นอนน้อย

หาวมากกว่า 1 ครั้งต่อนาที อาจบอกได้ว่าเป็นโรคนี้อยู่!

หาว

การหาวคือหนึ่งในกลไกของร่างกายเนื่องจากต้องการออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด และนำเอาคาร์บอนไดออกไซค์ในเลือดออกไป ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ความถี่ของการหาวนั้นก็อาจกลายเป็นหนึ่งในอาการของบางโรคได้เช่นกัน ซึ่งตามข้อมูล หากคนเราหาวมากกว่า 1 ครั้งต่อนาที รวมถึงมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ก็ต้องรีบปรึกษาแพทย์แล้วนะ เพราะคุณอาจจะกำลังเผชิญกับโรคบางโรคอยู่ก็เป็นได้ ตัวอย่างโรคที่การหาวอาจบอกความผิดปกติได้ โรคอ้วน ลักษณะของคนที่มีน้ำหนักเกินนั้น ในช่วงเวลานอนอาจเกิดความไม่สบายตัว มีความคล่องตัวน้อยกว่าคนทั่วไป ทำให้ตื่นกลางดึกบ่อย หรือบางรายมีอาการกรนร่วมตัว จึงทำให้เกิดอาการหาวจากความอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอได้ โรคนอนไม่หลับ การหาวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการนอนไม่หลับได้แน่นอน ซึ่งรวมไปถึงผู้ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ หากเป็นอาการนี้ควรปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยให้ร่างกายต้องเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียมากเกินไป ตับวาย การหาวบ่อยมักจะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีภาวะโรคไตในขั้นรุนแรงได้  เนื่องจากตับจะสูญเสียการทำงาน ผู้ป่วยก็จะนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ระหว่างวันนั่นเอง โรคลมชัก เป็นความผิดปกติของเซลล์สมองบริเวณผิวสมอง จึงส่งผลต่อความผิดปกติของร่างกายและระบบประสาทจนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ และเกิดอาการต่างๆ ที่ซับซ้อนมาก หนึ่งในนั้นคือการหาวบ่อยมากกว่าเดิม โรคเกี่ยวกับหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ ทำให้หัวใจขาดออกซิเจน จึงเกิดอาการหาวบ่อย ยิ่งถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย หายใจสั้นลง ปรึกษาแพทย์ด่วนเลยนะจ้า เนื้องอกในสมอง เกิดจากสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณเซลล์สมองหรือต่อมต่างๆ บริเวณใกล้เคียงกับสมอง จึงส่งผลต่อระบบเลือดในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอหรือส่งมาได้ลำบาก ร่างกายจึงต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น โรคปลอกประสาทอักเสบชนิด MS ชื่อเต็มๆ

งีบกี่นาทีดี จะช่วยกระตุ้นการทำงานได้ด้วย

งีบกี่นาทีดี

งีบ คือการหลับไปช่วงขณะหนึ่งในเวลาสั้นๆ ซึ่งการงีบนั้น เคยมีงานวิจัยหลายฉบับ วิจัยถึงผลดีและผสเสียของการงีบระหว่างวัน ซึ่งได้เป็นข้อสรุปว่า การงีบจะเหมาะกับผู้ที่นอนกลางคืนไม่เพียงพอ ควรงีบในเวลาสั้นๆ เพราะหากงีบนานเกินไป โดยเฉพาะมากกว่า 1 ชั่วโมง ทำติดต่อกันนานๆ ก็อาจจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ งีบกี่นาทีดี ต่อสมอง 10 – 20 นาที หรือเรียกว่าช่วง Power Nap จะช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ปลอดโปร่ง เป็นการช่วยเพิ่มพลังงาน และลดความงัวเงียได้ จึงทำให้เรารู้สึกสดชื่นพร้อมทำงานได้ต่อ 60 นาที เป็นช่วงที่หลายคนหลับได้ลึกขึ้น ทำให้สมองมีการส่งคลื่นสั้นๆ จึงส่งผลต่อการเสริมความจำให้ดียิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันอาจทำให้เรารู้สึกงัวเงียมากกว่าการงีบในเวลาที่สั้นกว่า 90 นาที ยังคงเป็นระยะเวลาที่ถูกเถียงมากมายว่า มีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่? ทั้งนี้ในการงีบนอน 90 นาทีถือเป็นช่วงเวลาที่หลับลึกถึงขั้นฝันได้เลย หากคนที่นอนไม่พอในช่วงกลางคืนจะงีบหลับในช่วงเวลานี้ และไม่ได้ทำบ่อยเกินไป ก็ช่วยให้สมองได้พักเต็มที่มากขึ้น จึงช่วยเรื่องความจำ อารมณ์ดีขึ้น และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง Credit Source: scienceofpeople และ dailyinfographic

งีบหลับกลางวัน ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าหายง่วง

นอนกลางวัน

มีหลายงานวิจัยในต่างประเทศที่สนับสนุนว่า การงีบหลับตอนกลางวันนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อคนทำงาน เพราะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง คิดงานได้ลื่นไหล แถมยังเติมพลังงานให้ร่างกายอีกด้วย และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องขำๆ เพราะในบางประเทศนั้น เค้าอนุญาตให้งีบหลับช่วงกลางวันได้อีกด้วยนะจ้า เช่น กรีซ บราซิล แม็กซิโก และญี่ปุ่น ฯลฯ งีบหลับนะ ไม่ใช่นอนหลับ ในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Napping ไม่ใช่ Sleeping เพราะฉะนั้นหากแปลเป็นไทย จะหมายถึงการงีบหลับในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ใช่นอนหลับไปเลยนะจ๊ะทุกคน ซึ่งเวลาที่บอกว่าเหมาะสมคือช่วง 13:00 – 15:00 น. และแนะนำว่า ควรงีบไม่เกิน 30 นาที และไม่ควรเกินกว่า 90 นาที เช่น เรารู้สึกง่วงตอน 13:00 แปลว่าเรางีบได้ถึงประมาณ 13:30 ซึ่งเรื่องนี้ทางองค์การนาร์ซ่าเองก็เคยทำกับนักบินอวกาศมาแล้ว โดยให้งีบกลางวันได้ 40 นาที ก็พบว่า มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่ม 34% และทำให้ตื่นตัวมากถึง 100% เหตุผลคือ การงีบช่วงเวลากลางวันนั้น มีผลต่อสมองแน่นอน แต่เป็นผลที่ดี เหมือนเป็นการชาร์จพลังให้ร่างกาย หลังงีบจึงรู้สึกตื่นและสดชื่นขึ้น

นอนน้อยแต่ไม่เบลอ สูตรโกงความตาย คือการนอนให้ครบ 90 นาที!

นอนน้อยแต่ไม่เบลอ

ไหนใครเริ่มกลับไปทำงานที่ออฟฟิศแล้วบ้างคะ? มันกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหมคะ พฤติกรรมการนอนน้อยของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ Beauty See First เลยจะขอแนะนำสูตรโกงความตายของคนนอนน้อย ให้ตื่นมาได้อย่างสดใส ไม่งอแง ทริคคือการนอนให้ได้ตามทฤษฎีวงจรการนอนหลับ ที่ว่าด้วยการนอนให้ได้ 90 นาที เพื่อให้การหลับของเราครบลูป ที่ทำให้ไม่งัวเงียเวลาตื่น! อะไรคือ ทฤษฏีวงจรการนอนหลับ? ทฤษฏีวงจรการนอนหลับ หรือ Sleep Cycle คือ ทฤษฎีที่เชื่อว่าในการนอนของคนเราแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ซึ่งใน 1 รอบของวงจรการนอนจะกินเวลาทั้งสิ้นประมาณ 90 นาที แล้ววนใหม่ไปเรื่อยๆตลอดทั้งคืน ดังนั้นหากเราสามารถกำหนดให้ตัวเองตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาที่การนอนครบลูปพอดี ก็จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และตื่นตัวมากกว่าการตื่นกลางคันนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่า หากเราไม่สามารถนอนให้ครบ 6 ชั่วโมงได้ (90 นาที 4 รอบ) ก็ควรนอนให้ได้ 4.30 ชั่วโมง ไปเลย (90 นาที 3 รอบ) จะมีแนวโน้มที่ตื่นมาสดชื่นกว่าการนอน 5 ชั่วโมง (ตื่นขณะยังไม่ครบรอบที่ 4) แต่อยากไรก็ตาม ทฤษฏีนี้ช่วยให้เราตื่นมาอย่างไม่งัวเงียเท่านั้น