กระชับสัดส่วน

คาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง เลือกเล่นอันไหนดี?

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการออกกำลังกาย อาจกำลังสับสนว่าจะต้องเลือกเล่นคาร์ดิโอ หรือเวทเทรนนิ่งดี การออกกำลังกาย 2 ชนิดนี้ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับใคร? มาค่ะเราสรุปไว้ให้แล้ว เมื่อดูจากตารางจะรู้ได้ว่าจริงๆแล้วการออกกำลังกายทั้งสองชนิดมีข้อดีแตกต่างกันออกไป ดังนั้นสำหรับใครที่อยากดูแลรูปร่างพร้อมกับมีสุขภาพที่แข็งแรงเราแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปเพื่อประโยชน์แบบสูงสุด คำแนะนำและข้อควรระวัง คาร์ดิโอ ไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง เพราะอาจะเกิดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพระหว่างเล่นได้ ทางที่ดีแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอประจำตัวก่อนจะดีที่สุด อีกทั้งคาร์ดิโอบางชนิดมีแรงกระแทกสูง อาทิ การวิ่ง กระโดดเชือก คนมีปัญหาข้อต่อ หลัง หรือหัวเข่าควรเลี่ยงเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ หากอยากออกกำลังกายชนิดนี้เราแนะนคาร์ดิโอที่มีแรงกระแทกต่ำ อย่างว่ายน้ำหรือขี่จักรยานน่าจะเหมาะกว่า เวทเทรนนิ่ง หลายคนมักเข้าใจผิดว่ายิ่งทำได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น แต่จริงๆแล้วอาจเสี่ยงการบาดเจ็บ เช่นกล้ามเนื้อฉีก เคล็ด กระดูกหักได้ ทางที่ดีเราแนะนำสำหรับใครที่เพิ่งเริ่มฝึกให้เน้นการทำท่าทางให้ถูกต้องก่อนจะดีที่สุด เพราะนอกจากจะลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถบริหารร่างกายได้ถูกส่วน หากทำจนชำนาญอาจเพิ่มน้ำหนัก หรือความถี่ได้

ปัญหาผิวแบบไหน ที่ Thermage แก้ได้บ้าง?

Thermage แก้อะไรได้บ้าง

หลายคนน่าจะพอคุ้นหูกันบ้างกับเทคโนโลยีแก้ปัญหาผิวอย่าง Thermage แต่ก็อาจจะยังมีความสงสัยว่าเทอร์มาจ จริงๆ สามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง วันนี้เราก็เลยขอนำ 3 ปัญหาผิวยอดฮิตที่เทอร์มาจสามารถจัดการได้มาให้ดูกัน Thermage คืออะไร เทคโนโลยีที่ทำงานโดยใช้การปล่อยคลื่นความถี่วิทยุความถี่สูง (monopolar RF) ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอเมริกา ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการรับรองจากทั้ง อย. ไทย แล้ว โดยคลื่นพลังงานของเทอร์มาจจะเข้าไปในชั้นผิวหนังตั้งแต่ชั้นหนังกำหร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (Dermis) และ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) โดยผลลัพธ์หลักๆ ของเทอร์มาจก็คือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และพลังงานความร้อนบางส่วนยังช่วยสลายไขมันสะสมใต้ชั้นผิวหนังได้ด้วย ปัญหาผิวหน้า ที่ Thermage ช่วยได้ ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้นนาน ปัญหาไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ทำให้มีแก้มเยอะ มีเหนียง รูปหน้าดูอูมไม่มีมิติ ปัญหาผิวบริเวณรอบดวงตา หางตาหรือหนังตาตก คิ้วตก ปัญหาถุงใต้ตา ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก รอยยับ รอยพับต่างๆ แต่ยังไม่อยากใช้วิธีการฉีด ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวในระยะยาว เพราะเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปัญหาผิวกาย ที่ Thermage ช่วยได้

เซลลูไลท์เกิดจากอะไร จะลดเซลลูไลท์ยังไงได้บ้าง?

เซลลูไลท์มาจากไหน

ใครมีปัญหา “ผิวเปลือกส้ม” มารวมกันตรงนี้เลยจ้า แถวต้นขา ต้นแขน และหน้าท้องนี่แหละตัวดีเลย เวลาจะใส่เสื้อผ้าแขนกุดหรือกางเกงขาสั้นทีไร เป็นต้องเสียความมั่นใจทุกที แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วนะคะ เจอปัญหาต้องแก้จากต้นเหตุ มาดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมแบบไหนที่เชิญชวนเซลลูไลท์ให้กองกันอยู่ที่ร่างเราบ้าง! เซลลูไลท์คืออะไร? เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่หลายคนอาจจะรู้จักในนามของ “ผิวเปลือกส้ม” ก็คือ เซลล์ไขมันที่มาสะสมตัวอยู่ที่ชั้นใต้ผิวหนังของเรา ทำให้ผิวของเรามองดูแล้วเหมือนมีรอยย่น คล้ายผิวของเปลือกส้มหรือเปลือกมะกรูด ส่วนที่มักจะเกิดเซลลูไลท์ก็คือ บริเวณต้นขา สะโพก ต้นแขน และหน้าท้อง โดยทั่วไปเรามักจะพบเซลลูไลท์ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ที่น่าสนใจก็คือเซลลูไลท์สามารถพบได้ทั้งในคนผอมและคนอ้วน เซลลูไลท์มาจากไหนได้บ้าง? กินอาหารที่ไขมันและน้ำตาลสูง พวกขนม ของทอด ชาไข่มุกทั้งหลายนี่ตัวดีเลย หรืออาหารเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอย่าง ผลไม้บางชนิดก็เรียกเซลลูไลท์ได้เหมือนกัน ซึ่งการที่เราทานน้ำตาลหรืออาหารที่มีไขมันสูงเข้าไป ถ้าหากร่างกายไม่สามารถเผาผลาญและนำพลังงานไปใช้ได้ไม่หมด ก็จะเกิดการสะสมไปอยู่ในรูปของไขมัน และกลายเป็นเซลลูไลท์นั่นเอง อดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก หนึ่งในวิธีลดน้ำหนัก (แบบผิดๆ) ที่หลายคนชอบทำก็คือ การอดอาหาร แม้ว่าน้ำหนักจะลดลงเร็วก็จริง แต่ผลเสียที่ตามมาน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะการอดอาหารแบบหักโหมอาจเข้าไปรบกวนกลไกของร่างกายทำให้ร่างกายปรับตัวในการเก็บสะสมพลังงานมากกว่าปกติ ทำให้ไขมันส่วนเกินไม่ถูกกำจัดออกและกลายมาเป็นเซลลูไลท์ได้ ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ในการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินออกไป ช่วยลดการสะสมของไขมัน ดังนั้นใครที่ไม่ชอบออกกำลังกายก็จะทำให้การเผาผลาญลดลง อีกทั้งยังทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่ดี การกำจัดของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ตอบข้อข้องใจ CoolSculpting คืออะไร ช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างไร

Coolsulpting คืออะไร

ออกกำลังกายไม่ใช่ทาง คุมอาหารก็ท้อใจ แบบนี้ต้องมาลองทำความรู้จักกับเทคโนโลยีการกระชับสัดส่วนด้วยความเย็นอย่าง “CoolSculpting” ที่สามารถตอบโจทย์คนที่กำลังกังวลในเรื่องของสัดส่วนแต่ก็กลัวเจ็บไม่อยากผ่าตัด โดยเราได้นำคำตอบของคุณหมอกระตา พญ.ศิเรมอร ทองสิมา จากโรงพยาบาลนครธน มาตอบข้อสงสัยของทุกคนแล้วค่ะ คุณหมอกระตาได้เล่าเกี่ยวกับเจ้าเทคโนโลยี CoolSculpting เอาไว้ว่า เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการสังเกตเห็นว่าเวลาเด็กเล็กๆ ทานไอศกรีมแล้วแก้มจะแดงและไขมันจะฝ่อ จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเทคโนโลยีการสลายเซลล์ไขมันด้วยความเย็น โดยที่เจ้า CoolSculpting นั้นเป็นเทคนิคที่ใช้ความเย็นเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถลดไขมันและกระชับเฉพาะส่วนได้ ในการฟรีซ 35 นาที สามารถฆ่าเซลล์ไขมันได้มากถึงประมาณ 25% เนื่องจากเซลล์ไขมันมีความไวต่ออุณหภูมิมากกว่าผิวหนัง กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท สามารถทำได้เกือบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วน Bra fat บริเวณหลัง หน้าท้อง เอว ต้นขาด้านในและด้านนอก รวมถึงบริเวณต้นแขนด้วย นอกจากนี้ยังสามารถทำพร้อมกันสองจุดได้ สามารถทำซ้ำได้หากอย่างได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลนครธน Nakornthon Hospital