น้ำตาล

เช็คก่อนกิน! เมนูของหวาน และเครื่องดื่มสุดโปรด มีน้ำตาลเท่าไหร่กัน?

รู้ไหมว่าอาหารที่เรากินกันในแต่ละวัน ไม่ได้มีเพียงแค่ไขมันที่ต้องหลีกเลี่ยงนะ แต่น้ำตาลในอาหารก็อันตรายไม่แพ้กัน กินหวานมากๆ แล้วนอกจากจะอ้วนแล้ว ยังก่อให้เกิดความดันสูง ฟันผุ ภาวะเลือดเป็นกรด สิวขึ้น เป็นตะคริวเวลามีรอบเดือน และอันตรายที่สุดคือการเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน  กรมอนามัยโลกได้แนะนำว่าในหนึ่งวันไม่ควรบริโภคน้ำตาลจากอาหารทุกชนิดเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน แต่! ลิสต์เมนูขนม เครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลายๆ คนเหล่านี้จะมีปริมาณน้ำตาลสูงทะลุเพดานหรือเฉียดฉิวแค่ไหน มาดูกันเลย ชานุมไข่มุก 350 มล. 11 ช้อนชา ครัวซองต์ 100 กรัม 3 ช้อนชา ชาเขียว 500 มล. 14.5 ช้อนชา น้ำอัดลม 450 มล. 10.7 ช้อนชา โดนัท 100 กรัม 6 ช้อนชา ไดฟุกุครีมสด 1 ชิ้น 2.5 ช้อนชา เค้กช็อคโกแลตหน้านิ่ม 1 ชิ้น

น้ำตาลหรือไขมัน อะไรอันตรายมากกว่ากัน!?

น้ำตาล ไขมัน อะไรอันตรายกว่า

ถ้าพูดเรื่องความอ้วนล่ะก็ ผู้ต้องหา 2 รายที่มักจะถูกเสนอชื่อ คงหนีไม่พ้นน้ำตาลและไขมันนี่แหละ เพราะเรามักจะเจอคู่หูคู่นี้ในอาหารแคลสูงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนม ของทอด อาหาร Junk food ต่างๆ แต่ถ้ามาดูแยกกันจริงๆ สองตัวนี้ใครร้าย ใครอันตรายมากกว่ากันนะ มาหาคำตอบกันค่ะ! ไขมันผิดเสมอจริงๆ หรือ? ไขมัน เป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นของร่างกาย ซึ่งให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารอื่นๆ คือ ใน 1 กรัม ไขมันจะให้พลังงานมากถึง 9 แคลอรี่ ในขณะที่สารอาหารอื่นๆ มักจะให้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 4 แคลอรี่เท่านั้น แต่ก่อนจะกล่าวโทษไขมันว่าเป็นสาเหตุของความอ้วน เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ ว่าจริงๆ แล้วไขมันไม่มีอยู่แค่ชนิดเดียว แต่ไขมันมีทั้งแบบอิ่มตัว และไม่อิ่มตัว ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพแตกต่างกันเลยล่ะค่ะ ไขมันร้ายแค่ไหน ไขมันที่เป็นตัวร้าย ก็คือไขมันชนิดอิ่มตัว หรือ ไขมันทรานส์ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งมักพบไขมันชนิดนี้ในอาหารประเภทเบเกอร์รี่ ไขมันจากสัตว์ ไขมันจากนม เนย ชีส น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว

รวมสารพัดอาหาร ที่ยิ่งกินยิ่งทำให้หิว!

อาหารที่ยิ่งกินยิ่งหิว

ไหนใครเคยประสบปัญหา ยิ่งกินยิ่งหิวบ้าง? ทำไมอาหารบางอย่างยิ่งทาน ยิ่งทำให้หยุดปากไม่ได้ แบบนี้ได้น้ำหนักพุ่งกระฉูดกันพอดี! วันนี้เรามาเช็คกันหน่อยดีกว่าว่าเมนูโปรดของใครเข้าข่าย “อาหารที่ยิ่งกิน ยิ่งทำให้หิว” บ้าง จริงๆ อาจจะไม่ได้ผิดที่เราควบคุมความอยากไม่ได้ แต่เป็นเพราะเลือกกินเมนูไม่ถูกต่างหาก! ขนมปังขาว เรื่องของเรื่องก็คือ ขนมปังขาวเนี่ย จัดเป็นแป้งที่ได้มาจากข้าวที่ผ่านการขัดสีมาแล้ว จึงเหลือกากใยหรือไฟเบอร์น้อยมาก ส่งผลให้เมื่อเรารับประทานขนมปังขาวเข้าไป ร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็วและทำให้ระดับอินซูลินสูงขึ้น เมื่ออินซูลินสูง ก็มีผลต่อเนื่องให้ฮอร์โมนเลปตินที่ทำหน้าที่บอกสมอง “ให้อิ่ม” ทำงานผิดปกติไปนั่นเอง น้ำผลไม้ น้ำผลไม้คือหนึ่งในตัวเลือกเครื่องดื่มสุขภาพของใครหลายๆ คน แต่ข้อควรระวังที่สำคัญมากๆ คือ น้ำผลไม้ไม่มีกากใยเหมือนกับการรับประทานผลไม้สดๆ ยิ่งในบางครั้งที่เราดื่มน้ำผลไม้ที่แบบปรุงแต่งรสชาติ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น กลายเป็นว่าหิวไม่เลิกไปแทน ขนมขบเคี้ยว ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่งทอดกรอบ หรือขนมขบเคี้ยวอื่นๆ ที่มีรสเค็มและมีส่วนผสมของเกลือ ก็จัดเป็นหนี่งในลิสต์อาหารที่ยิ่งทานมาก ก็ยิ่งทำให้หิวของเราเหมือนกัน เพราะการทานขนมคบเคี้ยวพวกนี้มีความเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่เรียก “Sensory-specific satiety” หรือ ความอิ่มเฉพาะทางประสาทสัมผัส อธิบายง่ายๆ ก็คือ  เมื่อทานขนมเค็มๆ ไปแล้ว ร่างกายก็จะถูกกระตุ้นให้รู้สึกอยากทานของหวานขึ้นมา เหมือนอิ่มแค่กระเพาะของเค็ม แต่ยังหิวกระเพาะของหวานนั่นแหละ! อาหารฟาสต์ฟู้ด ต้องขอบอกว่า อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดเนี่ย เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อให้เราทานแล้วหิวหนักขึ้นกว่าเดิมเลยล่ะ เพราะส่วนประกอบต่างๆ

ไขข้อสงสัย ประโยชน์ของน้ำแร่แต่ละแบบ ใครควรดื่มบ้าง

ประโยชน์ของน้ำแร่

พูดถึงน้ำแร่ เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะชื่นชอบและมีความเชื่อว่าการดื่มน้ำแร่นั้นให้ประโยชน์กับร่างกายมากกว่าการดื่มน้ำธรรมดาแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วความแตกต่างของน้ำธรรมดา และน้ำแร่ก็มีเพียงแค่ปริมาณแร่ธาตุที่มากกว่าเท่านั้นเอง จะเลือกดื่มน้ำแร่อย่างไรให้เหมาะถึงจะให้ประโยชน์กับร่างกายมากที่สุด วันนี้เราสรุปข้อมูลมาไว้ให้แล้วค่ะ น้ำแร่ คืออะไร ต่างจากน้ำเปล่าธรรมดายังไง? น้ำแร่ คือ น้ำบาดาลจากแหล่งธรรมชาติที่มีแร่ธาตุผสมอยู่ในปริมาณสูง เช่น แหล่งน้ำพุ น้ำผุดตามธรรมชาติจากต้นน้ำ โดยทั่วไปมักจะพบแร่ธาตุในน้ำแร่ด้วยกันหลายชนิด เช่น แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต ไอโอดีน ฟลูออไรด์ และกำมะถัน ปริมาณของแร่ธาตุจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา รวมถึงกลิ่นและรสชาติก็จะมีความแตกต่างกัน ในภาคอุตสหกรรมน้ำแร่ธรรมชาติอาจถูกนำมาผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น ปรับปริมาณก๊าซ กำจัดสิ่งปนเปื้อน หรือฆ่าเชื้อโรคก่อนนำมาขายในท้องตลาด หากถามว่าน้ำเปล่าธรรมดากับน้ำแร่มีความแตกต่างกันอย่างไร คำตอบก็คือ น้ำเปล่าที่เราดื่มๆ กันโดยทั่วไป ก็มีการผ่านกระบวนการกรองและกำจัดเชื้อโรคคล้ายกัน แตกต่างกันที่ปริมาณแร่ธาตุในน้ำเปล่าจะเจือจางกว่าในน้ำแร่เท่านั้นเอง น้ำแร่มีหลายประเภทไหม ให้ประโยชน์ต่างกันยังไง? เราสามารถจำแนกประเภทของน้ำแร่ออกตามชนิดของแร่ธาตุที่ผสมอยู่มากได้ โดยแต่ละชนิดย่อมส่งผลและให้ประโยชน์กับร่างกายแตกต่างกันไป เช่น น้ำแร่ไบคาร์บอเนต คือ น้ำแร่ที่มีปริมาณไบคาร์บอเนตมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและเกลือแร่ให้ร่างกาย ปรับสมดุลสารคัดหลั่งที่มีฤทธิ์เป็นกรดให้เป็นกลาง จึงเหมาะกับการดื่มก่อนออกกำลังกาย หรือเหมาะสำหรับคนที่ทำงานที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ น้ำแร่ซัลเฟต

วิธีดูน้ำส้ม ว่าน้ำส้มจริงหรือน้ำส้มผสม

วิธีดูว่าน้ำส้มจริงหรือผสม

อ.ดร.วนะพร ทองโฉม นักโภชนาการ กลุ่มสาขาวิชาโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายเกี่ยวกับข้อสังเกตและการบริโภคน้ำส้มอย่างเหมาะสมเอาไว้ว่า จริงๆ แล้วการบริโภคส้มแบบเป็นลูกๆ จะให้คุณประโยชน์และกากใยอาหารมากกว่าการบริโภคในลักษณะของน้ำส้ม แต่ยังไงก็ยังมีวิธีการสังเกตและบริโภคน้ำส้มอย่างเหมาะสมอยู่เหมือนกัน น้ำส้มแท้ดูยังไง? ในเลเวลเบสิกๆ เลยการบอกว่าน้ำส้มที่วางขายอยู่นั้นเป็นน้ำส้มแท้หรือไม่ สามารถดูได้จากข้อสังเกตุเหล่านี้ ให้สังเกตว่ามีอุปกรณ์สำหรับการคั้นอยู่บริเวณนั้นหรือไม่ หากเป็นน้ำส้มแบบคั้นสดจริงต้องมีการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทุ่นแรงช่วยในการผลิต การแยกชั้น เมื่อตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ประมาณ 15 นาที หากเป็นน้ำส้มแท้ชั้นของน้ำและเนื้อจะมีการแยกตัวกัน ในสภาวะอุณหภูมิปกติเนื้อส้มจะลอยอยู่ด้านบน และด้านล่างจะมีลักษณะเป็นน้ำส้มใสๆ แต่ในอุณหภูมิติดลบตะกอนเนื้อส้มจะจมอยู่ด้านล่างแทน สี กลิ่น และรส หากน้ำส้มมีสีและรสที่เข้มจัดจ้านเกินไปหรือใสเจือจางเกินไป อาจอนุมานได้ว่าเป็นน้ำส้มผสม และน้ำส้มแท้ควรมีกลิ่นของผิวส้มที่ชัดเจน บางครั้งร้านค้าอาจมีการปรุงแต่งรสของน้ำส้มแท้คั้นสดด้วยการเพิ่มน้ำตาลหรือเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อให้ได้รสชาติที่คงที่สม่ำเสมอ แต่ก็ยังถือเป็นน้ำส้มแท้จากธรรมชาติอยู่ ในขณะที่น้ำส้มผสมหรือน้ำส้มปรุงแต่งจะได้จากการนำหัวน้ำส้มเข้มข้นมาผสมกับน้ำเปล่า ซึ่งหัวน้ำส้มส่วนใหญ่นั้นมักจะทำมาจากน้ำตาลที่มีการปรุงแต่งสีและกลิ่น แล้วจริงๆ มันอันตรายต่างกันมากไหม อันที่จริงแล้ว ประเด็นสำคัญที่เราต้องกังวลเกี่ยวกับการบริโภคน้ำส้มก็คือ “น้ำตาล” ซึ่งไม่ว่าจะ “น้ำส้มแท้คั้นสด” หรือ “น้ำส้มผสม” ต่างก็ให้พลังงานและน้ำตาลในปริมาณสูง โดยที่น้ำส้มธรรมชาติอาจจะมีได้เปรียบบ้างที่เราจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ มาด้วย แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็สามารถใส่วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ เหล่านั้นไว้ในน้ำส้มผสมเช่นกัน ในขณะที่น้ำส้มผสมโดยทั่วไปมักจะมีปริมาณน้ำตาลสูงมากยิ่งกว่าน้ำส้มคั้นสดเข้าไปอีก ดังนั้นสิ่งที่เราควรกังวลจริงๆ คือเรื่องของปริมาณการบริโภค

ช็อกโกแลตทางเลือกแก้เครียดแบบน้ำตาลน้อย

ช็อกโกแลตน้ำตาลน้อย

ไหนใครเป็นสาวกช็อกโกแลตเหมือนเราบ้าง อยากกินก็อยาก แต่ก็กังวลเรื่องน้ำตาลสูง แต่วันนี้ทางเราได้ไปเสาะหาทางออกของปัญหาโลกแตกมาให้แล้ว กับ 3 ยี่ห้อช็อกโกแลตบาร์สำหรับคนรักช็อกโกแลตไว้กินแก้เครียด  (แต่แอบกระซิบว่าแคลไม่ได้น้อยนะจ๊ะ) พิกัดก็ใกล้ๆ น้องซ่อนตัวอยู่ในหมวดขนมหวานของ TOPS สาขาชั้นนำทั่วไปเลย รู้แบบนี้แล้วรออะไรล่ะ รีบไปตามหาน้องกันเถอะ! Diablo ช็อกโกแลตไม่มีน้ำตาลที่รสชาติไม่ขมเกิน ทานได้เรื่อยๆ มาในขนาด 85 กรัม ไม่มีน้ำตาลเลย และมีพลังงาน 420 kcal. (ขอแนะนำให้แบ่งกิน 2 ครั้งนะคะ ไม่งั้นแคลเยอะเกิน) ราคา 85.- Meiji ช็อกโกแลตน้ำตาลน้อย ถูกใจคนไม่ชอบหวาน มาในชิ้นพอดีคำ มาในขนาด 22 กรัม มีน้ำตาลแค่ 10 กรัม และมีพลังงาน 130 kcal. ราคา 25.- Venchi ช็อกโกแลตรสชาติเข้มๆ มีส่วนผสมของโกโก้เข้มข้น 85% มาในขนาด 45 กรัม น้ำตาล 6 กรัม

ลดน้ำหนักด้วยการกินผลไม้แทนข้าว อันตรายกว่าที่คิด!

กินผลไม้แทนข้าว ลดน้ำหนัก

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเคยเชื่อแบบนี้บ้าง ถึงแม้ว่าผลไม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมายสารพัดและยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย แต่! ถ้าคิดจะทานแต่ผลไม้อย่างเดียวแล้วคิดว่าจะลดน้ำหนักได้อย่างสุขภาพดีล่ะก็ คิดผิดแล้วค่ะ เพราะการทานแต่ผลไม้แทนข้าวอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวมากกว่าที่คิดนะคะ ถ้ากินแต่ผลไม้แทนข้าว ร่างกายจะเป็นยังไง? เสี่ยงโยโย่ การทานผลไม้แทนข้าวอาจช่วยให้น้ำหนักลดลงได้จริงในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นระบบเผาผลาญของร่างกายจะมีการปรับตัวให้ทำงานน้อยลง หลังจากนั้น หากกลับมาทานอาหารแบบปกติก็จะทำให้กลับมาอ้วนได้ หรือที่เขาเรียกกันว่าโยโย่นั่นแหละ เสี่ยงขาดสารอาหาร สารอาหารที่เราจะขาดไปจากการทานผลไม้เพียงอย่างเดียวก็คือ โปรตีนและไขมัน ซึ่งโปรตีนมีส่วนสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อ และเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกัน ในขณะเดียวกันไขมันที่ถึงแม้ว่าจะดูเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับคนลดน้ำหนัก แต่การขาดไขมันแบบเด็ดขาดไปเลยกลับทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินบางชนิดได้เพียงพอ เสี่ยงพลังงานไม่เพียงพอ ถึงหลักการของการลดน้ำหนักก็คือการควบคุมพลังงานแคลอรี่ที่รับเข้าไปไม่ให้มากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญได้ แต่การได้รับพลังงานเข้าไปน้อยเกินความต้องการ ก็อาจทำให้เป็นอันตรายกับร่างกายได้ โดยเฉพาะคนที่มีการทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมากๆ ในระหว่างวัน อาจทำให้อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงได้ ผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูง ผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลที่สูงมากๆ ยกตัวอย่างเช่น กล้วยหอม ลองกอง และมังคุด มีน้ำตาลมากถึง 4 – 5 ช้อน หรือราวๆ เกือบ 20 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณน้ำตาลที่มากกว่าในนมเปรี้ยวขวดเล็กซะอีก! แล้วลดน้ำหนักแบบไหนถึงจะดี? สิ่งสำคัญของการลดน้ำหนัก คือ การควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันไม่ให้มากกว่าปริมาณแคลอรี่ที่เราเผาผลาญ หรือได้ใช้ในวันนั้นๆ โดยที่การควบคุมแคลอรี่นั้นต้องไม่ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ไม่ควรเทไปกินสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้การปรับสัดส่วนแทน เช่น

น้ำตาล ไม่ได้แค่ทำน้ำหนักขึ้น แต่ยังส่งผลอย่างอื่น!

น้ำตาล

น้ำตาล เป็นพลังงานที่สำคัญของร่างกาย และมีความสำคัญต่อการบำรุงสมองของเราเช่นกัน ซึ่งสมองจะต้องการน้ำตาลกลูโคส 72.8 มิลลิกรัมต่อนาที แต่ในขณะเดียวกันหากทานมากเกินกว่าร่างกายกำหนดก็มีผลเสียไม่น้อยนะจ้า น้ำตาลที่เห็นเม็ดสีขาว เล็กๆ แต่ควรทานอย่างเหมาะสม น้ำตาล จัดอยู่ในสารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมี 2 ชนิด คือน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ และน้ำตาลไว้ปรุงแต่งที่เราใช้ในเครื่องดื่ม และทำอาหาร (รวมถึงน้ำตาลสังเคราะห์ด้วย) โดยปกติคนเราจะสามารถทานน้ำตาลได้ 4-6 ช้อนชาจึงจะเหมาะสม (ขึ้นอยู่กับเพศ) หากคิดเป็นแคลอรี่จะอยู่ที่ไม่เกิน 150 กิโลแคลอรี่ในผู้ชาย และ 100 กิโลแคลอรี่ในผู้หญิง ผลจากการทานน้ำตาลมาก นอกจากได้น้ำหนักยังแถมมาอีกเพียบ แก่ก่อนวัย เพราะน้ำตาลจะไปทำปฏิกิริยาออกซิแดนซ์ และไกลเคชั่น จึงส่งผลต่อโครงสร้างของคอลลาเจนและอิลาสติน ที่มีผลช่วยคงและพัฒนาผิวให้ดูกระชับ ไม่แห้งกร้าน ซึ่งหากโครงสร้างเหล่านี้อ่อนแอ มีผลทำให้ผิวมีริ้วรอย หมองคล้ำได้ และผิวแก่เร็วกว่าวัยนั่นเอง ส่วนเรื่องการลดตีนกาด้วยวิธีลดน้ำตาลจะช่วยได้อย่างไร CLICK ฟันผุ อาจเกิดจากแผ่นคราบจุลินทรีย์ของน้ำตาลที่อยู่ในอาหารที่ทานติดแน่นที่ฟัน พอสะสมมากๆ ก็จะกลายเป็นคราบพลัค หากทิ้งไว้นานจะแปรเปลี่ยนเป็นกรดเข้าไปทำลายหน้าฟัน นำไปสู่การฟันผุในอนาคตได้ การแปรงฟันหลังทานของหวาน

กินคาว ไม่กินหวาน ลดตีนกาได้จริงไหม

กินหวานมากไปอาจทำให้(ผิว)แก่ได้ ฉะนั้นเบาได้ควรเบาก่อนเป็นเบาหวาน และไม่ใช่แค่โรคเท่านั้น อาการแก่ยังจะมาเยือน เพราะ การทานหวานทำให้น้ำตาลในร่างกายสูง และเกิดการดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็ว จนไปรวมกันที่ผิวหนัง เกิดการจับตัวกับโปรตีนคอลลาเจน และอิลาสตินบนผิว จนเป็นสารที่ชื่อว่า AGEs ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยนั่นเอง งานนี้แก่แล้วแก่อีก ใครรู้แล้วควรแก้ตั้งแต่การกินนะคะ จากข้างต้นสาวๆ น่าจะพอเข้าใจถึงที่มาของการเกิดริ้วรอย และตีนกา ซึ่งบอกอายุแล้วว่าอาจจะเกิดจากการที่เราทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลที่บริเวณผิวหนังสูงขึ้น จนไปจับกับโปรตีนอีลาสตินและคอลลาเจน และเกิดสารที่มีชื่อว่า Advanced glycation end products หรือ AGEs ทีนี้เราจะมาอธิบายถึงสารตัวนี้แบบเข้าใจง่ายๆว่า AGEs เป็นสารสำคัญในการเกิดริ้วรอย ที่ส่งผลให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลง เกิดการหย่อนคล้อย โดยทั่วไปการสะสมของ AGEs บริเวณผิวหนังจะเพิ่มตามอายุอยู่แล้ว แต่การทานหวาน หรือ อาหารที่มีน้ำตาลสูงจะไปช่วยเร่งกระบวนการที่กระตุ้นให้สารที่ว่านี้เกิดได้เร็วและจำนวนมากขึ้น ทีนี้พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะ ว่าอายุก็มาก สารก็มาก ยังไปทานอาหารที่เร่งให้สารเกิดในปริมาณมากเข้าไปอีก ทว่าก็ไปสอดคล้องกับงานวิจัยที่มีการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้หญิงส่วนใหญ่ ที่พบว่าการบริโภคอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตจะมีสัดส่วนปริมาณน้ำตาลสูงกว่าผู้ชาย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดรอยตีนกาบนใบหน้าได้ง่าย รวมถึงทำให้ผิวหนังบางอีกด้วย มาถึงตรงนี้พอเข้าใจแล้วใช่ไหมคะว่าทำไม่เราถึงควรหลีกเลี่ยงบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะว่ามันอาจช่วยลดการเกิดผิวหย่อนคล้อย และป้องกันการเกิด AGEs ได้นั่นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก https://pharmacy.mahidol.ac.th/