Tips&How to
กฏเหล็ก 6 ข้อ จำไว้จะได้เลิกกินจุ!
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บ กินจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ ร้องเป็นเพลงเฉยๆ ก็น่ารักดีหรอก แต่ถ้าติดนิสัยกินไม่จบ กินไม่เลิกในชีวิตจริง คงจะไม่ดีต่อหุ่นสวยๆ และสุขภาพแน่นอนค่ะ วันนี้เรามีกฏเหล็ก 6 ข้อ ที่คนอยากเลิกกินจุต้องจำให้ขึ้นใจ ทำตามได้เมื่อไหร่ รับรองน้ำหนักเราจะต้องลดลงแน่นอน!

อย่าทานขนมระหว่างดูทีวี

ไม่ใช่แค่ทีวีนะคะ จะมือถือ ไอแพด หรืออะไร ถ้าเปิดดูซีรีส์หรือรายการออนไลน์อะไรอยู่ก็อย่าทานขนมไปด้วยดูไปด้วยนะ เพราะมันเพลินเกินห้ามใจ กินไปฟินไป รู้ตัวอีกทีกินขนมไปหมดห่อแล้ว! นี่ยังไม่นับรวมพวกโฆษณาหรือซีรีส์ที่มีฉากอาหารอร่อยๆ เรียกน้ำย่อยอีกนะ ยิ่งดูยิ่งหิวไปกันใหญ่!

อิ่มก็หยุด อย่าขี้เสียดาย

อาการนี้กำเริบบ่อยมาก โดยเฉพาะที่ร้านบุฟเฟ่ต์ อย่าให้ความเสียดายเข้าครอบงำ การกินไม่หมดหรือกินไม่คุ้ม ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงขนาดนั้น แต่ถ้ายัดไม่หยุดจนน้ำหนักพุ่งกระฉูด อันนี้รู้สึกผิดกับตัวเองไม่ทันแน่นอนค่ะ

กินช้าๆ เคี้ยวช้าๆ

นี่เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ได้ผลดีมากเลยนะ เพราะการเคี้ยวอาหารช้าๆ ทานช้าๆ นอกจากจะทำให้เราไม่ทานอาหารเยอะเกินความจำเป็นแล้ว ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปด้วย มีแต่ได้กับได้เลย

ใช้จานหรือชาม ขนาดเล็ก

ถ้ากินข้าวที่บ้าน การใช้จานหรือชามขนาดเล็ก จะทำให้เวลาเราวางอาหารปริมาณเท่าเดิมลงไป แต่ปริมาณมันจะดูเยอะขึ้นกว่าใช้จานหรือชามขนาดใหญ่ ส่วนใครที่ชอบทานข้าวนอกบ้านล่ะก็ ฝึกให้เป็นนิสัยว่าจะสั่งอะไรให้เลือกไซส์เล็กไว้ก่อน!

เน้นทานผักและโปรตีน

การทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากๆ โดยเฉพาะพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น เค้ก ข้าวขาว ขนมหวาน น้ำอัดลม จะยิ่งไปกระตุ้นความอยากอาหารให้เพิ่มขึ้น และยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย เพราะฉะนั้นในหนึ่งมื้ออาหารเราควรเน้นการบริโภคผักและโปรตีนเป็นหลัก เพราะโปรตีนจะช่วยให้อิ่มท้องไม่หิวบ่อยและผักผลไม้ก็มีไฟเบอร์สูงช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายมีประสิทธิภาพ

อย่าใช้การกินบำบัดความเครียด

เวลาที่เราเครียดฮอร์โมนในร่างกายจะมีความแปรปรวน และมักจะกระตุ้นให้เรารู้สึกหิวโหยมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอาหารพลังงานสูง จะสังเกตุได้ว่าเรามักจะอยากทานอะไรหวานๆ เวลาที่เครียด แต่การปล่อยตัวปล่อยใจไปแบบนั้นอาจจะทำให้เราต้องมาเครียดเพิ่มอีก จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในภายหลังนะคะ แนะนำว่าให้ลองหากิจกรรมอย่างอื่นเพื่อใช้คลายเครียด เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ หรือคุยกับคนใกล้ตัวก็ช่วยได้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก https://bit.ly/3a0XfZ2

BEAUTY SEEFIRST
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First editor