ครีมลดริ้วรอย

“เรตินอล” ยี่ห้อไหนดี ส่วนผสมเปลี่ยนผิว ที่ต้องใช้ให้ถูก

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี มาทำความรู้จักเรตินอลแบบเบื้องต้นกันก่อน ว่าจริงๆ แล้วเรตินอลเป็นสารในกลุ่มเรตินอยด์ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างเซลล์ และคอลลาเจน ทว่าความอ่อนเข้มของส่วนผสมนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของเรตินอล อีกทั้งคุณสมบัติในการฟื้นฟูริ้วรอยไม่ได้ต่างจากกรดวิตามินเอ แต่มีความระคายเคืองน้อยกว่า ส่วนผลลัพธ์นั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และผลลัพธ์ของผิวที่ดีขึ้น เรตินอลช่วยเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ ฟื้นฟูคอลลาเจน ลดเลือนเส้นริ้วรอย รอยย่นต่างๆ ให้กลับมาตื้นขึ้น ทั้งยังลดการสร้างน้ำมันใต้ผิว จึงเหมาะมากในการรักษาสิวอุดตัน โดยอายุที่เหมาะสำหรับใช้เรตินอลคือ 20 ปลาย ๆ ถึง 30 ต้น ๆ เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนในช่วงนี้จะไม่ค่อยดีนัก จึงควรมีตัวช่วยในการฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน และลดเลือนริ้วรอย เพื่อผิวในระยะยาวที่แข็งแรงและดีขึ้น ปรับสกินแคร์รูทีนด้วยการเพิ่มเรตินอลเข้าไปในขั้นตอนการบำรุงผิวอย่างเริ่มต้นที่ตอนกลางคืนก่อน และตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์อื่นๆ ตอนใช้ถ้ารู้สึกผิวยิบๆ ไม่ต้องตกใจ เป็นปกติของการใช้เรตินอล แต่แนะนำว่าสาวผิวแห้งควรทดสอบที่ท้องแขน หรือ ลงที่ข้างแก้มก่อนการทาทั้งหน้า หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยที่สุด แนะนำว่าเรตินอลไม่ควรใช้ร่วมกับวิตามินซี เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แต่ถ้าอยากเพิ่มประสิทธิภาพของเรตินอลควรใช้ร่วมกับ – Retinol + Hyaluronic Acid จะช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบจากเรตินอล–

เลือกครีมให้เหมาะกับปัญหาผิว และใช้เวลาเท่าไรถึงหาย

นอกจากการที่เราจะแบ่งผิวเป็นประเภทผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสมแล้ว การแยกการบำรุงตามปัญหาผิวก็สำคัญเช่นกัน เป็นหนึ่งในการบำรุงอย่างตรงจุดและจบปัญหาความกังวลไปได้ ซึ่งแต่ละปัญหาก็จะมีคำคีย์เวิร์ดเฉพาะบนสกินแคร์ เพื่อการเลือกใช้ได้ถูกต้อง พร้อมเสิร์ฟระยะเวลาบำรุงนานแค่ไหนถึงดีขึ้น เพราะของแบบนี้แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องนะจ้า ผิวเป็นสิว ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน สาเหตุ: หลักๆ มักมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Propionibacterium acnes (P.acne) เข้าไปก่อตัวใต้ผิวและทำปฏิกิริยากับไขมันจนเกิดเป็นการอักเสบและการอุดตันได้ แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดจากภาวะผิวแห้งมากเกินไป และผิวมันจนไขมันใต้ชั้นผิวเยอะ หรือเกิดจากอาการแพ้สารต่างๆ โดยเฉพาะคนผิวบอบบางแพ้ง่าย แนะนำสกินแคร์: ที่เขียนว่า Anti-acne, Anti-bacteria และ Anti blemish ใช้ต่อเนื่อง สัก 2-14 สัปดาห์ เพื่อลดการเกิดสิวใหม่ แล้วมาพิจารณาเพิ่มเติมว่าสิวเราเกิดจากปัญหาผิวแห้ง ผิวมัน ผิวขาดน้ำ รึเปล่า ก็ค่อยบำรุงเสริมด้วยครีมตัวอื่นๆ ตามสภาพผิว แต่กรณีที่สิวไม่ดีขึ้นสักที เราแนะนำปรึกษาคุณหมอจะรักษาได้ตรงจุดที่สุดจ้า ผิวไม่กระชับ มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย สาเหตุ: สิ่งเหล่านี้มักมาพร้อมกับตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้น จนมารู้ตัวอีกทีก็ไม่ทันแล้วจ้า เพราะใต้ชั้นผิวของคนเราจะค่อยๆ ผลิตคอลลาเจน และอิลาสตินลดลง และยิ่งคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องไปเผชิญกับตัวทำร้ายผิวต่างๆ เช่น แสงแดด ฝุ่นละออง

รีวิวสกินแคร์วัย 30+ ตัวไหนเน้นอะไร บอกไม่มีกั๊ก

รีวิวสกินแคร์

พูดคำว่าเลขสามว่าเจ็บแล้ว แต่พอมาดูสภาพผิวเจ็บยิ่งกว่า แต่ไม่ต้องเครียดไป เพราะสกินแคร์ที่เราจะมาแนะนำต่อจากนี้ เหมาะกับทุกคนในวัย 30+ ขึ้นไป แต่จะเน้นการดูแลแบบไหน ไปดูรีวิวทีละตัวได้เลย Laneige Perfect Renew Regenerator (2,250 บาท) ตัวนี้เป็นเซรั่มที่มีกลิ่นอายของความเป็นออยล์อยู่นิดๆ ด้วยเนื้อสัมผัสที่เวลาลงจะซึมง่าย และรู้สึกลื่นเบาๆ แต่ไม่เหนอะผิว ซึ่งคนผิวแห้งสามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี แต่สำหรับคนผิวมัน ถ้าทาตอนเช้า อยากให้ลงบางๆ พอ เพื่อเลี่ยงไม่ให้ผิวเหนอะเกินไประหว่างวัน ส่วนถ้าตอนกลางคืน ลงฉ่ำๆ ได้ พอตื่นมาจะรู้สึกหน้านุ่มขึ้นจริงๆ และอยากให้ใช้ต่อเนื่องนะจ๊ะ เนื่องจากเค้ามีส่วนผสมของน้ำเซราไมด์ที่มีความคล้ายคลึงกับชั้นผิวหนัง ผิวจะยิ่งแข็งแรงขึ้น เหมาะกับ: คนที่อยากเติมความชุ่มชื้น ผิวใสๆ ฉ่ำ ปล. ขวดที่เรารีวิวเป็นแพ็คเกจครบรอบ 25 ปีลาเนจนะจ้า The History of Whoo Self-Generating Anti-Aging Essence (5,690 บาท) จุดเด่นสุดแบบยังไม่ทันได้ลอง ยกให้แพ็คเกจเลยจ๊ะแม่ มีความเป็นราชนิกูลมาก หรูหราสมราคาห้าพันกว่าบาท แต่พอได้ลองทาจริง