ครีมกันแดด

SUPERGOOP! VS ALLIE เทียบครีมกันแดด 2 รุ่นใหม่ หลอดไหนเหมาะกับใคร?

ครีมกันแดดเดี๋ยวนี้ จะให้เลือกแต่ที่ปกป้องผิวจากยูวีอย่างเดียวก็คงไม่ได้ เพราะภัยสมัยใหม่ ไม่ได้มาจากแค่ยูวีอย่างเดียว ไหนจะมลภาวะ ฝุ่น แสงสีฟ้า รวมไปถึงปัจจัยต่างๆ อีกมากมาย ดังนั้นจะเลือกใช้ครีมกันแดดดีๆ สักอัน ก็ต้องเลือกที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้ ช่วยบำรุง หรือมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าแค่ป้องกันผิวจากแสงแดด แอดเลย นำครีมกันแดดแบรนด์ 2 แบรนด์ 2 รุ่น มาเทียบกัน ว่าผิวแบบไหน ใช้อะไรดี? Supergoop! Unseen Sunscreen Broad Spectrum SPF 40 (ขนาด 74 มล. ราคา 1,540 บาท) เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวมัน ปกป้องผิวพร้อมคุมมันครีมกันแดดแบรนด์ดังจากอเมริกา ซึ่งรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ฮิตที่สุดของแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้ โดยเป็นกันแดดแบบ Chemical สูตร Oil-Free มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วย SPF 40 และยังมี สาหร่ายแดง ที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายของแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ กันน้ำกันเหงื่อได้ 40

5 Skincare Tips ลองทำตามนี้ ให้ผิวสวยไร้ที่ติ

เรื่องที่หลายคนมองข้าม และมีคำถามคาใจมาตลอดเวลา ลงเซรั่มแบบเอาดรอปเปอร์ หรือ ช้อนตักและปาดที่ผิวโดยตรง เอาสกินแคร์แช่ไว้ในตู้เย็น ลงครีมกันแดดน้อยๆ เพราะกลัวเหนอะผิว วิธีเหล่านี้ไม่ได้ผิด 100% แต่อาจทำให้สกินแคร์ที่ใช้ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร วันนี้เราเลยอยากชวนเพื่อนๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพครีมบำรุงที่ใช้ประจำวันด้วยเทคนิคง่ายๆ เลือก ใช้ และลงครีม ทำตาม 5 ข้อนี้ ผิวสวยขึ้นแน่นอนจ้า เก็บสกินแคร์ที่อุณหภูมิปกติ ไม่ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิที่ไม่คงที่อาจทำให้เนื้อครีมเปลี่ยนไป หรือลดประสิทธิภาพของส่วนผสมได้ ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่ต้องทาอย่างต่อเนื่องอย่าง เซรั่ม อิมัลชั่น ครีม ครีมกันแดด โอเวอร์ไนท์มาสก์ ไม่แนะนำให้แช่ตู้เย็น เพราะการนำผลิตภัณฑ์ออกมา และกลับเข้าไปใหม่ซ้ำๆหลายครั้งจะทำให้ครีมเสื่อมประสิทธิภาพได้ เว้นแต่มาสก์ชีสที่ใช้ 1 แผ่น/1 ครั้ง การอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นจะช่วยสร้างความสดชื่นได้ ไม่ควรลงสกินแคร์โดยการเอาดรอปเปอร์แตะที่ผิวการนำช้อนตักครีมแล้วป้ายที่หน้า หรือเอาดรอปเปอร์มาหยดที่ผิวโดยตรงอาจทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เกิดการปนเปื้อนได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์สัมผัสผิว และกลับเข้าไปในขวดอีกครั้ง อาจทำให้เนื้อครีมเสียไว เปลี่ยนสีเร็ว ฉะนั้นควรลงที่ฝ่ามือ โดยให้ปลายดรอปเปอร์ไม่แตะผิว จะช่วยให้ประสิทธิภาพของครีมบำรุงสมบูรณ์ขึ้น ดูวันหมดอายุแล้ว อย่าลืมดูว่าหลังเปิดใช้อยู่ได้กี่เดือนหลายคนซื้อครีมบำรุงจะดูวันผลิต วันหมดอายุ เป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ ทั้งนี้อาจจะเสริมเรื่องสัญลักษณ์การเปิดใช้ด้วยว่า เราต้องรู้ว่าครีมแต่ละชนิด จะอยู่ได้อย่างไม่ลดประสิทธิภาพต้องกี่เดือนหลังเปิดกระปุก 6M, 12

สกินแคร์ใกล้ตัว ที่เหมือนจะคล้าย แต่ใช้แทนกันไม่ได้!

สกินแคร์ ที่ใช้แทนกันไม่ได้

ใครที่สับสนบ่อย หรือชอบปล่อยเบลอคิดว่าสกินแคร์และแฮร์แคร์เหล่านี้ฟังดูก็คล้ายๆ กัน ใช้แทนกันไปก็ได้มั้ง? บอกเลยว่าไม่ได้นะคะ! เพราะแท้ที่จริงแล้ว คุณสมบัติและการใช้งานของแต่ละชิ้นมีความแตกต่างกันอยู่นะ จะล้างเมคอัพกันน้ำ ต้องใช้ออยล์คลีนซิ่ง ไม่ใช่ทิชชู่เปียกเช็ดเมคอัพ ในวันที่สาวๆ ฟาดลุคแน่นๆ งานตามาเต็ม หรือการล้างเครื่องสำอางกันน้ำเนี่ย จะใช้แค่ Remover Wipe ล้างไม่ได้นะคะ ให้เลือกใช้เป็นคลีนซิ่งสูตรออยล์จะสามารถล้างออกได้หมดจดมากกว่า เพราะการที่เราล้างเมคอัพออกไม่หมด จนมีตกค้างอยู่บนใบหน้า ระวังจะเกิดสิวอุดตัน สิวผด หรือปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้นะคะ จะออกแดดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องทาครีมกันแดด ไม่ใช่เมคอัพผสมสารกันแดด เชื่อว่าต้องมีหลายคนที่คิดว่าแค่ใช้เมคอัพที่มีส่วนผสมของสารกันแดดก็เพียงพอแล้ว จะต้องทากันแดดอีกชั้นให้มันซ้ำซ้อนทำไม ต่อบอกเลยนะคะว่าแค่ครีมกันแดดที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านั้นยังไม่เพียงพอ ยิ่งโดยเฉพาะในวันที่เราต้องออกแดด หรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ยังไงก็ควรทาครีมกันแดดอีกชั้นนะคะ ถ้าอยากผลัดเซลล์ผิวตอนเป็นสิวให้ใช้พีลลิ่งเจล ไม่ใช่สครับ สำหรับใครที่ชื่นชอบการผลัดเซลล์ผิว แต่ว่ากำลังมีสิวอยู่ล่ะก็ ผลิตภัณฑ์ที่ควรเลือกใช้เป็นพีลลิ่งจะเหมาะกว่าสครับนะ เพราะแม้ว่าจะเป็นการผลัดเซลล์ผิวเหมือนกันแต่ไม่ได้มีเม็ดสครับใหญ่ๆ ที่อาจสร้างความระคายเคืองให้กับผิวได้ แต่ทางที่ดีถ้าเป็นสิวอยู่ ขอแนะนำให้พักการผลัดเซลล์ผิวไปก่อนแล้วรักษาให้สิวหายจะดีที่สุด ถ้ามีปัญหารังแค ให้ใช้แชมพูสูตรขจัดรังแค ไม่ใช่แชมพูสูตรดีท็อกซ์ ถ้าหากเรามีปัญหารังแคที่เส้นผมและหนังศีรษะ แชมพูสูตรที่สาวๆ จะต้องมองหาไม่ใช่สูตรดีท็อกซ์ แต่เป็นสูตรขจัดรังแคนะคะ เพราะช่วงที่เราเป็นรังแคหนังศีรษะของเราจะบอบบางมากกว่าปกติ ซึ่งการใช้แชมพูสูตร ดีท็อกซ์อาจจะเข้าไปทำให้หนังศีรษะยิ่งเกิดการระคายเคืองมากขึ้นไปอีก

กันแดดและรหัสลับบนหลอด ถ้าเจอคำนี้แปลว่าอะไร?

กันแดด

กันแดด คือผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวี เราอาจจะรู้เพียงแค่นั้น แต่เวลาไปเลือกซื้อกันแดด มักเห็นสัญลักษณ์ คำศัพท์อะไรเต็มไปหมดบนหลอด การรู้ความหมายของคำเหล่านั้น ก็เป็นประโยชน์ในการเลือกใช้ให้ตรงสูตร และตรงไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้น สัญลักษณ์เกี่ยวกับค่าการปกป้องผิว UVA (ยู วี เอ) หรือ Ultraviolet A คือ ค่าที่แสดงถึงการป้องกันผิวจากรังสียูวีเอ ที่เป็นตัวการทำหน้าแก่ไว เพิ่มริ้วรอย และสามารถทะลุอาคารมาถึงผิวเราได้ การทาครีมกันแดดในอากาศร้อนเบอร์นี้ในบ้านเรา การเลือกทากันแดดที่มี PA จึงสำคัญมากๆ UVB (ยู วี บี) หรือ Ultraviolet B คือ ค่าที่แสดงถึงการป้องกันผิวจากรังสียูวีบี ตัวการทำผิวคล้ำ ฝ้า กระ หรือเกิดผิวไหม้ ถ้าสะสมมากๆ อาจลามไปถึงการเป็นมะเร็งผิวหนัง SPF (เอส พี เอฟ) หรือ Sun Protection Factor คือค่าการป้องกันแสงแดดจากรังสียูวีบี ซึ่งมักจะมีตัวเลขตั้งแต่ 10 จนสูงไปถึงหลักร้อยได้เลย แต่ที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปจะอยู่ที่ 20

ครีมกันแดด SPF สูงเกินไป (ไม่ได้) แปลว่า “ดี”

ค่า SPF ในครีมกันแดดไม่จำเป็นต้องเยอะ เพราะ เยอะไม่ได้แปลว่าดี และของดีไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในที่แดดจัด หรือออกแดดทั้งวัน แต่ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากๆ เนื้อจะเหนอะหนะหนักผิว เนื่องจากมีความเข้มข้นสูง ยิ่งครีมกันแดดที่ SPF มากกว่า 50 ขึ้นไป อย่าง SPF60 ไปถึง 90 แทนที่จะปกป้องผิว กลับทำให้ผิวได้รับสารเคมีเพิ่ม และถ้าคุณเป็นคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง จะเสี่ยงต่อการระคายเคือง เกิดสารเคมีตกค้างนำมาซึ่งปัญหาสิวได้ในอนาคตค่ะ ทางที่ดีสำหรับสาวๆ ที่มีผิวบอบบาง คือ การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 30 หรือ อย่างมาก 50+ ก็เพียงพอต่อการปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งถ้าวันไหนต้องออกแดดนาน หรือ อยู่ในที่แดดจัดจนรู้สึกแสบผิว แนะนำให้ทาครีมกันแดดทุก 3-4 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะคำนวณได้จากระดับความแดงของผิวเราเมื่ออยู่กลางแดด คูณกับค่า SPF ของครีมกันแดด ยกตัวอย่าง

ทาสกินแคร์จำเป็นต้องเว้น แต่แนะนำเฉพาะเนื้อที่ต่างกัน

นวัตกรรมของสกินแคร์ปัจจุบันออกแบบให้ทาชิ้นต่อไปได้เลยไม่ต้องรอก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินว่าการทาสกินแคร์ควรรอให้แห้งสนิท โดยเว้นสัก 5 นาทีในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิว และเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นด้วย แต่รู้หรือไม่? ความเชื่อนี้ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัด จึงไม่สามารถระบุเวลาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้ ทว่าความโชคดีของสาวๆ ปัจจุบันครีมบำรุงที่ว่าได้รับการพัฒนาให้สามารถทาทับแต่ละชั้นได้ เพราะฉะนั้นเราอาจจะรอแค่ 30-60 วินาที เมื่อรู้สึกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ซึมสู่ผิวแล้วก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขมากำหนด!!! แต่หากลงสกินแคร์ที่ต่างเนื้อสัมผัสกัน แนะนำให้รอ 1-2 นาที แพทย์ผิวหนังในนิวยอร์ก Kristina Goldenberg ได้แนะนำว่า การลงสกินแคร์ที่ต่างกันแต่ละชนิด เช่น เซรั่ม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และครีมกันแดด ควรเว้นระยะห่าง 1 นาที เพื่อมีเวลาให้ซึมลงสู่ผิว และลดโอกาสเนื้อครีมบางชนิดเกาะตัวกัน จนอาจเกิดเป็นขุยหรือคราบตกต้างบนผิวได้ และทำให้สกินแคร์อาจจะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้เคยมีแพทย์ผิวหนังอีกท่านจากนิวยอร์ก Rachel Nazarian ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ครีมกันแดด, วิตามินซีเข้มข้น และกลุ่มยารักษาสิว ยิ่งต้องทิ้งเวลาสักนิด ก่อนลงตัวอื่นๆ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความไวต่อแสงมาก และหากเราลงผลิตภัณฑ์อื่นตามทันที อาจทำให้ส่วนผสมเจือจาง และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงควรรอเวลาสัก 1 นาทีให้ซึมลงสู่ผิวเสียก่อน นอกจากนี้คุณหมอยังแนะนำอีกว่า เราควรทาพวกกลุ่มยารักษาสิวก่อนการลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิวได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีการรบกวนจากตัวอื่นๆ

ใช้เครื่องสำอางที่มี SPF แทนกันแดดได้ไหมน่ะ?!

ตอนนี้ถ้าช้อปปิ้งซื้อเครื่องสำอางเราจะเห็นว่ามีเครื่องสำอางหลายแบรนด์ที่เขียนกำกับอย่างชัดเจนว่ามีส่วนผสมสารกันแดดอย่าง SPF เพื่อช่วยในการปกป้องผิวหน้า จนเราก็มีความเชื่อว่าสิ่งนี้แทนการใช้กันแดดในทุกๆ วันได้ โดยเฉพาะเครื่องสำอางประเภทรองพื้น มักจะมีคุณสมบัตินี้เพิ่มเข้ามา แต่แท้จริงแล้วเครื่องสำอางกับกันแดดใช้คนละจุดประสงค์ จึงอาจจะไม่ได้ช่วยปกป้องรังสียูวีจากแดดได้ 100% สารกันแดดในเครื่องสำอางก็ทำแทนกันแดดไม่ได้ หลักของการใช้กันแดดที่ถูกวิธี แนะนำว่า ควรทากันแดดในปริมาณเท่าเหรียญ 10 หนึ่งเหรียญ จึงจะได้ประสิทธิภาพเต็มที่ในการปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และผิวหมองคล้ำ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยังแนะนำเพิ่มเติมว่าควรทากันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงในขณะที่อยู่กลางแจ้ง แน่นอนว่าหลักการนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับเครื่องสำอางที่มี SPF ผสม เนื่องจากเราจะไม่ใช้เท่าปริมาณการทากันแดดต่อครั้ง เช่น การลงรองพื้น (มีสารกันแดดผสม) จะใช้ในปริมาณกำลังพอดีให้ผิวดูเรียบเนียน และไม่หนาเกินไปเพื่อลดโอกาสการเกิดผิวอุดตัน นอกจากนี้เราจะไม่ลงรองพื้นทุกๆ 2 ชั่วโมงเช่นกัน ทั้ง 2 เหตุผลหลักๆ จึงเป็นข้อมูลที่ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นว่าทำไมเครื่องสำอางที่ผสมกันแดดจึงทำแทนกันแดดไม่ได้ อีกหนึ่งเหตุผลที่เครื่องสำอางอาจจะมาแทนกันแดดไม่ได้โดยเฉพาะรองพื้นที่ไม่มีค่า PA เพราะนอกเหนือจากค่า SPF ที่ปกป้องผิวจากรังสียูวีบีในแสงแดดแล้ว PA ก็มีความสำคัญมากๆ เพื่อป้องกันรังสียูวีเอโดยเฉพาะ ซึ่งรังสียูวีเอ ถือเป็นนางร้ายทำลายผิวตัวจริง เพราะสามารถทะลุผ่านกระจกได้แม้อยู่ในอาคาร และเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกจึงอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้นั่นเอง (อ่านทำความเข้าใจเรื่อง