นอนน้อยแต่ไม่เบลอ

งีบหลับกลางวัน ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าหายง่วง

นอนกลางวัน

มีหลายงานวิจัยในต่างประเทศที่สนับสนุนว่า การงีบหลับตอนกลางวันนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อคนทำงาน เพราะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง คิดงานได้ลื่นไหล แถมยังเติมพลังงานให้ร่างกายอีกด้วย และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องขำๆ เพราะในบางประเทศนั้น เค้าอนุญาตให้งีบหลับช่วงกลางวันได้อีกด้วยนะจ้า เช่น กรีซ บราซิล แม็กซิโก และญี่ปุ่น ฯลฯ งีบหลับนะ ไม่ใช่นอนหลับ ในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Napping ไม่ใช่ Sleeping เพราะฉะนั้นหากแปลเป็นไทย จะหมายถึงการงีบหลับในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ใช่นอนหลับไปเลยนะจ๊ะทุกคน ซึ่งเวลาที่บอกว่าเหมาะสมคือช่วง 13:00 – 15:00 น. และแนะนำว่า ควรงีบไม่เกิน 30 นาที และไม่ควรเกินกว่า 90 นาที เช่น เรารู้สึกง่วงตอน 13:00 แปลว่าเรางีบได้ถึงประมาณ 13:30 ซึ่งเรื่องนี้ทางองค์การนาร์ซ่าเองก็เคยทำกับนักบินอวกาศมาแล้ว โดยให้งีบกลางวันได้ 40 นาที ก็พบว่า มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่ม 34% และทำให้ตื่นตัวมากถึง 100% เหตุผลคือ การงีบช่วงเวลากลางวันนั้น มีผลต่อสมองแน่นอน แต่เป็นผลที่ดี เหมือนเป็นการชาร์จพลังให้ร่างกาย หลังงีบจึงรู้สึกตื่นและสดชื่นขึ้น

นอนน้อยแต่ไม่เบลอ สูตรโกงความตาย คือการนอนให้ครบ 90 นาที!

นอนน้อยแต่ไม่เบลอ

ไหนใครเริ่มกลับไปทำงานที่ออฟฟิศแล้วบ้างคะ? มันกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหมคะ พฤติกรรมการนอนน้อยของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ Beauty See First เลยจะขอแนะนำสูตรโกงความตายของคนนอนน้อย ให้ตื่นมาได้อย่างสดใส ไม่งอแง ทริคคือการนอนให้ได้ตามทฤษฎีวงจรการนอนหลับ ที่ว่าด้วยการนอนให้ได้ 90 นาที เพื่อให้การหลับของเราครบลูป ที่ทำให้ไม่งัวเงียเวลาตื่น! อะไรคือ ทฤษฏีวงจรการนอนหลับ? ทฤษฏีวงจรการนอนหลับ หรือ Sleep Cycle คือ ทฤษฎีที่เชื่อว่าในการนอนของคนเราแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ซึ่งใน 1 รอบของวงจรการนอนจะกินเวลาทั้งสิ้นประมาณ 90 นาที แล้ววนใหม่ไปเรื่อยๆตลอดทั้งคืน ดังนั้นหากเราสามารถกำหนดให้ตัวเองตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาที่การนอนครบลูปพอดี ก็จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และตื่นตัวมากกว่าการตื่นกลางคันนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่า หากเราไม่สามารถนอนให้ครบ 6 ชั่วโมงได้ (90 นาที 4 รอบ) ก็ควรนอนให้ได้ 4.30 ชั่วโมง ไปเลย (90 นาที 3 รอบ) จะมีแนวโน้มที่ตื่นมาสดชื่นกว่าการนอน 5 ชั่วโมง (ตื่นขณะยังไม่ครบรอบที่ 4) แต่อยากไรก็ตาม ทฤษฏีนี้ช่วยให้เราตื่นมาอย่างไม่งัวเงียเท่านั้น