นมพร่องมันเนย

ทำยังไงให้หายเผ็ด ที่แน่ๆ ไม่ใช่การดื่มน้ำหรอก!

วิธีทำยังไงให้หายเผ็ด ไม่ใช่การดื่มน้ำ

เชื่อว่าคนเกินครึ่งถ้าถามว่าเวลาเผ็ดต้องทำยังไง คงจะตอบว่า “ดื่มน้ำ” อย่างแน่นอน เพราะความเผ็ดคืออาการแสบร้อน แล้วอะไรจะดูดับร้อนได้ดีไปกว่าน้ำอีกล่ะ? แต่บอกเลยนะคะ ว่าความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะแท้จริงแล้วการดื่มน้ำไม่ได้ช่วยทำให้หายเผ็ด แถมดีไม่ดียังจะทำให้เผ็ดมากขึ้นกว่าเดิมด้วย ทำไมน้ำถึงไม่ใช่พระเอกของเรื่องนี้? ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า ความเผ็ดจากพริก มีที่มาจากสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “แคปไซซิน (Capsaicin)” ซึ่งเจ้าสารตัวนี้เมื่อสัมผัสกับเนื้อเยื่อของร่างกายเราจะสร้างให้เกิดความรู้สึกแสบร้อน หรือก็คือ “ความรู้สึกเผ็ด” นั่นแหละ ข้อต่อมาที่เราต้องรู้ ก็คือเจ้าแคปไซซินนั้นเป็นสารแบบโมเลกุลไม่มีขั้ว (non-polar molecules) ซึ่งจะละลายได้ในสารโมเลกุลไม่มีขั้วด้วยกันเองเท่านั้น มาถึงตรงนี้พอจะเดาได้แล้วใช่ไหมคะ ถูกต้องค่ะ “น้ำ” เป็นสารโมเลกุลแบบมีขั้ว (Polar molecules) ดังนั้นแคปไซซินจึงไม่ละลายในน้ำ (ต่อให้เป็นน้ำเย็นก็เถอะ) และที่แย่กว่านั้นก็คือน้ำจะพาให้สารแคปไซซินกระจายไปทั่วปาก ทำให้เผ็ดหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก! แล้วกินอะไรถึงจะหายเผ็ดได้ล่ะ? พระเอกตัวจริงของเรื่องนี้ก็คือ นม (และผลิตภัณฑ์จากนม) นั่นเอง! เพราะว่านมมีโมเลกุลแบบไม่มีขั้ว ทำให้สามารถช่วยเจือจางความเผ็ดจากแคปไซซินได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นครั้งหน้าถ้ากินอะไรเผ็ดๆ มามองหานม โยเกิร์ต หรือไอศกรีมแทนดีกว่านะ! ขอขอบคุณข้อมูลจาก FoxNews

“นม หรือ น้ำ” เครื่องดื่มชนิดไหนเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีกว่ากัน

ดื่มน้ำเปล่าวันละ 6-8 แก้ว เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจเป็นคำพูดที่ไม่ถูก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ เขาได้เปรียบเทียบการไฮเดรชั่น หรือ การให้ความชุ่มชื่น ของเครื่องดื่ม 13 ชนิด พบว่าน้ำเปล่าอยู่อันดับที่ 10 ในขณะที่นมพร่องมันเนยอยู่อันดับที่ 1 ตามมาด้วยน้ำเกลือแร่ นมปกติ น้ำส้ม และโคล่าตามอันดับ ว่ากันด้วยเรื่องน้ำ ถือเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายเราขาดไม่ได้ เพราะส่งผลต่อการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งสาวๆหลายคนจะท่องกันมาจนขึ้นใจว่า เราควรดื่มน้ำ 6-8 แก้ว ต่อวัน จะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มาวันนี้คำกล่าวนั้นกลายเป็นไม่ถูกทั้งหมด เพราะ จากผลการศึกษาและทำการวิจัยของ มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ ในสก็อตแลนด์ เขาได้เปรียบเทียบการไฮเดรชั่นของเครื่องดื่มหลายชนิด แล้วพบว่าน้ำที่องค์ประกอบของน้ำตาล ไขมัน และโปรตีน นั้นดูดซับน้ำได้นานและดีกว่าน้ำเปล่าที่มีแต่ H2O อ้างอิงจากโรนัลด์ เมาแกน ศาสตราจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ เขาอธิบายไว้น่าสนใจมากว่า ปริมาณและองค์ประกอบของเครื่องดื่มมีความสำคัญต่อการดูดซับน้ำของร่างกาย ฉะนั้นถ้าเราดื่มมากครั้งละมากๆ น้ำก็จะยิ่งหายไปจากกระเพาะและไปอยู่ในกระแสเลือดเร็วขึ้น เนื่องจากไม่มีตรวจกรอง หรือถูกขับออกได้ไวกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น ในขณะที่เครื่องดื่มซึ่งมีองค์ประกอบของสารอาหารอย่างนมพร่องมันเนยนั้น มีทั้งน้ำตาลแลคโตส