Tips&How to
ฮาวทูจัดการสิวผดให้อยู่หมัด
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

เรียกได้ว่า”สิวผด”เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนประสบและเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่เราถูกถามถึงอยู่ไม่น้อย และเพื่อช่วยจัดการสิวผดให้อยู่หมัดเราสรุปรวมเอาไว้ให้แบบเข้าใจง่ายๆตามนี้ได้เลย

” สิวผดจะมาในรูปแบบของตุ่มแดงเล็กๆ ที่กระจายตัวอยู่คล้ายๆกับผดผื่น ไม่มีหัวสิวแต่ในบางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วย “

สิวผดเกิดจากอะไร?

ก่อนที่จะเข้าสู่วิธีการดูแลก่อนอื่นเราขอเริ่มด้วยที่มาของสิวผดเป็นอันดับแรกเพื่อให้สาวๆเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาเพื่อที่จะจัดการและดูแลได้ตรงจุดซึ่งสาเหตุหลักๆก็เกิดจากการแพ้ระคายเคืองที่ถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกโดยสามารถแบ่งสาเหตุหลักๆได้ตามนี้

  1. เกิดจากเชื้อราที่ทำปฏิกิริยากับต่อมไขมันบนผิวหน้า ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง
  2. เกิดจากอาการแพ้จากความร้อน ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเจอแดดจัด หรืออยู่ในที่ร้อนอบอ้าว การออกกำลังกายและกิจกรรมอื่นๆที่ไปกระตุ้นอุณภูมิในผิวให้สูงขึ้น ทำให้ผิวเกิดการขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน ซึ่งในบางคนการระบายเหงื่ออาจออกไม่หมดทำให้เกิดการอุดตันในชั้นผิวและก่อให้เกิดสิวผดได้นั้นเอง ซึ่งในกรณีนี้จะหนักมากขึ้นและมักพบปัญหานี้ได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน
  3. อาการแพ้ระคายเคืองที่เกิดจากการแพ้ครีมบำรุงผิว แชมพู สารทำความสะอาดที่สัมผัสไปหน้า รวมไปถึงการเลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่ตรงตามสภาพผิว ยกตัวอย่างเช่น สาวผิวแห้งแต่ไปเลือกใช้สกินแคร์ควบคุมความมัน หรือสาวผิวบอบบางแพ้ง่ายที่เลือกใช้สกินแคร์จำพวกผลัดเซลล์ผิวที่รุนแรง การใช้งานผิดประเภทเหล่านี้กระตุ้นอาการแพ้ระคายเคืองและก่อให้เกิดสิวผดได้
  4. อาการแพ้ระคายเคืองจากฝุ่น ควันมลภาวะ โดยเฉพาะ PM2.5 ถือเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำร้ายผิว
  5. อาการแพ้อาหาร พบได้มากในกลุ่มที่แพ้แลคโตสและยีสต์  ที่มีมากในอาหารจำพวก Daily Product อย่างนมวัว ช็อคโกแลต และขนมปัง
  6. ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอก็มีส่วนกระตุ้นสิวผดได้เช่นกัน

วิธีการดูแลสิวผด

  1. เน้นการบำรุงพื้นฐานแค่ 3 ขั้นที่ต้องทำให้ถูกต้องและทำเป็นประจำในทุกๆวันห้ามขาด ห้ามงดเพื่อดูแลสุขภาพผิวให้แข็งแรงและสมดุลโดยเน้นทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจรดทั้งเช้า-เย็น ,บำรุงเติมความชุ่มชื่น และปกป้องผิวจากแสงแดด
  2. สำหรับใครที่มีปัญหาสิวผดแนะนำให้เลือกเป็นกันแดดแบบ Mineral Sunscreenเพราะอ่อนโยนซึ่งเนื้อสัมผัสแบบเจลน่าจะตอบโจทย์ใครเพราะเบาสบายไม่หนาหนักและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน โดยค่ากันแดดที่แนะนำในชีวิตประจำวันอยู่ที่ค่า SPF 30 PA+++
  3. หลีกเลี่ยงความร้อน คอยดูแลเรื่องอุณภูมิของผิวหากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องตากแดดนานๆ หรือต้องอยู่ในที่ร้อนจัด ลองพกสเปรย์น้ำแร่ฉีดผิวเลือกเป็นสูตรอ่อนโยนที่ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ฉีดผิวเป็นระยะๆ แต่แนะนำให้ซับเหงื่ออกก่อนนะ วิธีนี้จะช่วยคลายความร้อน ปลอบประโลมผิวมอบพร้อมอมความสดชื่นให้ผิวได้
  4. เลือกใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยนหลีกเลี่ยงครีมบำรุงที่อาจก่อให้อาการแพ้ระคายเคืองอย่างเช่น เรตินอย, เบนโซที่ใช้รักษาสิวอักเสบ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ใช้ผลัดเซลล์ฺผิวจำพวกกรดต่างๆ อย่างAHA, และ BHA
  5. ดูแลสมดุลในการใชัชีวิตหากิจกรรมคลายความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบโภชนาการที่ร่างกายต้องการต่อวัน
  6. สุดท้ายหากยังไม่หายสามารถใช้ยาร่วมด้วยได้ แต่เนื่องจากยารักษาสิวผดมีแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ใช้ในการเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเพื่อให้สิวผดที่อยู่ในชั้นผิวผุดออกมาจะได้จัดการรักษาได้ต่อ รวมไปถึงยาในกลุ่มที่ช่วยรักษาเชื้อรา ยีสต์ แต่ทั้งหมดนี้หากเรายังไม่ทราบสาเหตุของอาการสิวผดที่แท้จริงทำตาม 5 ข้อแรกแล้วยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ปรึกษาหมอดีที่สุด
TIPS :

“เลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้า จนกว่าจะเห็นหัวสิวขาวๆ หากพบหัวสิวแล้วลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดแต้มสิวอักเสบจะช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น” Renée Rouleau ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังกล่าว

ข้อมูลจาก Byrdie,Verywellhealth

ภาพจาก Medthai.com

Chatlina Cheyjunya
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator