น้ำหอม

ฉีดน้ำหอมให้ติดทน รวม 6 จุดฉีดตรงไหนให้หอมฟุ้ง

ฉีดน้ำหอมให้ติดทน

ฉีดน้ำหอมให้ติดทน ฉีดตรงไหนดี!? เพราะการฉีดน้ำหอมเป็นอีกหนึ่งทางช่วยเสริมเสน่ห์ให้น่าค้นหา ดึงดูดด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบที่ Coco Chanel เคยกล่าวไว้ว่า ผู้หญิงควรฉีดน้ำหอมในบริเวณที่เธออยากจะถูกจูบ ขอถามว่าสาวๆ ที่ฉีดน้ำหอม ฉีดจุดไหนบนร่างกายบ้างล่ะ? วันนี้เราจะพาไปดู 6 จุดสำคัญในการ “ฉีดน้ำหอมให้ติดทน” หอมฟุ้ง ทริคนี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ใช้ได้ คอหนึ่งจุดชีพจรที่สาวๆ คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าต้องฉีดน้ำหอมบริเวณรอบคอ ไม่ใช่เพียงแค่ต้นคอเท่านั้น แต่บริเวณกลางลำคอก็สำคัญเช่นกันเพราะถือเป็นจุดชีพจรที่จะช่วยเสริมให้กลิ่นน้ำหอมหอมฟุ้ง ติดทนมากยิ่งขึ้น ยิ่งใกล้ยิ่งหอมเลยล่ะตรงนี้ ไม่เชื่อลองฉีดแล้วถามคนข้างกายดูสิ ผมฉีดน้ำหอมใส่ผมก็เป็นอีกจุดที่สร้างเสน่ห์จากกลิ่นหอมได้ไม่น้อยเลย นอกจากจะกักเก็บกลิ่นหอมได้ดีแล้ว ลองนึกภาพตามดูสิว่าเดินๆ อยู่แล้วลมพัด กลิ่นน้ำหอมจากผมก็พัดไปตามลมทำให้กระจายความหอมได้ดี แต่ขอแนะนำว่า ควรฉีดให้ห่างจากผมประมาณ 1 ฟุต เพราะในน้ำหอมมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผมแห้งได้ ข้อพับแขนบางคนฉีดตรงข้อมือ เพราะถือเป็นจุดชีพจรที่ทำให้น้ำหอมนั้นติดทน แต่! ฉีดบริเวณข้อพับแขนจะดียิ่งกว่า เนื่องจากเป็นจุดชีพจรที่ถูกซ่อนไว้ในข้อพับของแขนซึ่งจะปล่อยความร้อนออกมาช่วยทำให้น้ำหอมมีกลิ่นที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เวลาเหงื่อออกก็จะผสมกันเป็นกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร แต่บริเวณนี้ไม่ต้องฉีดเยอะนะ เพราะจะฉุนเอาได้จ๊ะ ข้อพับเข่าอีกหนึ่งข้อพับนอกจากข้อพับแขนแล้ว ข้อพับตรงเข่าก็เป็นอีกหนึ่งจุดชีพจรที่แนะนำ ทฤษฏีเดียวกันกับข้อพับแขนเลย จะช่วยทำให้น้ำหอมกระจายกลิ่นได้เช่นกัน และโดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบใส่ชุดเดรสสั้นหรือกางเกงขาสั้นที่โชว์เรียวขาละก็ ต้องไม่ลืม หลังใบหูผิวบริเวณหลังหูนั้นมีความมันกว่าจุดอื่น จึงช่วยให้น้ำหอมติดทนและกระจายตัวได้นานขึ้นกว่าบริเวณที่ผิวแห้ง แนะนำว่าบริเวณหลังหูควรใช้วิธีแต้มน้ำหอมแทนการฉีดจะดีกว่า หน้าท้องหลายคนคงสงสัยว่า

น้ำหอมกลิ่นสดชื่น ดมได้เรื่อยๆ ไม่ฉุน

น้ำหอม

น้ำหอม เป็นหนึ่งในเอสเซสเซอรี่ในเรื่องความหอมเลย และเค้ายังบอกว่ากลิ่นเนี่ยสามารถสร้างความจดจำ ความประทับใจให้กับคนรอบข้างอีกด้วย รวมถึงสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับตัวผู้ฉีดได้ อย่าง “น้ำหอม” กลิ่นแนวสดชื่นที่ Beauty See First เอามาแนะนำ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ ทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน KENZO Flower By Kenzo (30 ml / 2,550.-) นอกจากรูปทรงขวดยาวเพรียว มีดอกป๊อปปี้สีแดงสดประดับในขวดน่าสะสมแล้ว กลิ่นยังคงความเฉพาะไม่เหมือนใคร จากส่วนผสมของพฤกษาดอกไม้เป็นหลัก เช่น พริกไทยสีชมพู ดอกกุหลาบบัลแกเรีย วานิลลา ไวท์มัสก์ ฯลฯ ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดนำมาจากผลผลิตในโครงการเฟิร์มเมนนิช เป็นโครงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการเก็บเกี่ยวจนถึงกรรมวิธีสกัด Davidoff Run Wild for her (30ml 2,250.-) รุ่นที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 ตอนนี้มีกลิ่นใหม่สไตล์ฟลอรร่าฟรุ๊ตตี้ อย่างทับทิม พิสตาชิโอ ดอกมะลิ ลิลลี่ ฯลฯ จึงได้กลิ่นอายของพฤกษาพรรณ โดยกลิ่นนี้มีแรงบันดาลใจมาจากพื้นที่ของโลกกว้างผสมความสดชื่นจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสดชื่นชุ่มฉ่ำของผลไม้ แต่ก็ยังหอมฟุ้งในแบบดอกไม้ TOM

วิธีเลือกน้ำหอม สำหรับทำงานในห้องแอร์ให้ติดทน #ฉบับสาวออฟฟิศ

วิธีเลือกน้ำหอม สำหรับสาวออฟฟิศ ไม่ใช่แค่หน้าหนาว แต่ความเย็นในออฟฟิศทำให้น้ำหอมไม่ติดทนได้ เคยสังเกตไหมว่า น้ำหอมขวดเดียวกัน เมื่อใช้ต่างซีซั่นกัน จะให้ความหอมไม่เท่าๆกัน เพราะอุณหภูมิมีผลต่อความติดทนของกลิ่น ยกตัวอย่าง วันที่ทำงานในห้องแอร์น้ำหอมจะจางเร็วว่าวันที่อากาศร้อน เพราะอากาศเย็น ทำให้ผิวแห้งง่าย และน้ำหอมไม่ค่อยติดผิวนั่นเอง ฉะนั้นแนะนำวันที่ต้องนั่งทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน อยู่ที่อากาศเย็น อากาศแห้ง หรือไปเที่ยวเมืองหนาว ควรเลือกน้ำหอมกลิ่นที่แน่น ลึก และเข้มข้นขึ้น เพราะเมื่อน้ำหอมจางลง กลิ่นยังคงอยู่และติดตัวเรา โดยเฉพาะกลิ่นดอกไม้ อย่าง Oriental Flowers, Woody, หรือกลิ่น Fruity ปนดอกไม้ที่ให้กลิ่นแน่นๆ จะช้อปใหม่ หรือมีอยู่แล้วก็สามารถเปิดกรุเอาออกมาใช้ในช่วงนี้ได้เลย แอบกระซิบว่าช่วงหน้าหนาว หรือ ทำงานในห้องแอร์ตลอดสามารถพกน้ำหอมใส่ขวดเล็กๆ คอยเติมระหว่างวัน เพื่อให้กลิ่นไม่ดรอป และดูสดชื่นตลอดวันได้ แนะนำ CHANEL Coco Mademoiselle ให้ความสดชื่นแบบ EDT แต่กลิ่นวู้ดดี้จะมีความซอฟต์ลง และให้กลิ่นซิตรัสชัดขึ้น รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของหัวน้ำหอม แต่ไม่ฉุนไป กลิ่นไม่เข้าใจยากเกินไป เหมาะกับเวิร์คกิ้งวูแมนทั้งหลาย

ประเภทของน้ำหอม แบบไหนหอมนานกว่ากัน?

ประเภทของน้ำหอม

แฟนพันธุ์แท้น้ำหอมน่าจะรู้กันมาบ้าง ว่าจริงๆ แล้วน้ำหอมมีหลากหลายประเภทนะคะ แต่สำหรับใครที่พึ่งจะเข้าสู่วงการน้ำหอมไม่นาน วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับชนิดของน้ำหอมที่แตกต่างกันออกไป ชนิดไหนเข้มข้น ชนิดไหนไหนติดทนกว่ากัน จะได้เลือกฉีดได้เหมาะกับสถานการณ์ยังไงล่ะ! น้ำหอมเหมือนกัน แต่หอมนานต่างกันนะ PERFUME หรือ PARFUM เป็นประเภทของน้ำหอมที่เข้มข้นที่สุด มีออยล์น้ำหอมมากถึง 20% – 40% มีราคาแพง และที่เราคุ้นชินกันน้ำหอมประเภทนี้จะจำหน่ายในปริมาณน้อยๆ มีความติดทนยาวนานถึง 6 – 8 ชั่วโมง แต่ด้วยความที่มีออยล์เข้มข้นมาก อาจจะต้องระวังเรื่องคราบติดเสื้อนะคะ Eau De Parfum หรือ EDP น้ำหอมประเภทนี้จะมีออยล์เข้มข้นผสมอยู่ที่สัดส่วนประมาณ 15% – 20% เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมาก เพราะว่าหอมติดทนแต่มีราคาถูกกว่าหัวน้ำหอม โดยที่ EDP จะหอมนานราวๆ 4 – 5 ชั่วโมง แต่อาจจะต้องระวังเรื่องของอากาศด้วยนะคะ เพราะเหงื่อและน้ำมันที่ร่างกายปล่อยออกมามีผลกับกลิ่นของน้ำหอมด้วยนะ Eau De Toilette หรือ EDT สำหรับใครที่กำลังมองหาน้ำหอมสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณสักหน่อย น้ำหอมกลุ่ม

5 วิธีฉีดน้ำหอมให้ติดทนตลอดวัน โดยไม่ต้องเติม

ทริคการฉีดน้ำหอมให้ติดทน

กลิ่นหอมเป็นเสน่ห์ที่ส่งผลกับบุคลิกภาพของเรามากกว่าที่คิดนะคะ เพราะกลิ่นสามารถสร้างการจดจำและยังเป็นสิ่งที่สามารถดึดูดความสนใจและชี้นำอารมณ์ของคนที่สูดดมได้ เพราะฉะนั้นใครๆ ก็อยากจะมีกลิ่นตัวหอมๆ ตลอดวันกันทั้งนั้น  แต่จะพกขวดน้ำหอมไปด้วยทุกทีก็อาจจะไม่สะดวก งั้นมาหาวิธีให้กลิ่นน้ำหอมอยู่กับเราไปตลอดวันกันค่ะ! ฉีดที่แปรง แล้วใช้หวีผม เวลามีคนเข้ามาใกล้ๆ เรา อย่างหนึ่งที่เขามักจะได้กลิ่นก่อนเลยก็คือกลิ่นจากเส้นผมของเรานี่แหละ เพราะฉะนั้นการเติมกลิ่นหอมให้เส้นผมก็เป็นอีกตัวช่วยให้เรามีกลิ่นหอมฟุ้งตลอดวัน ฉีดตามจุดชีพจร การฉีดน้ำหอมที่จุดชีพจร ของร่างกาย จะทำให้กลิ่นฟุ้งกระจายได้ดีกว่าจุดอื่น เพราะความอุ่นและอัตราการเต้นของชีพจรจะเป็นตัวช่วยในการกระจายกลิ่น โดยบริเวณชีพจรที่ควรฉีด ได้แก่ ต้นคอ ข้อมือ ข้อพับแขนด้านใน กลางอก เป็นต้น ทาวาสลีน / โลชั่น ก่อนฉีด เพราะผิวที่ชุ่มชื่น มีแนวโน้มความชุ่มชื่นจะช่วยให้น้ำหอมติดทนนานได้ดียิ่งขึ้น มากกว่าผิวแห้งๆ หลายเท่า และควรทาโลชั่นที่ไม่มีกลิ่นจะดีที่สุด (จะได้ไม่ทำให้กลิ่นของน้ำหอมเพี้ยน นั่นเอง!!) เช่นง่ายๆ ก็คือการใช้วาสลีน วิธีนี้จะทำให้น้ำหอมติดทนนานยิ่งขึ้นนั่นเองจ้า!! ยิ่งใครผิวแห้ง ตัวนี้เวิร์คมากจ้า ฉีดหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ให้ฉีดน้ำหอมก่อนแต่งตัว เพราะผิวของเราหลังอาบน้ำ จะไม่มีคราบน้ำมันตามธรรมชาติของผิวเกาะ ทำให้น้ำหอมติดทนมากกว่า แต่ว่าอย่าลืมเช็ดตัวให้แห้งก่อนฉีดน้ำหอมนะคะ และห้ามเก็บน้ำหอมไว้ในห้องน้ำด้วย ฉีดที่เสื้อก่อนรีด สำหรับใครที่คิดว่าการเฉีดน้ำหอมเฉยๆ อาจจะยังไม่เพียงพอ ขอแนะนำให้ลองพรมน้ำหอมปริมาณน้อยๆ ลงบนเสื้อผ้าก่อนใช้เตารีดรีดทับ ความร้อนจะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดทนอยู่ที่เนื้อผ้าได้นานขึ้น

เทียบ 3 รุ่น Burberry Her ซื้อขวดไหนดี!?

น้ำหอมเบอเบอรี่

Burberry Her หนึ่งในตระกูลน้ำหอมจาก Burberry ตอนนี้ออกมาทั้งหมด 3 กลิ่น ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนตัวยงจะรู้เลยว่าตระกูลนี้เค้าเน้นเอกลักษณ์กลิ่นหอมหวาน แต่เป็นกลิ่นหอมหวานในระดับต่างกัน เพราะมันคือรุ่นที่กำลังสื่อถึงสไตล์แต่ละช่วงของผู้หญิงในลอนดอน แน่นอนว่าหน้าตาขวดจะเหมือนกันเกือบ 100% เลยเป็นที่มาของการรีวิวทั้ง 3 กลิ่นว่าต่างกันอย่างไร และซื้อขวดไหนดี!? อ่านจบรับรองแยกได้แน่นอน สาระก่อนเข้ารีวิวกับความต่างของ EDT และ EDP EDT หรือ Eau de Toilette มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 5 – 15% กลิ่นจะติดทน 1-3 ชั่วโมง EDP หรือ Eau de Parfum มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 10 – 20% จึงมีกลิ่นติดทนนานถึง 5 ชั่วโมง รีวิว Burberry Her 3 รุ่น ขอให้รู้ว่ากลิ่นต่างกันนะ Her Eau de Parfum