Trends&Update
ประวัติศาสตร์งานคิ้วทรงไหนเคยฮิตจนมาถึงปี 2020
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

คิ้วคือหนึ่งส่วนของใบหน้าที่เรียกว่า พลิกอารมณ์ของเราและคนมองได้เช่นกัน จึงเป็นส่วนสำคัญในการแต่งหน้า โดยยุคก่อนๆ นักแสดงหญิงนอกจากจะปรับลุคการแต่งตัว คิ้วก็กลายเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ที่สื่อถึงบุคลิกของสาวยุคนั้นได้ดี งั้นตามไปดูกันว่าหากย้อนเวลากลับไปในแต่ละทศวรรษเริ่มตั้งแต่ช่วงยุค 20 พัฒนาการทรงคิ้วกว่าจะมาถึงทุกวันนี้มันเป็นอย่างไร

ปี 1920s
ถือเป็นช่วงท้ายๆ ของยุคภาพยนตร์เงียบ (ไม่มีเสียงคนพูด) และนักแสดงหญิงที่โด่งดังชื่อ Clara Bow จะเน้นการเขียนคิ้วเพื่อสื่ออารมณ์แทนการพูด มีลักษณะโค้งมน แบบบางเฉียบ เรียกว่าถอนเกือบหมดและเขียนขึ้นใหม่ก็ว่าได้ จึงใช้การแต่งหน้าเป็นทริคนึงในการสื่ออารมณ์ของนักแสดงนั่นเอง และผู้หญิงสมัยนั้นจึงเขียนคิ้วแบบตั้งใจให้คิ้วเป็นจุดที่เห็นชัดสุดบนใบหน้าเหมือนกับดาราหนัง

ปี 1930s
ให้เรานึกถึงเวลาพิมพ์งานแล้วอยากเพิ่มความเด่นให้เห็นชัดขึ้นโดยการเลือกคำสั่ง bold คิ้วในยุคนี้ก็เช่นกัน โดยตัวอย่างของคนดังยุคนั้นที่โดดเด่นคือ Billie Holiday นักร้องเพลงแจ๊สที่เขียนคิ้วหนาเด่นชัด และยังโค้งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงลากเส้นคิ้วยาว

ปี 1940s
ยุคนี้คิ้วบางหายไป แต่ใกล้ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปรับให้มีความโค้งโก่งรับกับสันจมูกเพื่อหน้าที่ดูคมเป๊ะ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนักแสดงสาวฮอลลีวูด อย่าง Joan Crawford ที่เขียนคิ้วให้ดูหนาชัดขึ้น โดยเด่นที่ลักษณะการเขียนให้โก่งขึ้น ช่วงต้นคิ้วมีความหนาตามรูปคิ้ว

ปี 1950s
เป็นยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ว่าคิ้วจะดูมีมุมเหลี่ยมขึ้น และคงความหนาที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่จะมีจุดสูงที่สุดเพื่อช่วยให้ใบหน้าดูเด่นมีมิติ คือช่วงเกือบปลายหางคิ้วก่อนจะเขียนหางตวัดลง และบอกเลยว่ายุคนี้มีแต่คนดังระดับข้ามศตวรรษ เพราะเป็นยุคที่นักแสดงหญิงฮอลลีวูดเฟื่องฟูยุคหนึ่ง ทำให้นักแสดงมีอิทธิพลต่อการแต่งหน้าแต่งตัวของผู้หญิงอย่างมาก อย่าง Marilyn Monroe เองก็มาในยุคนี้ รวมถึง Audrey Hepburn ที่ใครๆ ก็บอกว่าเธอมีใบหน้าหวานเยิ้มสุดๆ จนอยากมีใบหน้าแบบเธอ

ปี 1960s
ยุคแห่งแฟชั่น และสนุกสนาน จนมีชื่อของ Twiggy หญิงสาวใบหน้าโดดเด่นมาในฐานะของทั้งนักร้อง นักแสดง และนางแบบดังระดับซูเปอร์โมเดลชาวอังกฤษ และยังขึ้นชื่อว่าโด่งดังที่สุดในยุค 1960s จึงไม่แปลกที่การแต่งหน้าจะกลายมาเป็นแบบอย่างของสาวๆ ยุคนั้น โดยเธอมีรูปแบบการเขียนคิ้วขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะช่วงกลางถึงหางคิ้วที่ยกกลางคิ้วให้สูงและหางจะโค้งมนลงมา รวมถึงเส้นคิ้วที่บางลงต่างไปจากยุคก่อนหน้านี้สิ้นเชิง ผู้หญิงยุคนั้นจึงเลือกการกันคิ้วให้และเขียนขึ้นมาใหม่ตามทวิกกี้ นอกจากนี้เธอยังไม่ได้มีจุดเด่นแค่ที่คิ้วเท่านั้น ขนตายังมาแนวบาร์บี้งอนยาวที่รับกับคิ้ว พร้อมทรงผมซอยสั้นอีกด้วย

ปี 1970s
ถือว่าไม่ต่างไปจากปี 1960 สักเท่าไร เพียงแค่คงเส้นที่เรียวบางตามธรรมชาติ ไม่ค่อยใช้ดินสอเขียนคิ้วแต่งแต้มเพิ่ม แต่สีคิ้วยังเน้นตามธรรมชาติของแต่ละคนเอง 

ปี 1980s
ตัวอย่างยุคนี้ที่ดีที่สุด ยกให้คุณแม่มาดอนน่า โดยเค้าจะเน้นความเยอะ! ความใหญ่! ตั้งแต่ทรงผมที่หยิกฟู ไปจนถึงทรงคิ้วที่จงใจไม่จัดแต่งทรงแต่ปล่อยให้ขึ้นตามเป็นธรรมชาติ ซึ่งทรงนี้บอกได้เลยว่าฮิตไปทั่วโลกเพราะแม้แต่นักแสดงไทยอย่างมาช่า วัฒนพานิช ที่กำลังโด่งดังด้วยผลงานภาพยนตร์ช่วงปลายยุคนั้นก็มีทรงคิ้วนี้เช่นเดียวกัน

ปี 1990s
ยุคนี้ก็มีคนดังที่เรารู้จักมากมายพอให้เราเห็นตัวอย่างทรงคิ้ว ทั้ง เจนนิเฟอร์ โลเปซ, วิคตอเรีย แบคแฮม และแองเจลิน่า โจลี โดยสังเกตว่าการจัดแต่งทรงและการแว๊กซ์ช่วงกลางถึงหางคิ้วกลับมาอีกครั้งเพื่อไม่ให้บริเวณนั้นมีเส้นคิ้วหลงเหลือเลย จากนั้นก็ค่อยวาดให้ดูเรียบร้อยและประณีตขึ้น นอกจากนี้ยังคงรูปคิ้วที่มีเส้นบางยาว

ปี 2000s
ใครโยนแหนบทิ้งไปเมื่อทศวรรษก่อน เอากลับมาเร็วๆ ใครนึกไม่ออกลองนึกถึงภาพคริสติน่า อากีเลล่าร์ กับคิ้วที่บางเฉียบ แทบจะใช้ดินสอเขียนคิ้วตวัดเพียงรอบเดียว และเน้นสีน้ำตาลอ่อนเป็นธรรมชาติเหมือนจะให้คิ้วดูเปลือยๆ

ปี 2010s
เข้าใกล้ปัจจุบันมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกของยุคที่เน้นการจัดแต่งทรงคิ้วเรียงเส้นให้ดูหนาเข้มเป็นทรงโค้งเป๊ะตามดาราเซเลบในงานเดินพรมแดงต่างๆ ต่อมาในช่วงปี 2015 เกิดเป็น IG Brow หรือทรงคิ้วโค้งเป๊ะและหนาแบบอิฟลูเอนเซอร์ทางไอจี ตามด้วยช่วงท้ายๆยุค เทรนด์คิ้ว Flat Brow ทรงเหลี่ยมแบนแบบดาราเกาหลีที่มาแรงมาก สรุปง่ายๆ ก็คือทรงคิ้วในช่วงทศวรรษนี้มีหลากหลายรูปแบบ เปลี่ยนไปมาตามแต่ว่าใครดังในช่วงนั้นๆ

ปี 2020s
ใช่แล้วในช่วงเวลานี้ งานคิ้วขึ้นแท่นมงกุฎความหน้าจริงๆ เรียกว่าเป็นยุคที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นจากช่วง 2010 จากที่เทรนด์คิ้วฮิตเป็นช่วงๆและเปลี่ยนไปตามไอดอลหรือคนดังก็ถูกพัฒนามาให้เป็นทรงคิ้วที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้นเน้นความเป็นธรรมชาติแบบสวยใครสวยมัน ดังนั้นจึงเป็นการเน้นจัดแต่งทรงคิ้วให้รับกับรูปหน้าของแต่ละบุคคลเพื่อเสริมให้ใบหน้าที่แตกต่างของแต่ละคนดูสวยโดดเด่นในแบบของตัวเอง

Credit Source: influenster และ rush

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator