ศัลยกรรมพลิกชีวิต
ไล่ไทม์ไลน์ทำตา กี่วันกว่าจะสวย?
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

เพราะการทำตา เป็นศัลยกรรมที่สามารถเห็นความบวมช้ำที่ค่อนข้างชัดเจน จะบอกว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับการศัลยกรรมส่วนอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะผิวหนังรอบดวงตาค่อนข้างบอบบาง แถมดวงตาก็ยังเป็นบริเวณที่เด่นที่สุดของใบหน้าด้วย ดังนั้นคำถามยอดฮิตติดเสิร์ชที่หลายๆคนมักกังวลและสงสัยก็คือ หลังทำตาอาการจะเป็นอย่างไรบ้าง บวมแค่ไหนถึงปกติและกี่วันถึงจะสวยมาค่ะเราทำสรุปมาให้แล้ว

ก่อนอ่าต้องบอกก่อนว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของตาขึ้นอยู่กับเทคนิคละวิธีการผ่าตัด ร่วมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน ดังนั้นแน่นอว่านอกจากผลลัพธ์จะต่างแล้ว เรื่องของการพักฟื้นก็ต่างเช่นกัน แต่เราจะขอสรุปโดยอาศัยค่ากลางเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เป็นแนวทางในประเมิณระยะเวลาพักฟื้นของตัวเองได้ในเบื้องต้น

วันที่ 1-3

ทางที่ดีแนะนำให้พักฟื้นอยู่บ้านโดยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่ต้องทำตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด หากเป็นไปได้เลี่ยงการใช้สายตา เล่นมือถือหรือจ้องคอมนานๆ คอยประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม

วันที่ 3

เรียกว่าอาการบวมจะพีคหนักที่สุดในช่วงนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่กับการศัลยกรรมตา แต่กับศัลยกรรมอื่นๆก็เช่นกัน ดังนั้นหากใครตาบวมเป่งออกมาก็ไม่ต้องกังวลไปถือเป็นเรื่องปกติ โดยลักษณะการบวมจะสังเกตได้ว่าชั้นตาจะบวมออกมาสามารถเห็นขอบเส้นรอยพับเปลือกตาได้อย่างชัดเจน บางคนอาจรู้สึกได้วาขนตาดูเด้งๆหรืองอนขึ้น เพราะอาการบวมของชั้นตาดันขนตาออกมานั้นเอง แต่ถ้าหากบวมพร้อมกับมีอาการปวดจนทนไม่ไหว และมีไข้ร่วมด้วยแนะนำให้รีบปรึกษาคุณหมอให้เร็วที่สุด หากเป็นอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน

วันที่ 7

ส่วนใหญ่แล้วหมอจะนัดตัดไหมในช่วงนี้ ซึ่งในวันที่ 7 หากใครมีรอยช้ำเขียวรอบดวงตาจะเริ่มค่อยๆดีขึ้น ความบวมตรงรอยพับตาลดลง หากใครระบบการหมุนเวียนของเลือดดี ในช่วงนี้อาจะรู้สึกได้ว่าทั้งแผลและอาการบวมของตาลดลงอย่างเห็นได้ชัด

วันที่ 10

แลผที่ตัดไหมไปจะเริ่มแห้งในช่วงนี้ ดังนั้นจึงสามารถเริ่มล้างหน้าได้แล้ว ดังนั้นใครอยากแต่งผิว หรือส่วนอื่นๆของใบหน้าก็สามารถทำได้ แต่ให้งดบริเวณรอบดวงตาเอาไว้ก่อน แต่สามารถเริ่มดูแลผิวรอบดวงตาได้เลยในช่วงนี้ แต่ให้ระวังและเบามือสักหน่อย แนะนำให้เลือกสูตรที่อ่อนโยนและเนื้อสัมผัสบางเบาเอาไว้ก่อนจะดีกว่า

อาทิตย์ที่ 2

ในช่วงสัปดาห์ที่สองนี้ น่าจะสังเกตได้ถึงความแตกต่าง อาการบวมรอบๆดวงตาน่าจะลดลงจนแทบไม่เห็นแล้ว เหลือแต่ความบวมนิดๆรอยพับตา ลักษณะจะคล้ายคนตาบวมเพราะร้องไห้หนักๆหรือนอนน้อย ดังนั้นหากกังวลหรือจำเป็นจริงๆสามารถแต่งตาได้แล้วในตอนนี้ แต่แนะนำว่าพยายามลงให้น้อย อย่าเพิ่งเขียนอินไลเนอร์เพื่อลดความเสี่ยง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเลี่ยงการแต่งหน้าก่อนได้จะดีที่สุด

อาทิตย์ที่ 3

อาการต่างๆเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นในช่วงนี้ใครที่สายตาสั้น สามารถเริ่มใส่คอนแทคเลนส์ได้แล้ว แต่ก็ให้ระวังเรื่องความสะอาดให้มากๆ เราแนะนำให้เลือกคอนแทคเลนส์แบบรายวันเพื่อลดความเสี่ยง  และอย่างลืมเข้าพบแพทย์เพื่อ ติดตามอาการอีกครั้งในช่วงนี้

เดือนที่ 1 -2

ชั้นตาดูยุบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในบางคนอาจเกิดตุ่มเล็กๆ ตามรอยเย็บ เพราะอยู่ในช่วงของการสมานแผลตามธรรมชาติของร่างกายซึ่งก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะแต่งหน้าได้แล้วในตอนนี้อาจจะใช้การแต่งหน้า และแต่งตาเข้าช่วยรับรองว่าดูไม่ออก

เดือนที่ 3

ชั้นตาเข้าที่น่าจะประมาณ 80% แล้ว ความบวมที่รอยพับตาเริ่มยุบลงจนแทบไม่เห็น แต่ในบางคนอาจจะยังพอเห็นแผลผ่าตัดอยู่ที่รอยพับชั้นตาอยู่เล็กน้อย

เดือนที่ 6

ในช่วงนี้ความบวมต่างๆ รวมถึงแผลผ่าตัดน่าจะเริ่มเนียนสนิทจนแทบไม่เห็นแล้ว ในบางรายที่ฟื้นตัวดีๆ ก็สามารถบอกได้ว่าตาเริ่มเข้าที่ 100% ในช่วงนี้จะสามารถสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนของชั้นตาอย่างชัดเจน

1 ปี

ครบปีแล้วถือว่าเป็นเวลาที่กำลังลงตัวสุดๆ แผลหาย ทุกอย่างน่าจะเข้าที่เข้าทางทำให้ช่วงเวลานี้ตาจะสวยเป็นธรรมชาติสุดๆเลย

คำแนะนำในการดูแลหลังทำตา 2 ชั้น

ขอทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมตา เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัววางแผนก่อนทำตาหรือจะใช้เป็นเช็คลิสต์ในการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นอยู่นี้ก็ได้เช่นกัน

  • ประคบเย็นหลังผ่าตัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรกช่วยลดบวม
  • ล้างแผลให้สะอาดทั้งเช้าและเย็น
  • 1-3 วันแรก นอนแหงนหน้า หมอนสูงตลอด
  • งดโดนน้ำก่อนตัดไหม ใช้วิธีเช็ดหน้า และสระผมที่ร้านแทน
  • 7 วันแรก กินและทายาตามหมอสั่งให้ครบตามจำนวนอย่าได้ขาดฃ
  • เลี่ยงอาหารแสลง ของเค็ม ของหมักดอง แม้จะไม่ส่งผลโดยตรงแต่อาหาชนิดนี้ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำ หรือหากบางคนเกิดแพ้อาหารก็จะส่งผลต่อเนื่องให้หน้าบวมตาบวม ทำให้ระยะเวลาฟื้นตัวต้องยืดออกไปอีก
  • ในช่วง 1 เดือนแรกแนะนำให้ใส่แว่นตาทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ป้องกันฝุ่นควัน ที่อาจมาติดดวงตา
Chatlina Cheyjunya
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator