ความอ้วน

น้ำตาลหรือไขมัน อะไรอันตรายมากกว่ากัน!?

น้ำตาล ไขมัน อะไรอันตรายกว่า

ถ้าพูดเรื่องความอ้วนล่ะก็ ผู้ต้องหา 2 รายที่มักจะถูกเสนอชื่อ คงหนีไม่พ้นน้ำตาลและไขมันนี่แหละ เพราะเรามักจะเจอคู่หูคู่นี้ในอาหารแคลสูงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนม ของทอด อาหาร Junk food ต่างๆ แต่ถ้ามาดูแยกกันจริงๆ สองตัวนี้ใครร้าย ใครอันตรายมากกว่ากันนะ มาหาคำตอบกันค่ะ! ไขมันผิดเสมอจริงๆ หรือ? ไขมัน เป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นของร่างกาย ซึ่งให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารอื่นๆ คือ ใน 1 กรัม ไขมันจะให้พลังงานมากถึง 9 แคลอรี่ ในขณะที่สารอาหารอื่นๆ มักจะให้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 4 แคลอรี่เท่านั้น แต่ก่อนจะกล่าวโทษไขมันว่าเป็นสาเหตุของความอ้วน เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ ว่าจริงๆ แล้วไขมันไม่มีอยู่แค่ชนิดเดียว แต่ไขมันมีทั้งแบบอิ่มตัว และไม่อิ่มตัว ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพแตกต่างกันเลยล่ะค่ะ ไขมันร้ายแค่ไหน ไขมันที่เป็นตัวร้าย ก็คือไขมันชนิดอิ่มตัว หรือ ไขมันทรานส์ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งมักพบไขมันชนิดนี้ในอาหารประเภทเบเกอร์รี่ ไขมันจากสัตว์ ไขมันจากนม เนย ชีส น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว

อ้วนตรงนี้เพราะอะไร 6 จุดหลักที่หลายคนกังวล

โรคอ้วน

ถ้าลดน้ำหนักแล้ว แต่พอส่องกระจกยังกังวลกับความอ้วน ลองเช็คสาเหตุทางนี้ดู เพราะเราอาจจะไม่ได้อ้วนเพราะน้ำหนักอยู่ก็เป็นได้ ส่วนใหญ่คนที่เป็น “โรคอ้วน” ก็อาจมีสาเหตุมาจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน ช่วงคอถึงสะโพก อาจอธิบายได้ว่าคุณกำลังอ้วนเพราะกินแป้งและน้ำตาลมากเกินไปรึเปล่า จนสะสมเป็นไขมันบริเวณต่างๆ ในร่างกาย ภาวะนี้เกิดได้กับคนทั่วไปค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอ้วน ทำให้รูปร่างดูท้วมๆ และเคลื่อนไหวร่างกายยาก ทางที่ดีจึงต้องลดการทาน เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น สะโพกถึงต้นขา สังเกตได้ว่าจะใหญ่ช่วงล่าง เพราะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อย่างผู้หญิงที่ถึงวัยหมดประจำเดือน หรือช่วงรอยต่อของวัยต่างๆ นอกจากนี้อาจเกิดกับผู้ที่แพ้อาหารประเภทแป้ง และธัญพืช วิธีการดูแลเราควรเลี่ยงของที่แพ้ แล้วไปเลือกทานสิ่งที่ให้สารอาหารได้เช่นกัน และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ สะโพกถึงช่วงทั้งขา ส่วนใหญ่จะเกิดสองสาเหตุหลักคือ กรรมพันธุ์ หรือขาบวมขึ้นจากการตั้งครรภ์ ทำให้ดูอ้วนช่วงขา แต่ถ้าหากเป็นกรรมพันธุ์จะแก้โดยวิธีธรรมชาติค่อนข้างยากมาก อาจจะต้องปรึกษาศัลยแพทย์ หรืออีกทางคือลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันเพิ่ม เช่น การทานน้ำตาลสูง การไม่ออกกำลังกาย ฯลฯ แต่ถ้าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แล้วบวมในช่วงท้ายๆ ก่อนคลอด หลังจากคลอดอาการบวมจะดีขึ้น ก็หมั่นกระชับผิวบริเวณนั้นเป็นประจำ หน้าท้องบวม ดื่มแอลกอฮอล์เยอะแล้วท้องบวม! สาเหตุนี้มันใช่เลยแต่จะดูอ้วนบวมเฉพาะบริเวณกล้ามท้องจนดูยื่นออกมาชัดเจน หรือหลายคนเรียกว่า พุงโล นั่นแหละจ๊ะ แต่อีกสาเหตุที่อาจทำให้อ้วนบริเวณนี้ได้คือคนที่มีปัญหาระบบเผาผลาญ และระบบหายใจ เพราะฉะนั้นควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วันก็ยังดีจ้า

แค่เดินช้อปปิ้ง ก็ลดความอ้วนได้ เพราะช่วยเผาผลาญแคลอรี่มากกว่าที่คิด!

ช้อปปิ้งลดความอ้วน

กดตังไปช้อปให้แฮปปี้ดีกว่า! เพราะการเดินจับจ่ายของสาวๆ ราว 3 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 500 กิโลแคลอรี่เลยนะ เยอะพอๆ กับการปั่นจักรยานอยู่กับที่ในฟิตเนส 1 ชั่วโมงเลย เห็นไหมว่าการออกกำลังกายไม่ได้น่าเบื่อเสมอไป ทำไมช้อปปิ้งถึงเผาผลาญได้มากขนาดนั้น? เอาจริงๆ แล้ว การเดินธรรมดาๆ 1 ชั่วโมง ก็เผาผลาญได้ถึง 300 กิโลแคลอรี่แล้ว ยิ่งเดินช็อปปิ้งแล้วล่ะก็ เราต้องคอยถือถุง หิ้วของ เดินวนไปวนมาเพื่อเทียบราคาของสองร้าน (ยอมรับมาซะว่าเคยทำ!) ทำให้เราสามารถเผาผลาญได้มากถึง 500 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว ซึ่งมันเทียบเท่ากับการปั่นจักรยานในฟิตเนส 1 ชั่วโมงนั่นแหละ เรียกว่าเป็นการออกกำลังแบบที่ทั้งสนุกและไม่น่าเบื่อไปอีกแบบ แต่ก็ระวังอย่าช้อปเพลินจนลำบากตัวเองตอนสิ้นเดือนกันนะจ๊ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต และ FATNEVER

ชุดทำงานก็ปังได้ แค่แต่งตามหลัก YIA

แต่งชุดทำงานให้สวยด้วยหลัก YIA

สำหรับใครที่ชอบบ่นๆ ว่าชุดทำงานน่าเบื่อแต่งออกมายังไงก็ดูทื่อๆ ไม่สวย บอกเลยว่าปัญหานี้แก้ได้ถ้าเรารู้จักเลือกแมตช์ชุดให้เข้ากับรูปร่าง รู้ว่าจุดไหนต้องเด่น จุดไหนต้องพราง แค่นี้เราก็สามารถเปลี่ยนทุกวันทำงานเป็นรันเวย์ได้! เทคนิคการเลือกแมตช์เสื้อผ้าแบบ YIA เป็นเทคนิคจากแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ที่มีหลักการง่ายๆ คือการเลือกเสื้อผ้าที่สามารถพรางจุดด้อยและขับเน้นจุดเด่นของเราได้โดยมีรายละเอียด วิธีจำง่ายๆ ตามนี้เลย! แต่งแบบ Y สำหรับคนที่มีร่างกายท่อนบนค่อนข้างใหญ่ เจ้าเนื้อ ท่อนบน : เลือกเสื้อผ้าแบบ oversize หรือเสื้อที่ใหญ่กว่าไซส์ปกติที่ใส่ประจำ ท่อนล่าง : เลือกชิ้นที่มีลักษณะเข้ารูป เพราะที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อใส่พอดีตัวตลอดเวลา การเลือกสวมเสื้อผ้าที่ใหญ่กว่าตัว จะสามารถช่วยซ่อนเส้นรอบร่าง หรือ Body line ได้ เมื่อประกอบกับท่อนล่างที่เข้ารูปก็จะช่วยพรางให้รู้สึกว่ารูปร่างเล็กลง แต่งแบบ I สำหรับคนที่มีรูปร่างสมส่วน มั่นใจในรูปร่างและสไตล์ ชิ้นบน : เลือกเสื้อผ้าแบบเข้ารูป ชิ้นล่าง : เลือกแบบเข้ารูป การแต่งตัวแบบเทคนิครูปตัว I เหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างสมส่วน เหมาะการใส่เสื้อผ้ารัดรูปจะช่วยขับเน้นรูปร่างของเราให้ดูสง่าและคล่องตัว แต่งแบบ A สำหรับคนที่มีช่วงล่างใหญ่ อยากพรางช่วงสะโพกหรือบั้นท้าย ชิ้นบน : เลือกแบบเข้ารูป

เมนูหมูกรอบ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

โรคอันตรายจากหมูกรอบ

ใครที่เป็นแฟนคลับหมูกรอบ อย่าพึ่งใจเสีย หมูกรอบสุดที่รักของชาวเราไม่ใช่ว่าทานไม่ได้เลยนะคะ แต่อาจจะต้องเว้นระยะห่างสักหน่อย เพราะถ้ากินบ่อยๆ ล่ะก็ บอกเลยว่าน้องเขาหอบเอาสารพัดความเสี่ยงของบโรคอันตรายๆ หลายอย่างมาด้วยนะ รู้แบบนี้สลับไปกินสลัดบ้างบางวันก็ดีนะคุณพี่ หมูกรอบที่รัก แถมโรคอะไรบ้าง? มันหมูสามชั้น ทำให้เสี่ยงโรคอ้วน และโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคอ้วน อย่างที่รู้ๆ กัน ว่าหมูกรอบทำมาจากหมูสามชั้นที่เอาไปทอดจนเหลืองกรอบ แต่ว่านะทุกคน ไขมันของหมูสามชั้นเป็นไขมันประเภทอิ่มตัวที่ให้พลังงานสูง ดังนั้น หากทานบ่อยจนเกินไปร่างกายของเราก็จะได้รับพลังงานเกินความจำเป็น และถ้าเราเผาผลาญออกไม่หมด ก็จะกลายเป็นไขมันที่ถูกเอาไปสะสมไว้จนทำให้เป็นโรคอ้วน โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ เหมือนเป็นผลต่อเนื่องกันมาจากข้อข้างบน เพราะคนที่มีภาวะอ้วน ก็จะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากกว่าคนปกติ เนื่องจากหัวใจต้องบีบตัวให้แรงกว่าปกติเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เพียงพอ ดังนั้นในระยะยาว คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะกล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติได้ น้ำมันทอดทำให้เสี่ยง โรคหลอดเลือดหัวใจ และคอเลสเตอรอลสูง ในการทำหมูกรอบย่อมต้องใช้น้ำมันในการทอด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วน้ำมันที่นิยมใช้กันในท้องตลาด ก็มีโอกาสที่ร้านค้าต่างๆ จะเป็นน้ำมันปาล์ม และในน้ำมันปาล์มนี้เองที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง ยิ่งรวมเข้ากับไขมันของหมูสามชั้นก็ยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ  โดยเฉพาะการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ และระดับของคอเลสเตอรอลที่มากเกินไป ยิ่งใช้น้ำมันทอดซ้ำ ยิ่งเลวร้าย เสี่ยงโรคมะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม บอกเลยว่าหลักเลี่ยงได้ยากมากๆ สำหรับคนที่ซื้ออาหารนอกบ้าน เพราะเราไม่รู้เลยว่าพ่อค้าแม่ค้าจะใช้น้ำมันทอดซ้ำหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ การใช้น้ำมันทอดซ้ำจะก่อให้เกิดสารพิษในน้ำมัน เช่น สารอะคริลาไมด์ ซึ่งหากสะสมในร่างกายมากๆ

ลดน้ำหนักไม่ลง เพราะ 3 ฮอร์โมนนี้รึเปล่า?!

ฮอร์โมนกับการลดน้ำหนัก

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า คนอื่นเขาคุมอาหารกันได้ดูชิลๆ แต่ทำไม๊ทำไม เราถึงชอบตบะแตกอยู่บ่อยๆ อย่าพึ่งท้อใจว่าตัวเราใจแข็งไม่พอ แต่ตัวการที่แท้จริงอาจจะเป็นฮอร์โมนของเราก็ได้! โดยเฉพาะกับใครที่ชอบนอนดึก พักผ่อนน้อย บอกเลยว่านี่แหละต้นเหตุแห่งภาวะฮอร์โมนแปรปรวน และจะทำให้เราอ้วนแบบลดไม่ลงสักที!! ทำไมฮอร์โมนถึงส่งผลต่อความอ้วนได้? ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ฮอร์โมนมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายของเรา ซึ่งก็มีฮอร์โมนหลายชนิดที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบการเผาผลาญ ความอยากอาหาร การย่อยอาหาร กระบวนการสะสมไขมัน และอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อน้ำหนักตัวของเราทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเหล่านี้เกิดภาวะไม่สมดุล หรือที่เขาชอบพูดกันว่าฮอร์โมนแปรปรวน ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราอ้วนได้นั่นเอง ฮอร์โมนความหิว เกรลิน (Ghrelin) เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมา เพื่อช่วยกระตุ้นความหิว ทำให้เรารู้สึกอยากกินอาหารต่างๆ โดยหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลให้เกรลินหลั่งออกมากเป็นพิเศษก็คือ ภาวะอารมณ์ที่เรารู้สึกวิตกกังวล หรือในเวลาที่เราทำงานหนัก นอนดึกหรือพักผ่อนน้อย ใครที่เคยสงสัยว่าทำไมตัวเองรู้สึกอยากกินนู่นนี่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ก็กินอิ่มตามมื้อปกติไปแล้ว บอกเลยว่าเกรลินนี่แหละคือตัวการ! ฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (Cortisol) เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเรารู้สึกเครียดมากๆ จนร่างกายรู้สึกว่าต้องต่อสู้กับความเครียดและฟื้นฟูตัวเอง ฮอร์โมนตัวนี้จึงไปกระตุ้นให้เราเกิดความรู้สึกอยากกินอาหารพลังงานสูงอย่างอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และของมันๆ เพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ที่บางครั้งก็เกินพิกัดจนกลายเป็นอ้วน ฮอร์โมนความอิ่ม เลปติน (Leptin) ทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งฟังดูเหมือนจะดีใช่ไหมล่ะ แต่ปัญหามันจะเกิดเมื่อเวลาที่เราพักผ่อนน้อย ร่างกายเราเกิดภาวะต่อต้านฮอร์โมนเลปติน กลายเป็นเราจะรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา