ทำตาสองชั้น

ไล่ไทม์ไลน์ทำตา กี่วันกว่าจะสวย?

เพราะการทำตา เป็นศัลยกรรมที่สามารถเห็นความบวมช้ำที่ค่อนข้างชัดเจน จะบอกว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับการศัลยกรรมส่วนอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะผิวหนังรอบดวงตาค่อนข้างบอบบาง แถมดวงตาก็ยังเป็นบริเวณที่เด่นที่สุดของใบหน้าด้วย ดังนั้นคำถามยอดฮิตติดเสิร์ชที่หลายๆคนมักกังวลและสงสัยก็คือ หลังทำตาอาการจะเป็นอย่างไรบ้าง บวมแค่ไหนถึงปกติและกี่วันถึงจะสวยมาค่ะเราทำสรุปมาให้แล้ว ก่อนอ่าต้องบอกก่อนว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของตาขึ้นอยู่กับเทคนิคละวิธีการผ่าตัด ร่วมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน ดังนั้นแน่นอว่านอกจากผลลัพธ์จะต่างแล้ว เรื่องของการพักฟื้นก็ต่างเช่นกัน แต่เราจะขอสรุปโดยอาศัยค่ากลางเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เป็นแนวทางในประเมิณระยะเวลาพักฟื้นของตัวเองได้ในเบื้องต้น วันที่ 1-3 ทางที่ดีแนะนำให้พักฟื้นอยู่บ้านโดยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่ต้องทำตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด หากเป็นไปได้เลี่ยงการใช้สายตา เล่นมือถือหรือจ้องคอมนานๆ คอยประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม วันที่ 3 เรียกว่าอาการบวมจะพีคหนักที่สุดในช่วงนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่กับการศัลยกรรมตา แต่กับศัลยกรรมอื่นๆก็เช่นกัน ดังนั้นหากใครตาบวมเป่งออกมาก็ไม่ต้องกังวลไปถือเป็นเรื่องปกติ โดยลักษณะการบวมจะสังเกตได้ว่าชั้นตาจะบวมออกมาสามารถเห็นขอบเส้นรอยพับเปลือกตาได้อย่างชัดเจน บางคนอาจรู้สึกได้วาขนตาดูเด้งๆหรืองอนขึ้น เพราะอาการบวมของชั้นตาดันขนตาออกมานั้นเอง แต่ถ้าหากบวมพร้อมกับมีอาการปวดจนทนไม่ไหว และมีไข้ร่วมด้วยแนะนำให้รีบปรึกษาคุณหมอให้เร็วที่สุด หากเป็นอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน วันที่ 7 ส่วนใหญ่แล้วหมอจะนัดตัดไหมในช่วงนี้ ซึ่งในวันที่ 7 หากใครมีรอยช้ำเขียวรอบดวงตาจะเริ่มค่อยๆดีขึ้น ความบวมตรงรอยพับตาลดลง หากใครระบบการหมุนเวียนของเลือดดี ในช่วงนี้อาจะรู้สึกได้ว่าทั้งแผลและอาการบวมของตาลดลงอย่างเห็นได้ชัด วันที่ 10 แลผที่ตัดไหมไปจะเริ่มแห้งในช่วงนี้ ดังนั้นจึงสามารถเริ่มล้างหน้าได้แล้ว ดังนั้นใครอยากแต่งผิว หรือส่วนอื่นๆของใบหน้าก็สามารถทำได้ แต่ให้งดบริเวณรอบดวงตาเอาไว้ก่อน แต่สามารถเริ่มดูแลผิวรอบดวงตาได้เลยในช่วงนี้ แต่ให้ระวังและเบามือสักหน่อย แนะนำให้เลือกสูตรที่อ่อนโยนและเนื้อสัมผัสบางเบาเอาไว้ก่อนจะดีกว่า อาทิตย์ที่ 2 ในช่วงสัปดาห์ที่สองนี้ น่าจะสังเกตได้ถึงความแตกต่าง

ยาชา VS ยาสลบ ศัลยกรรมแบบนี้ เลือกยาอะไรดี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องศัลยกรรมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ และค่อนข้างเปิดเผยมากกว่าสมัยก่อน ทำให้มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม ซึ่งหนึ่งในคำถามที่สาวๆ ถามกันมามากที่สุด ก็คือ ยาชา กับ ยาสลบ ต่างกันอย่างไร จะทำศัลยกรรมแบบนี้ เลือกยาแบบไหน และ ยาชาที่ว่าทำแล้วยังเจ็บ ยาสลบที่ว่าอันตราย มันจริงไหม? วันนี้แอดมีคำตอบ ยาชา ชื่อก็บอกว่า ฉีดแล้วชา แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia) ยาชาแบบนี้จะใช้ในการผ่าตัดเล็กๆ มีฤทธิ์ทำให้ชาบริเวณเล็กๆ ไม่กว้างมาก ทำให้ตอนทำเราจะรู้สึกเหมือนมีใครมากดตรงนั้น แต่ไม่เจ็บ อย่างการเย็บปิดบาดแผล การถอนฟัน ผ่าฝัน ขณะทำจะรู้ตัวตลอดเวลา ยาชาเฉพาะบริเวณ (Regional Anesthesia) เราจะรู้สึกชาเฉพาะที่ หรือ อธิบายให้เข้าใจง่าย คือ ชาในวงกว้างกว่า เนื่องจากเป็นการฉีดยาชาเข้าไปรอบๆ กลุ่มเส้นประสาทบริเวณที่จะทำการผ่าตัด เพื่อให้ร่างกายส่วนนั้นเกิดการชา เราจะไม่รู้สึก เช่น จมูก ปาก แขน ขา ขณะทำผู้ป่วยจะยังรู้สึกตัว และมีสติอยู่ตลอดเวลา บางรายแพทย์อาจให้ยากล่อมประสาทร่วมด้วย

ทำตา แก้อะไรได้บ้าง? มีตัวอย่างรีวิว

ทำตา

ทำตา เพื่อความสวยงามก็อีกเรื่องนึง แต่เรื่องแก้ปัญหาเกี่ยวกับตาก็อีกเรื่องนึง แต่ผลลัพธ์คือการคืนความสมดุลให้ชั้นเปลือกตาของแต่ละเคสได้แน่นอน การทำตาช่วยแก้ปัญหาตาหลากหลาย ชั้นตาไม่เท่ากัน หลายคนก็มักแก้โดยการติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้น และภาวะนี้พบได้บ่อย ถือว่าไม่ได้เป็นโรคอะไร แต่เกิดจากโครงสร้างใบหน้าของเรา และบางคนเห็นชัดเวลาถ่ายรูป จะสังเกตเห็นว่า ข้างใดข้างนึงโตหรือเห็นชั้นไม่เท่ากับอีกข้าง ปัญหานี้แก้ได้โดยวิธีการเย็บชั้นตาใหม่ ด้วยการกรีดแล้วแต่เทคนิค หรือปรับกล้ามเนื้อตา คือการให้ระยะความสูงระหว่างขอบตา ถึงชั้นตาสูงเท่ากันทั้งสองข้าง เทคนิคก็ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน จึงต้องให้หมอวิเคราะห์ว่าตาไม่เท่ากันมาจากสาเหตุภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยหรือไม่ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นลักษณะของเปลือกตาบนที่คลุมปิดตาดำลงมามากกว่า 1-2 มิลลิเมตร ทำให้ดูเป็นตาง่วงนอน ตาปรือ หรือดูอ่อนแรงตามชื่อเลย ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม, ภูมิแพ้, อายุ ฯลฯ และอาจเกิดได้ทั้งสองข้างหรือข้างเดียว วิธีการทำตาจึงช่วยเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ อย่างการดึงกล้ามเนื้อตา ผ่าตัดลงลึกถึงระดับกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแรง แน่นอนว่าสามารถทำควบกับการทำตาสองชั้นได้ ชั้นตาตกหย่อน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีอายุมากขึ้น ลักษณะของหนังตานั้นจะมีเนื้อเยอะ ความยืดหยุ่นของเปลือกตาลดลงจนตกลงมาปิดชั้นตา ทำให้ดูหย่อนคล้อย และคิ้วตกควบคู่ได้เช่นกัน การทำตานั้นจึงต้องเข้าไปผ่าตัดแก้ไขชั้นตาส่วนเกินให้ตึงขึ้น เช่น วิธีการเย็บหรือตัดส่วนเกิน หรืออาจผ่าตัดเก็บหนังตาหย่อนใต้ท้องคิ้ว หรือบางรายอาจต้องใช้วิธีแก้ไขที่กล้ามเนื้อตา โดยเฉพาะผู้ที่ชั้นตาหย่อนจนตาดูปรือๆ แต่ถ้าคุณหมอวิเคราะห์ว่าเกิดจากหน้าผากเหี่ยวย่น และจากคิ้วตก ก็อาจต้องไปปรับแก้ไขที่กล้ามเนื้อหน้าผากหรือผ่าตัดยกคิ้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาแต่ละคน ชั้นตาย่น

กรีดตาสองชั้น แบบสั้น VS แบบยาว ต่างกันยังไง และเหมาะกับใคร

ไม่ใช่ว่าใครก็จะทำตาสองชั้นในแบบเดียวกันได้ ฉะนั้นก่อนพบคุณหมอ ลองศึกษากันก่อนว่าเรามีปัญหาชั้นตาแบบไหน และต้องการปรับรูปตาให้เป็นอย่างไร การทำตาสองชั้นปัจจุบันได้รับความนิยมมากทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งก็จะมีหลายเทคนิค ทั้งการเย็บสามจุด เปิดตัวตา กรีดแบบสั้น กรีดแบบยาว ซึ่งวันนี้แอดขอหยิบยก 2 เทคนิคการกรีดตาที่หลายคนยังสับสนในความแตกต่าง มาให้ลองศึกษากันว่า… ถ้าเรามีรูปตาแบบนี้ ปัญหาแบบนี้ ควรจะแก้ไขไปในทิศทางไหน ทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้นเหมาะกับ : คนตาชั้นเดียว ชั้นตาหลบใน มีไขมันเปลือกตาไม่มาก และหนังตาไม่ตก     ลักษณะแผล : แผลเล็กมาก ขนาดราวๆ 0.5-1 ซม.           วิธีการ : เป็นการทำตาสองชั้น ร่วมกับการเอาไขมันออก และล็อกชั้นตา ไม่ได้ตัดหนังตาออกไป   ระยะเวลาพักฟื้น : บวมช้ำน้อย 3-5 วัน (แล้วแต่บุคคล)   ข้อดี : รอยเย็บเล็ก ลดความเสี่ยงการเกิดแผลเป็น             ทำตาสองชั้นแบบกรีดยาวเหมาะกับ : คนที่มีอายุมาก ชั้นไขมันและเปลือกตามี ปริมาณมาก หนังตาตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ลักษณะแผล : เป็นการกรีดตั้งแต่หัวตาไปถึงหางตาวิธีการ

รีวิวเคส ศัลยกรรมผู้ชาย จมูก ตา คางกับ 3 คุณหมอชื่อดัง

ศัลยกรรมผู้ชาย

การศัลยกรรมไม่ได้จำกัดเพศอีกต่อไปแล้ว เมื่อเรื่องความพิ่มความมั่นใจกลายเป็นหนึ่งเหตุผลของผู้ที่อยากทำศัลยกรรมไปแล้ว แม้แต่ในกลุ่มคุณผู้ชายก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ขยายในวงกว้างมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า การศัลยกรรมในผู้หญิงและผู้ชายก็ต่างกัน เนื่องจากโครงสร้างต่างกัน และความต้องการของคนไข้ก็ต่างกัน เพราะฉะนั้นเรามาตามดูผลงานของคุณหมอ 3 ท่านที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมผู้ชาย เพื่อให้คุณผู้ชายประกอบการตัดสินใจดูจ้า พญ. อาภรณ์ ไชยเครื่อง (หมอไก่) จาก At Medical Clinicเริ่มที่ส่วนบนของใบหน้าอย่างดวงตากันก่อน ซึ่งหากกดค้นหารายชื่อคุณหมอในกูเกิ้ลเรื่องศัลยกรรมส่วนนี้ ต้องมีชื่อหมอไก่แน่นอน ซึ่งคุณหมอมีทั้งเคสผู้หญิงและผู้ชาย แต่ในเคสผู้ชายคุณหมอจะทำไม่ให้หน้าดูหวานมาก แต่ชั้นตาชัด ไม่ใหญ่ไป เพื่อให้เหมาะกับรูปหน้า นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขปัญหาการมองเห็นที่มีปัญหาจากโครงสร้างรูปตาให้ดูหน้าเด็กลงได้อีกด้วย นอกจากนี้คลินิกยังมีหลายสาขา แต่ถ้าอยากจะทำกับคุณหมอไก่ เราแนะนำให้เช็คคิวและสาขาโดยตรงกับคลินิกอีกครั้งนะจ๊ะ นพ. ธนภัทร์ พงษ์ไพบูลย์ (หมอภัทร) จาก Bangkok Clinic Wellness Centerใครอยู่เชียงใหม่ คุณหมอจะประจำการอยู่ที่สาขานี้ ซึ่งคุณหมอจะเชี่ยวชาญเกือบทั้งส่วนบนใบหน้าเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะจมูกคุณผู้ชาย มีคนไข้หลายเคสที่ทำกับคุณหมอและถูกใจเรื่องความเป็นธรรมชาติ แถมยังถูกกับหลักโหงวเฮ้งของใบหน้า นอกจากนี้ฝีมือคุณหมอในวงการศัลยแพทย์เองก็ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน เพราะคุณหมอเป็นถึงระดับอาจารย์หมอกันเลยทีเดียวนะจ๊ะ นพ. ปรีดี ตีรบุลกุล (หมอป๊อป) จาก VE’ANNA Clinicคลินิกใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางไม่ยาก และคุณหมอป๊อป

รวมรายชื่อคุณหมอทำตา ที่ชื่อฮิตจนติดยอดเสิร์ช Google!

หมอดังทำตา

อยากทำตาแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี เสิร์ชอากู๋มาก็งงๆ ตกลงคุณหมอหหน้าตาเป็นยังไง? และจะไปหาได้ที่ไหนล่ะ? วันนี้เราจะขอพาทุกคนมาทำความรู้จัก เห็นหน้าคาดตากับคุณหมอทำตาคนดัง ที่ชื่อฮิตติดยอดเสิร์ชของ Google! กัน หมอรวงข้าว พญ. ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์ Lovely Eye & Skin Clinic ดีกรีคลินิกทำตาสองชั้น ที่ได้รับรางวัล *The Most Trusted Double Eyelid Surgery Technique 2020 จาก HELLO! Beauty Awards ผู้เชี่ยวชาญการทำตาสองชั้นด้วยเทคนิค Lovely Blepharoplasty หมอไก่ พญ.อาภรณ์ ไชยเครื่อง AT Medical Clinic ผู้ก่อตั้งคลินิกศัลยกรรมตาสองชั้นโดยตรง อย่าง AT Medical Clinic ที่สามารถทำตาสองชั้น ตกแต่งไขมัน เปิดตัวตา ตัดหนังตา และแก้ไขตาตก ได้สวยงามเหมาะกับเคสแต่ละเคสแบบสุดๆ! หมอดวงดาว พญ.ดวงดาว ดวงนำสว่าง

ศัลยกรรมตาสองชั้น #ตาสายเกา งานเนี๊ยบทั้ง 3 หมอ

ศัลยกรรมตาสองชั้น

ใครกำลังหาข้อมูลคุณหมอศัลยกรรมตาสองชั้นแบบสายเกาหลี ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ แผลเล็ก บวมช้ำน้อย และมีความชำนาญด้านการศัลยกรรมตาสองชั้น ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมของ 3 คุณหมอที่เราแนะนำเพิ่มเติมได้เลยจ้า นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ จากธีรพร การแพทย์ คุณหมอชื่อดัง โดยเฉพาะเรื่องการทำตาสองชั้น ซึ่งใช้เทคนิค Eye Lock และเน้นการผ่าตัดที่มีแผลขนาดเล็ก จึงบวมช้ำน้อย ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 20 – 40 นาที นอกจากนี้คลินิกคุณหมอยังมีบริการดูแลต่อเนื่องนานถึง 1 ปีอีกด้วย นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (หมอกัน) จาก Theerathorn Clinic เทคนิคการทำตาสองชั้น ร่วมกับการหลากหลายเทคนิคเพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคลที่สุด เช่น การเปิดตาดำ การเย็บเปิดเส้นขนตา รวมถึงการใช้เทคนิค Eye Lock บล็อกทุกสายตาไปเลย นพ. ธีร์ ว่องวุฒิกำจร (หมอธีร์) จาก FaceBody Medical Beauty Clinic คุณหมอใช้เทคนิคเฉพาะ Scarlez-T ที่สร้างชั้นตาใหม่

3 หมอศัลยกรรมตาสองชั้นที่อยากแนะนำ

ศัลยกรรมตาสองชั้น

มาทำความรู้จัก 3 คุณหมอที่ทำตาสวยจนใครๆ ก็พูดถึง ใครที่กำลังคิดอยากจะทำตาสองชั้นล่ะก็ ลองมาดูฝีมือคุณหมอไว้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจกันค่ะ คุณหมอรวงข้าว พญ.คัมภีราภรณ์ สิริภคพันธ์ Lovely Eye & Skin Clinic คุณหมอมีเทคนิคเฉพาะในการ ทำตาสองชั้นแบบ signature ของคลินิก คือการ ทำตาสองชั้นพร้อมตกแต่งหนังตาส่วนเกิน ให้ลุคที่ออกมาสวยดูดี เป็นธรรมชาติ คุณหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ ธีระธรฌ์คลินิก คุณหมอมีเทคนิคการทำตาแบบ Eye lock ที่กำหนดชั้นตาตั้งแต่หัวจรดหางตา ให้เข้ากับทรงรูปตาและรูปหน้าของแต่ละคนมากที่สุด คุณหมอหลิน พญ.วันวิสาข์ ตันศิริเจริญกุล Inz Clinic คุณหมอมือเบามากๆ ทำให้แผลเล็ก บวมน้อย ไม่มีรอยช้ำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำไปเพียง 7 วันก็สวยเข้ารูปแล้ว

ทำตาสองชั้นมีกี่วิธี แบบไหนดี แบบไหนเหมาะกับใคร

ศัลยกรรมตาสองชั้น มีคนเคยบอกว่าพออายุมากหนังตาจะตก ตอนนั้นค่อยไปทำตาก็ได้ เอาจริงๆนะ ไม่ต้องรออายุมากแต่ถ้าอยากสวย ทำแล้วมั่นใจ ไปทำก่อนก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะ การทำตาสองชั้น หรือ ศัลยกรรมตานั้น มีหลายรูปแบบทั้งทำเพื่อความสวยงาม เพื่อการแก้ไข และเพื่อรักษา ซึ่งแต่ละปัญหา ตลอดจนรูปตาเดิมของสาวๆ ก็จะใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นโพสต์นี้เราขอรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น สำหรับสาวๆ ที่มีแพลนจะทำตามาให้ว่า การทำตาสองชั้นมีกี่วิธี แต่ละวิธีเหมาะกับใคร และเราควรทำวิธีไหนกัน 1.ปรับกล้ามเนื้อตา ปรับกล้ามเนื้อตาด้วยการเย็บ 5-6 จุด ใช้วิธีมัดกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาที่อ่อนแรงให้สดใส เหมาะกับ : สาวๆ ที่มีชั้นตาไม่เท่ากัน ตาง่วง เศร้า ดูเหนื่อยตลอดทำแล้ว : ดวงตาโตขึ้น ดูสดใสกว่าเดิม 2.ตาสองชั้นแบบเย็บใช้วิธีการเย็บ 3 จุด ไม่เป็นแผลกรีด เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากเหมาะกับ : สาวตาชั้นเดียว หนังตาและไขมันไม่หนาทำแล้ว : ชั้นตาสวยดูเป็นธรรมชาติ แต่ที่เย็บมาอาจหลุดได้ 3.ตาสองชั้นแบบกรีดกรีดแผลยาว เพื่อให้สามารถเย็บชั้นตาได้ตลอดแนว โดยไม่ตัดหนังตาส่วนเกินออกเหมาะกับ : สาวๆที่ต้องการแก้ไขรูปตาเดิม แก้ไขขนาดชั้นตาทำแล้ว