) เพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนสายยาว โดยสังเกตที่ข้อมูลบนกล่องผลิตภัณฑ์ตอนซื้อนั่นเอง

คอลลาเจนแบบทานที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เมื่อเราทานเข้าไปจะไม่ได้สลายกลายเป็นคอลลาเจนเลยทันที แต่ร่างกายจะแบ่งออกเป็นกรดอะมิโน และเปปไทด์ก่อนแล้วจึงกระจายผ่านทางกระแสเลือดอย่างเท่าเทียมกันเพื่อไปเป็นสารตั้งต้นในการสร้างโปรตีนทุกชนิด แต่ก็จะมีบางส่วนที่จะถูกนำไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อเสริมผิวพรรณของเรา เพราะฉะนั้นวิธีนี้จึงเป็นตัวที่เสริมสร้างคอลลาเจนได้ถึงชั้นผิวหนังแท้ เพียงแค่ไม่ได้นำคอลลาเจนเสริมที่ทานเข้าไปไปบำรุงผิวทั้งหมด 100% ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายเราจะมีส่วนไหนที่ยังต้องใช้โปรตีนบ้าง ก็จะถูกแบ่งทอนกันไป จึงไม่สามารถพูดเป็นอัตราเปอร์เซนต์เป๊ะๆ ได้ว่าผิวเราจะได้รับการบำรุงเท่าไรจากที่ทานเสริมเข้าไปจ้า

แนะนำเพิ่มเติม

การทานอาหารก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารจำพวกที่มีโปรตีน และโอเมก้า อย่าง ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาทูน่า, ถั่ว, ผักที่มีเบต้าแคโรทีน และผลไม้สีแดงที่มีวิตามินต่างๆ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แครอท ผักโขม มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ เพื่อเสริมการสร้างเซลล์ผิวและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การออกกำลังกายยังเป็นวิธีที่ได้ผล เพราะจะไปกระตุ้นกลไกผลิตคอลลาเจนในร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Credit Cover Photo: Gettyimages และ Summer Fridays

Credit Source: Getthegloss และ Healthline

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator