Tips&How to
ผิวแพ้ง่าย VS ผิวระคายเคือง เข้าใจผิดมาตั้งนาน นึกว่าเหมือนกันซะอีก?!
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

แพ้ง่ายและระคายเคือง เป็น 2 คำที่มักจะปรากฏอยู่ด้วยกันเสมอ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แต่แท้จริงแล้ว การมีผิวแพ้ง่าย กับ ผิวระคายเคือง ถึงจะคล้ายแต่ก็มีความแตกต่างอยู่ ซึ่งการระบุความแตกต่างของผิวทั้ง 2 ชนิดได้ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับอาการต่าง ๆ รวมถึงป้องกันผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก่อนอื่นเราอย่างให้สาวๆ ทำความเข้าใจก่อนว่า ผิวหนังของแต่ละคนนั้นย่อมมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะในเชิงของโครงสร้างชั้นผิวที่มีความแข็งแรงไม่เท่ากัน กิจกรรมหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน ทั้งหมดล้วนส่งผลทำให้ผิวมีปฏิกิริยาต่อสารหรือปัจจัยที่มากระทบแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการแพ้หรือการระคายเคืองที่เกิดขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกับผิว จึงไม่ใช่สิ่งที่สังเกตเอาจากคนรอบข้างอย่างเดียวได้ แต่ต้องทำความเข้าใจและทดสอบด้วยตนเอง

ที่มาของของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย เกิดจากอาการแพ้ (Allergic Reaction / Allergy) ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ เป็นสิ่งที่ติดตัวแต่ละคนมาตั้งแต่เกิด เรียกว่าเป็นหนึ่งในประเภทผิวก็ได้ เช่น บางคนผิวมัน บางคนผิวแห้ง และก็คือคนบางส่วนที่มีลักษณะผิวแพ้ง่าย ซึ่งสำหรับคนที่มีสภาพผิวในกลุ่มนี้จะไวต่อการถูกกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าสภาพผิวชนิดอื่นๆ และมีความจำเพาะที่ต่างกันไปในแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น นางสาว A มีอาการแพ้ต่อสารชนิด C ในขณะที่นางสาว B มารถใช้สาร C ได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งคนที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายจะมีสภาพผิวนี้ติดตัวไปตลอดชีวิตไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้

ผิวระคายเคือง เกิดจากอาการระคายเคืองผิว (Sensitizing Reaction / Irritation) ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นสภาวะที่ผิวบอบบางจากการทำร้ายของปัจจัยต่างๆ เช่น มลภาวะ ความเครียด พักผ่อนน้อย การทำเลเซอร์ซึ่งทำให้ผิวชั้นนอกอ่อนแอ แสงแดด และสารเคมีต่างๆ อย่างพวก พาราเบน กรดผลไม้ น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นแค่ในบางช่วงเวลาหนึ่งที่ถูกกระตุ้นเท่านั้น

อาการของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย อาการแพ้ที่เกิดขึ้นอาจสร้างความเสียหายลึกลงไปถึงผิวชั้นกลาง (Dermis) ได้ และส่วนมากจะมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรง ลักษณะอาการทั่วไปที่ปรากฏ คือ ผื่นแดง ผิวแห้งคัน บวมแดง แสบร้อน ผิวหนังอักเสบ ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อบนว่าอาการแพ้นั้นเป็นอาการที่จำเพาะและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลจึงเป็นอาการที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ต้องอาศัยการทดสอบใช้ดูก่อนถึงจะรู้ว่าแพ้หรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถสังเกตเอาจากผลการใช้ของผู้อื่นได้

ผิวระคายเคือง อาการระคายเคืองมักเกิดขึ้นเมื่อผิวชั้นนอกขาดความสมบูรณ์และชุ่มชื่น อายุที่มากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยอาการระคายเคืองจะมีความคล้ายคลึงกับอาการแพ้ คือรู้สึกคัน แสบแดง แห้งลอก แต่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า และยังเป็นอาการที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เพราะเป็นอาการที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลเหมือนๆกันกับคนส่วนใหญ่ เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมอาจทำให้รู้สึกคัน ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงได้ด้วยการอ่านส่วนผสมบนฉลากผลิตภัณฑ์

ความแตกต่างของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย โดยข้อสังเกตุที่เด่นชัดของอาการแพ้ คือ เมื่อล้างผลิตภัณฑ์ออกไปแล้ว อาการจะยังไม่ดีขึ้นทันที และหากกลับมาใช้เครื่องสำอางนั้นอีก อาการก็จะกลับมาอีก และหากเราแพ้สารชนิดใดไม่ว่าจะทาลงบนส่วนใดของร่างกาย ผิวหนังก็จะแสดงอาการแพ้ออกมา อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คล้ายกับคนที่แพ้อาหาร เช่นคนแพ้กุ้ง เป็นภาวะจากร่างกายที่แพ้อาหารชนิดนี้ ทำให้ทุกครั้งที่ทานกุ้งก็จะเกิดอาการแพ้ทันที

ผิวระคายเคือง ข้อสังเกตของอาการระคายเคือง คือ เมื่อล้างผลิตภัณฑ์ออกจะพบว่าอาการดีขึ้น และไม่ได้มีอาการทุกครั้ง ที่สำคัญคือ อาการจะเกิดขึ้นกับผิวบางส่วนของร่างกายเท่านั้น ไม่แสดงอาการกับทุกส่วนเหมือนกันอาการแพ้ เช่น ครีมที่ผสมน้ำหอมอาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองแต่สามารถใช้ทาผิวกายได้โดยไม่มีอาการใดๆ

ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่

  • หลายครั้งเมื่อเราพบว่าผิวหนังมีอาการ คัน หรือแดง จากการใช้ผลิตภัณฑ์ ก็มักจะเข้าใจไปว่าเรามีผิวแพ้ง่าย แต่ที่จริงแล้ว 80 – 90 %  คือ ผู้ที่มีอาการระคายเคืองผิว ในขณะที่มี 10 – 20 % เท่านั้น ที่มีผิวแพ้ง่ายจริง ๆ
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย. ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าเราจะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นโดยไม่แพ้
  • ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติก็สามารถทำให้ผิวแพ้ได้ เพราะการแพ้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
  • ผลิตภัณฑ์อาจไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในครั้งแรกที่ใช้ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ กลับทำให้เกิดการระคายเคืองขึ้นมา เนื่องจากการสะสมของสารระคายเคือง
  • คนผิวแห้งมีโอกาสเกิดการระคายเคืองผิวง่ายกว่าผิวประเภทอื่น เนื่องจากขาดชั้นน้ำมันเคลือบผิวที่จะช่วยปกป้องผิวจากสารก่อระคายเคือง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราแพ้สารอะไรบ้าง?

เพราเป็นอาการที่มีความจำเพาะต่อตัวบุคคลเลยคาดเดาจากผู้อื่นไม่ได้ แต่สามารถทดสอบเพื่อระบุสารหรือตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งในปัจจุบันนิยมกันอยู่ 2 วิธี ได้แก่

1. ทดสอบด้วยตัวเอง สามารถทำได้โดยการทาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบบริเวณท้องแขนทั้ง 2 ข้าง ทั้งเช้าและเย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน หากไม่ปรากฎอาการใดๆ ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นกับใบหน้าได้

2. ทดสอบด้วยแผ่นทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังชนิดผื่นแพ้สัมผัส (Patch Test) วิธีการนี้อาจต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการทดสอบ วิธีนี้จะช่วยให้สามารถระบุสารก่อภูมิแพ้ที่แม่นยำ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารชนิดนั้นได้

การรักษาผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง การรักษาควรอยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิด

ผิวระคายเคือง หลีกเลี่ยงการใช้สารหรือสภาวะที่อาจกระตุ้นการระคายเคืองก็พอแล้ว

ขอของคุณข้อมูลบางส่วนจาก โรงพยาบาลผิวหนังอโศก

BEAUTY SEEFIRST
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First editor