Tips&How to
รู้ก่อนออกวิ่ง..วิ่งอย่างไรให้ปลอดภัย ห่างโรค
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

จากประกาศของรัฐบาลที่เตรียมผ่อนปรนล็อกดาวน์ในพื้นที่ต่างๆ จะเริ่มวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ โดยการแบ่งเป็นโซนๆ ซึ่งสวนสาธารณะนับเป็นหนึ่งในสถานที่แรกๆ ที่สามารถออกมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ และแน่นอนว่าพอเปิดเมืองทั้งทีผู้คนก็อยากจะเริ่มออกมาสูดอากาศนอกบ้านบ้างหลังจากต้องกักตัวกันเชื้ออยู่ในบ้านกันนานร่วมเดือน สำหรับใครที่เตรียมวางแผนไปออกกำลังกายจอกกิ้งหรือปั่นจักรยานนอกบ้าน ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูเรารวมสรุปงานวิจัยจากต่างประเทศที่เชื่อว่าน่าจะมีส่วนช่วยในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอยู่ไม่มากก็น้อย สาวๆจะได้ #สวยสู้โรคไปด้วยกันนะคะ

อย่างที่รู้ๆกันดีว่าการเว้นระยะห่างระหว่างสังคมด้วยการเว้นระยะห่างกันรวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปข้างนอกสามารถลดความเสี่ยงได้ในการติดเชื้อได้ แต่จากงานวิจัย Belgian-Dutch Study พบว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 1-2 เมตรจะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีเมื่อเป็นการ เดิน ยืน หรือนั่งในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทเป็นปกติ ไม่มีแรงลมแรงๆแต่หากจะต้องมีการขยับเคลื่อนไหวมากๆ อาทิ การเดินเร็ว วิ่ง หรือปั่นจักรยานอาจจะต้องระวังสักนิด เพราะจากผลของการทดลองพบว่าในขณะที่กำลังวิ่งหากมีใคร ไอจาม สารคัดหลั่งจะกระจายในอากาศในรัศมีที่กว้างกว่าเดิมจึงอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้กับคนที่วิ่ง หรือเดินตามมาในระนาบเดียวกัน

เราขอขยายาความเพิ่มอีกสักนิดตามภาพจะเห็นว่า เมื่อมีการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดแรงลมรอบๆตัว หากคนด้านหน้าไอหรือจามขณะที่กำลังวิ่งอยู่ ละอองของสารคัดหลั่งจะกระจายเป็นวงกว้างอยู่ในอากาศทำให้คนที่วิ่งตามหลังมาติดๆเหมือนโดนละอองสาดเข้าหน้าแบบเต็มๆหรือโดนเสื้อผ้าที่สวมใส่ไปเลยเต็มๆ

ดังนั้นจากงานวิจัยฉบับนี้นักวิทยศาสตร์แนะนำว่าหากเป็นการคลื่นไหวเร็วๆที่ทำให้เกิดแรงลมอย่างการเดินเร็ว หรือวิ่งเร็วในระนาบเดียวกันควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-5 เมตร หากปั่นจักรยานแบบช้าๆ ควรเว้ยระยะห่างกันที่ 10 เมตร และสำหรับนักปั่นที่ปั่นเร็วๆ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 20 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรค

นอกจากนี้ยังมีบทความจาก Runner’s World ที่ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญได้ด้านสุขภาพทั้ง 3 คนถึงความเสี่ยงในการวิ่งในที่สาธารณะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค COVID 19 สรุปได้ใจความโดยย่อว่า เราสามารถวิ่งในช่วงที่โรคระบาดได้ แต่จะต้องวิ่งในที่ที่ไม่มีคนแออัด ทางทีดีก็ให้เลือกวิ่งในบริเวณที่ไม่มีคนอยู่โดยรอบ แต่รู้สึกว่าตัวเองมีอาการป่วยหรือมีความเสี่ยงแนะนำให้อยู่ที่บ้านไปก่อนจะดีที่สุดเพราะยังมีการออกกำลังกายอีกหลายวิธีที่ช่วยดูแลสุขภาพได้เช่นกัน ไม่แพ้การวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งบนลู่วิ่งที่บ้าน หรือทำ weight training เบาๆที่บ้านก็ได้เช่นกัน

Dr. Richard Martinello, รองศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อจาก Yale School of Medicine in Connecticut แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยด้วยตลอด (หากไม่ต้องการใส่ก็ต้องมั่นใจว่าตลอดทางที่ไป และตลอดระยะเวลาการวิ่งจะไม่มีการพบปะผู้คนเลย ซึ่งข้อนี้เป็นเรื่องที่คาดเดายากและเป็นไปได้ยากมากดังนั้นใส่ไว้ตลอดดีที่สุด)ส่วน Dr. William Schaffner,ผู้อำนวยการแพทย์ของ National Foundation for Infectious Diseases in Bethesda, Maryland ได้อธิบายไว้ในบทสัมภาษณ์ของ Today.com ถึงความเสี่ยงต่อการออกกำลังกายโดยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเอาไว้ว่า “เพราะหน้ากากทำหน้าที่ปิดปากและจมูกของเราดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องสังเกตการตอบสนองของร่างกายเราให้ดีๆ” หากพบว่าการสวมหน้ากากขณะออกำลังกายทำให้เรารู้สึกยากหรือเหนื่อยกว่าปกติ แนะนำว่าให้ปรับรอบในการออกกำลังให้สั้น หรือน้อยลง นอกจากนี้การออกกำลังกายด้วยการสวมใส่หน้ากากแบบที่ใช้ซ้ำโดยไม่ทำความสะอาดจะทำให้มีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองหรือติดเชื้อที่ผิวหน้าได้ด้วย ดังนั้นหากใช้ในการออกกำลังกายแนะนำให้ทำความสะอาดหน้ากากทุกครั้งเป็นประจำ

และท้ายที่สุด Dr. William กล่าวว่าทางที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ(ทั้งการติดโรค และปัญหาด้านผิวกพรรณ)หากเป็นไปได้ก็เลี่ยงการออกไปพบเจอผู้คนและเว้นระยะทางสังคมได้ก็จะดีที่สุด

Source:

https://bit.ly/3f361HT

https://bit.ly/2xmOn0N

https://on.today.com/2yTbCQG

Credit Photo: Style on me

Chatlina Cheyjunya
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator