Tips&How to
JUNG SAEM MOOL เจ้าแม่ Glass Skin ผู้ริเริ่มเทรนด์ผิวฉ่ำที่ฮิตไปทั่วโลก
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

ในเวลานี้ถ้าจะพูดถึงเมคอัพอาร์ติสต์อันดับต้นๆ ที่ทุกคนต่างให้ความสนใจคงมีชื่อคุณจองแซมมุล เป็นแคนดิเดต อย่างแน่นนอน ทว่าไม่ใช่เพราะเธอเป็นเจ้าของแบรนด์ JUNGSAEMMOOL แต่เพราะเทคนิคการแต่งหน้าที่ใช้ได้จริง และได้การยอมรับไปทั่วโลกอย่าง Glass Skin ตลอดจนประวัติที่น่าสนใจ การทิ้งความฝันของการเป็นจิตรกร เพื่อเข้าสู่การของเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ และรับเงินเดือนเดือนแรกเพียง 300,000 วอน ซึ่งเทียบเป็นเงินไทยแล้วไม่ถึง 8,000 บาท แต่ถ้าถามถึงตัวเลขตอนนี้อ่ะหรอ?… นับไม่ไหวหรอกค่ะ

Beauty starts from you, Just believe. 
“ความงามเกิดขึ้นจากตัวคุณ เพียงคุณเชื่อและมั่นใจในความงามนั้น”

คือ สิ่งที่คุณจองแซมมุลเชื่อมาตลอดตั้งแต่เข้าสู่เส้นทางเมคอัพอาร์ติสต์ ในช่วงปี 1990’s และได้จุดกระแสความงามรูปแบบใหม่ สร้างเทรนด์ยอดนิยมในแบบ K-Beauty อย่าง Glass Skin จนได้รับการยอมรับว่าเธอเป็นหนึ่งในเมคอัพอาร์ติสชื่อดังที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของวงการ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ Story นั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

จุดเปลี่ยนของความฝัน สู่ความจริง
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตอนเด็กๆ คุณจองแซลมุล ฝันอยากเป็นจิตกรเป็นมีคุณแม่เป็นแบบอย่าง อีกทั้งยังชอบวาดรูปมากๆ วาดฝันไว้ว่าโตมาจะเป็น จิตรกรเหมือนคุณแม่ให้ได้ เรียกว่าถึงขั้นไปเรียนไฟน์อาร์ตจริงจัง ที่อเมริกา ทั้งที่อายุตอนนั้นก็ 37 แต่ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่คุณจองแซลมุลทำมาตั้งแต่อายุ 21 นั่นคือ การแต่งหน้า (ด้วยเงินแรกเพียง 300,000 วอน หรือไม่ถึง 8,000 บาทไทย) เพราะคิดว่า 2 อย่างนี้น่าจะไปด้วยกันได้

เพราะมืออาชีพ กับ มือสมัครเล่นนั้นต่างกัน
บังเอิญได้ไปเจอบทสัมภาษณ์ของคุณจองแซลมุล ที่พูดถึงจุดเปลี่ยนของการเข้าสู่การเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ว่า เกิดจากคำพูดของคุณแม่ ที่ว่า “รู้ไหมคำว่าสมัครเล่นกับ มือโปรมีความแตกต่างกันอย่างไร ให้ดูแม่เป็นตัวอย่าง” ถ้าค้นพบสิ่งที่ชอบ ให้ทำในสิ่งนั้น ไม่ว่ายังไงก็จะประสบความสำเร็จ ทำให้จองแซลมุล ตัดสินใจเบนเข็มเข้าสู่การเป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพทันที

ผลงานสร้างชื่อ สู่การสร้างแบรนด์
เพราะได้ร่วมงานกับเซเลบริตี้ชาวเกาหลีมากมาย อาทิ คิมแตฮี นางเอกอันดับหนึ่งตลอดกาลของเกาหลี, โบอา นักร้องสาวทรงเสน่ห์, จยอนจิฮุน จาก My Sassy Girl , เจสสิกา Girl’s Generation และอีกมากมาย ผลงานของจองแซลมุลได้จุดกระแส พลิกโฉม และสร้างเทรนด์ยอดนิยมให้กับแวดวงความงามของชาวเกาหลีเป็นอย่างมาก และด้วยหลักปรัชญาการแต่งหน้าในแบบ K-Beauty นี้เองที่ได้สร้างชื่อให้จองแซมมุลกลายเป็นหนึ่งในเมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังที่ใครก็อยากฝากหน้าให้ลงแปรง

จากปี 2015 ถึงความสำเร็จในปัจจุบัน
11 / 2015 เปิดตัวแบรนด์ JUNGSAEMMOOL
05 / 2016 เปิดร้านป๊อปอัพในห้างสรรพสินค้า Hyundai ใน Pangyo, Mokdong และ Apgujeong
05 / 2017 เปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรก ‘JUNGSAEMOOL Plops’ บนถนน  Garosu-gil
09 / 2017 ได้รับรางวัลด้านการเป็นผู้นำแบรนด์ยอดเยี่ยมที่ Korea Brand Award
2017-2018 เปิดเคานเตอร์ และเปิดขายออนไลน์อีกนับ 10
2019 จำหน่ายในประเทศไทยและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน

เตรียมผิวให้พร้อมก่อนเริ่มการแต่งหน้า

เอกลักษณ์การแต่งหน้าในแบบ Glass Skin
การแต่งหน้าแบบ Glass Skin ไม่ได้หมายถึงทุกคนจะมีผิวแบบ Glass Skin ได้ ต้องดูแลตั้งแต่ Skincare กำจัด Dead Skin Cell หรือ Blackhead จากนั้นแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ และมีความกระจ่างใส ต้องแต่งหน้าให้คนทักว่าทำอะไรมทำไมผิวสวย ซึ่งตรงนี้เรื่องปริมาณสำคัญมาก เวลาลงรองพื้นให้ลงแค่เมล็ดถั่วเขียวพอ วิธีทดสอบ ถ้าจับหน้าแล้วเหนอะแสดงว่ารองพื้นเยอะเกินไป เอาแต่พอดีให้รู้สึกว่าผิวมีมอยส์เจอไรเซอร์ก็พอ

ลิปสติกสีแดง ที่เหมาะกับผู้หญิงตาสีช็อกบราวน์

การลงสีในแบบ Presernal Colar
ค้นหาสีที่เป็นตัวเองกันก่อน อย่างดวงตาของจองแซลลมุลจะสีช็อกบราวน์ สีเมคอัพที่เหมาะก็คือ สีแดงและเขียว ส่วนใครที่มีตาสีน้ำตาลอมส้ม เวลาแต่งหน้าก็ควรใช้เมคอัพสีสว่างขึ้นหน่อย ให้มีความเป็นส้มและเหลืองปนอยู่ จำไว้ว่าการเลือกสีที่เหมาะที่สุด จะมีความกลมกลืนกับผิวของเราได้ดี ทำให้ภาพรวมทั้งหมดออกมาดี โดยไม่ต้องเพิ่งเทคนิคการแต่งอะไรที่ซับซ้อน ไม่ขาวหรือคล้ำเกินไป ไม่หนาหรือเบาเกินไป ผลิตภัณฑ์เป็นแค่ตัวช่วยให้ผิวเราเป็นธรรมชาติ แต่ปริมาณ และสีที่เหมาะ คือ ตัวกำหนดความสวยของผิว

ปริมาณสำคัญมาก ลงรองพื้นแค่เมล็ดถั่วเขียวพอ

5 ข้อ ที่บอกความเป็นจองแซลมุล
1.ลิปสติกบนปากในภาพ :
Lip-pression เนื้อแมตต์ แต่เบามากๆ
2.ถ้าไม่เคยใช้ JUNGSAEMMOOL ให้เริ่มที่ : Essential Mool Cream ไอเท็มที่ต้องมี เท็กซ์เจอร์ตัวนี้ชุ่มชื่นเหมือน Essence ทำให้ใครก็มีผิวแบบ Glass Skin ได้
3.แต่งอย่างไรให้ได้ Glass Skin : ลงรองพื้นแค่เมล็ดถั่วเขียว และต้องรู้จักเลเยอร์ผิวให้ได้ ปริมาณและน้ำหนักต้องมีความเหมาะสม
4.การลงสีเมคอัพในแบบจองแซลมุล : สีคิ้วต้องแมตต์กับสีตา ไม่ใช่สีผม และทาไปในทิศทางเดียวกับตา ส่วนการลงลิปสติกให้ลงที่กลางปาก แล้วใช้คัตตอนบัดแต้มลิปมันลงตามไล่ไปถึงขอบปาก จะได้ลุค K-Beauty ริมฝีปากสวยอิ่มเอิบ และสีสันติทนนาน
5.การเลือกรองพื้นของจองแซลมุล : สาวไทยชอบแต่งหน้าขาวไป แนะนำให้ลองและเลือกสีที่เป็นผิวเราจริงๆ


เขียนมาถึงตรงนี้บอกได้เลยว่าสนุกกว่าที่คิดมาก ทั้งประวัติ และเคล็ดลับ รวมไปถึงเมคอัพของคุณจองแซลมุล ขอสมัครเข้าเป็นสาวก Glass Skin ด้วยคนละกัน ไปค่ะ Mool Cream เราต้องมี



Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator