Tips&How to
เลือกครีมให้เหมาะกับปัญหาผิว และใช้เวลาเท่าไรถึงหาย
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

นอกจากการที่เราจะแบ่งผิวเป็นประเภทผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสมแล้ว การแยกการบำรุงตามปัญหาผิวก็สำคัญเช่นกัน เป็นหนึ่งในการบำรุงอย่างตรงจุดและจบปัญหาความกังวลไปได้ ซึ่งแต่ละปัญหาก็จะมีคำคีย์เวิร์ดเฉพาะบนสกินแคร์ เพื่อการเลือกใช้ได้ถูกต้อง พร้อมเสิร์ฟระยะเวลาบำรุงนานแค่ไหนถึงดีขึ้น เพราะของแบบนี้แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องนะจ้า

ผิวเป็นสิว ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน

สาเหตุ: หลักๆ มักมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Propionibacterium acnes (P.acne) เข้าไปก่อตัวใต้ผิวและทำปฏิกิริยากับไขมันจนเกิดเป็นการอักเสบและการอุดตันได้ แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดจากภาวะผิวแห้งมากเกินไป และผิวมันจนไขมันใต้ชั้นผิวเยอะ หรือเกิดจากอาการแพ้สารต่างๆ โดยเฉพาะคนผิวบอบบางแพ้ง่าย

แนะนำสกินแคร์: ที่เขียนว่า Anti-acne, Anti-bacteria และ Anti blemish ใช้ต่อเนื่อง สัก 2-14 สัปดาห์ เพื่อลดการเกิดสิวใหม่ แล้วมาพิจารณาเพิ่มเติมว่าสิวเราเกิดจากปัญหาผิวแห้ง ผิวมัน ผิวขาดน้ำ รึเปล่า ก็ค่อยบำรุงเสริมด้วยครีมตัวอื่นๆ ตามสภาพผิว แต่กรณีที่สิวไม่ดีขึ้นสักที เราแนะนำปรึกษาคุณหมอจะรักษาได้ตรงจุดที่สุดจ้า

ผิวไม่กระชับ มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย

สาเหตุ: สิ่งเหล่านี้มักมาพร้อมกับตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้น จนมารู้ตัวอีกทีก็ไม่ทันแล้วจ้า เพราะใต้ชั้นผิวของคนเราจะค่อยๆ ผลิตคอลลาเจน และอิลาสตินลดลง และยิ่งคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องไปเผชิญกับตัวทำร้ายผิวต่างๆ เช่น แสงแดด ฝุ่นละออง หรือทานของมันของทอดเยอะ ก็ยิ่งไปเร่งให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นไปอีก

แนะนำสกินแคร์: ในกลุ่มที่มีคำว่า Anti wrinkle, Anti aging, Antioxidant, Ageless, Lifting และ Firming ล้วนแต่มีส่วนผสมที่ช่วยเรื่องนี้โดยเฉพาะ และส่วนผสมที่มักนำมาเป็นแกนนำ เช่น เรตินอยล์, ไฮยาลูรอนิค แอซิด, คิวเทน, คอลลาเจน ฯลฯ ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักถึงจะเห็นผลชัดเจน ประมาณ 8-12 สัปดาห์ และควรใช้ต่อเนื่องตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์นะจ้า

ผิวคล้ำ มีจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

สาเหตุ: จริงๆ มีหลายสาเหตุมาก อาจระบุไม่ได้แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับการดูแลและใช้ชีวิตในแต่ละคน แต่พออธิบายให้เห็นภาพได้ว่า คนที่มีลักษณะผิวแบบนี้อาจเกิดจากการบำรุงไม่ตรงจุดหรือบำรุงผิวไม่เพียงพอ ไม่ชอบทาครีมกันแดด นอนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ประจำ เครียด หรือผลจากการใช้ยาบางชนิด และการตั้งครรภ์ (สำหรับคุณแม่ตั้งท้องเราแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ครีมบำรุงใดๆ

แนะนำสกินแคร์: Whitening, Brightening และ Booster เน้นเรื่องผิวกระจ่างใสขึ้น หรือหลายคนมักเรียกว่า ผิวมีออร่า ซึ่งไม่ได้หมายถึงการปรับสีผิวจากอีกเฉดเป็นอีกเฉดนะจ้า เนื่องจากสกินแคร์เหล่านี้ มักมีส่วนผสมของ AHA หรือวิตามินซี ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีเมลานินให้ผลิตเม็ดสีน้อยลง ทำให้ผิวหมองคล้ำ หรือจุดด่างดำดูจางลง ผลต่อมาคือ เราจะมีสีผิวที่ดูสม่ำเสมอกันนั่นเอง แต่ของแบบนี้บอกเลยว่าต้องใช้เวลานะ อยู่ที่ประมาณ 4-24 สัปดาห์

ผิวแห้ง แตก และเป็นขุย

สาเหตุ: ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลอีกเช่นกัน แต่ที่แน่ๆ คือคนที่ผิวแห้ง จะมีน้ำมันตามธรรมชาติผิวน้อย อาจจะเป็นผลมาจากพันธุกรรม ฮอร์โมน การดื่มน้ำน้อย ซึ่งจะแห้งทั้งผิวหน้าและตัว รวมถึงคนที่ชอบอาบน้ำอุ่นด้วยเช่นกัน จึงเกิดอาการเป็นขุยเข้ามาร่วมทีมกับผิวประเภทนี้

แนะนำสกินแคร์: Hydrating, Rehydrating และ Moisturizing จะเข้าไปช่วยบำรุงและเติมน้ำให้ผิวได้ถึงชั้นผิวหนังกำพร้า หรือผิวหนังชั้นบนของเรานั่นแหละ เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ช่วยลดพวกอาการผื่นแดง แห้งแตกเป็นขุยได้ หากใช้ต่อเนื่องตั้งแต่ 4 – 6 สัปดาห์ ก็จะกักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้นานขึ้น นอกจากนี้เราจะต้องปรับพฤติกรรมตัวเองร่วมด้วย เช่น การล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และไม่ปล่อยให้ผิวแห้งมากเกินไป เพราะอาจนำไปสู่ผิวเป็นสิวหรือผิวอุดตัน และริ้วรอยร่องลึกได้เช่นกัน

ผิวมัน รูขุมขนกว้าง

สาเหตุ: หากพูดกันไปถึงใต้ชั้นผิว บอกเลยว่าหลักการทำงานตรงข้ามกับคนผิวแห้งคือ มีการผลิตน้ำมันมากเกินไป จนเกิดเป็นความมันผุดออกมาให้เราเห็นตามรูขุมขน และดันให้รูขุมขนกว้างขึ้น คนที่ผิวมันมากๆ จึงมักมีปัญหารูขุมขนกว้างแถมมาด้วย ซึ่งสิ่งที่คนผิวมันอาจต้องเจอเพิ่มเติมคือ การแต่งหน้าไม่ค่อยติดหรือเมคอัพเลือนไวมาก และหากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดพวกสิวอุดตัน หรือริ้วรอยตามมาได้ในอนาคต

แนะนำสกินแคร์: มองหากลุ่มที่ช่วยปรับสภาพผิวอย่าง Rebalancing, Poreless, Oil free และ Oil control ซึ่งสกินแคร์เหล่านี้มักจะไม่ค่อยมีส่วนผสมของน้ำมัน และจะมีส่วนผสมที่เข้าไปปรับค่า pH หรือค่าสมดุลให้กับผิวเรา ไม่ผลิตน้ำมันมากเกินไป แต่ก็ยังคงน้ำมันตามธรรมชาติของผิวที่ควรมีอยู่ไว้เช่นกัน นอกจากนี้รูขุมขนก็จะดูเล็กลง ผิวกระชับ และเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย ซึ่งอาจใช้เวลาบำรุงกันสักหน่อยประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ นอกจากนี้การดูแลผิวตัวเอง พร้อมกับปรับไลฟ์สไตล์ก็ช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น อย่างการลดทานพวกของมันที่อาจไปกระตุ้นการผลิตต่อมไขมันเพิ่ม การล้างหน้าอย่างพอเหมาะต่อวัน รวมถึงการเลี่ยงใช้สบู่ธรรมดาในการล้างหน้า หรือการใช้เมคอัพที่ช่วยลดความมันส่วนเกินนั่นเองจ้า

ฝากไว้ให้คิด: ระยะเวลาที่ผิวดีขึ้นนั้นเป็นแค่การคาดการณ์เบื้องต้น อาจจะเห็นผลเร็วหรือช้ากว่านี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และส่วนผสมของแต่ละผลิตภัณฑ์ด้วยนะจ้า

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator