ผมเสีย

ชวนเช็คสุขภาพเส้นผม 3 วิธีง่ายๆ

ผมเสีย

เส้นผมที่สุขภาพดีต้องมีความนุ่มลื่น เงางาม สะท้อนถึงความแข็งแรงและยืดหยุ่นดี แต่สงสัยไหมคะ ว่าผมเราเข้ากลุ่มหนุ่มสาวสุขภาพผมดีหรือไม่ วันนี้ลีน่ามีวิธีเช็คสภาพความแข็งแรง 3 ข้อ ง่ายๆ มาฝากค่ะ เช็คดูความแข็งแรงของเส้นผมโดยรวมว่าต้องบำรุงเพิ่มหรือไม่? วิธีการดูแล หากเส้นผมต้องการบำรุง สระผมสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ไม่สระบ่อยไปเพราะอาจทำให้เส้นผมแห้งง่ายขึ้น หมั่นหมักหรือมาส์กผมสัปดาห์ละครั้ง เป็นการเติมอาหารให้เส้นผมเพิ่ม เสริมความแข็งแรง พยายามเลี่ยงพวกสารเคมีกับเส้นผม เช่น การฉีดสเปรย์บ่อยๆ การทำสีผมบ่อย การหวีหรือเช็ดผมแรง การแต่งทรงผมด้วยความร้อน ทั้งนี้หากเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยป้องกันความร้อนสำหรับผม อาจใช้พวกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมเสริม อย่างการใส่น้ำมันบำรุงผม การนวดศีรษะพร้อมการบำรุงไปด้วยก็เป็นการบำรุงจากภายในได้เช่นกัน เพื่อการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ส่งผลให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น

ทริคเลือกเครื่องหนีบผม ถ้าไม่อยากผมเสีย

วิธีเลือกเครื่องหนีบผม

ผมทรงไหนมันจะคลาสสิกและเข้ากับทุกสถานการณ์ไปมากกว่าผมตรงล่ะ จริงไหม? แต่ว่านะ เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ทุกคนคงรู้ดีการจะได้ผมที่ตรงสลวยเรียบลื่นเหมือนเดินออกจากซาลอนน่ะ มันต้องอาศัยเครื่องหนีบผมเข้ามาช่วย ซึ่งนี่แหละคือประเด็นสำคัญของเรา เพราะเจ้าเครื่องหนีบผมเนี่ย ใช้ไม่ถูกจากผมสวยก็จะกลายเป็นผมเสียไปซะ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำทริคดีๆ ในการเลือกเครื่องหนีบผมให้สาวๆ กันค่ะ เลือกขนาดให้เหมาะกับเส้นผม ผมหนา ไว้ยาว                2 นิ้ว ผมหยักศก ประบ่า          1 ½ นิ้ว ผมเส้นใหญ่ ประบ่า        1 ¼ นิ้ว ผมเส้นเล็ก ทรงสั้น          1 นิ้ว หนีบหน้าม้า                   ½ นิ้ว เลือกประเภทให้เหมาะกับการใช้งาน เซรามิก            กระจายความร้อนได้ทั่วถึงไม่ทำร้ายผมมาก ไททาเนียม       ร้อนเร็วที่สุด แต่หนีบไว้นาน อาจทำร้ายผม ทัวร์มาลีน         ช่วยให้ผมเป็นประกาย เรียบตรง ไม่ชี้ฟู ใช้งานให้เป็น ก่อนใช้อุปกรณ์ทำผมที่มีความร้อน ต้องไม่ลืมฉีดสเปรย์กันความร้อนก่อนเสมอ ไม่ควรตั้งค่าความร้อนสูงเกิน 365 องศา ยิ่งถ้าหากผมเส้นเล็กบาง ไม่ควรใช้สูงเกิน 300

แนะนำสกินแคร์สำหรับผมชิ้นใหม่! ที่ช่วยฟื้นบำรุงเส้นผมเสียยามหลับ

ใช่ค่ะทุกคนอ่านไม่ผิดเรากำลังจะชวนทุกคนมาอัพเดตผลิตภัณฑ์ดูแลผมชิ้นใหม่อย่าง Sisley Restructuring Nourishing Balm บาร์มบำรุงผมสูตรใหม่ที่ขอให้นิยามว่าเป็นการมอบการดูแลประหนึ่งสกินแคร์สำหรับเส้นผมที่จะทำหน้าที่ของการเป็น overnight mask ที่ช่วยฟื้นบำรุง ซ่อมแซม “ผม”ยามหลับ ทำไมถึงต้องหมักผมไว้ข้ามคืน? ต้องบอกว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ผุดมาในหัวผู้เขียนตอนแรกที่ได้ยินคุณสมบัตินี้ และเชื่อว่าทุกคนคงสงสัยอย่างเดียวกัน! ซึ่งทางแบรนด์เล่าให้เราฟังว่า จริงๆแล้วในช่วงที่เรานอนร่างกายจะทำหน้าที่ในการซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้นการเติมสารบำรุงลงไปในช่วงนี้ก็จะช่วยส่งเสริมกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายให้ทำงานดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เลยถูกออกแบบมาให้ช่วยดูแลผมยามหลับ ซึ่งก็จะมีคุณสมบัติคล้ายๆกับ sleeping mask ที่เราคุ้นชินกันนั้นเอง แต่แทนที่จะไปใช้กับหน้า คราวนี้มาในรูปแบบที่ใช้กับเส้นผมแทน ชวนรู้จัก Sisley Restructuring Nourishing Balm ขอเกริ่นนำก่อนว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เป็นน้องใหม่ในกลุ่ม Hair Ritual by Sisley ที่เราจะขอเรียกว่าไลน์สกินแคร์สำหรับเส้นผมสุดหรู โดยแต่ละชิ้นจะเน้นการให้การบำรุงแบบล้ำลึกไม่แพ้สกินแคร์ จุดเด่น: โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มุ่งเน้นออกแบบมาเพื่อเป็นมาสก์ผมที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการปรับโครงสร้างเส้นผมโดยเฉพาะเพื่อช่วยฟื้นบำรุงผมเสียแบบล้ำลึก ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผมเสียด้วยการทำหน้าที่ในการปรับโครงสร้างเส้นผมใหม่ ตั้งเนื้อผมด้านในจนถึงเกล็ดผมด้านนอกเพื่อให้ผมดูนุ่มสลวนเงางามดูสุขภาพดี เนื้อสัมผัส: มาในรูปแบบของบาร์มเข้มข้นแต่เนื้อบางเบาไม่หนักผมเพราะเค้าตั้งใจออกแบบให้สามารถใช้ได้ทั้งแบบมาสก์ผมทั่วไปที่หมักทิังไว้ 30 นาทีและล้างออกไปจนถึงการบำรุงแบบเข้มข้นที่สามารถหมักที่ไว้ข้ามคืน วิธีการใช้งาน: สำหรับคนที่ไม่ได้มีเวลาและผมไม่ได้เสียมากสามารถหมักทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วค่อยล้างออก แต่ใครที่ผมเสียอย่างหนัก ทางแบรนด์เค้าแนะนำให้หมักทิ้งไว้ข้ามคืน อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 1

เปลี่ยนแชมพูบ่อยๆ ช่วยให้ผมไม่เสียจริงไหม มีคำตอบ!

เปลี่ยนแชมพูช่วยให้ผมไม่เสีย

หลายๆ คนมักจะเคยเจอปัญหาว่าแชมพูสูตรที่ชอบ พอใช้ไปนานๆ แล้วปรากฏว่ามันดูเหมือนจะให้ผลลัพธ์ได้ไม่ดีเท่าเดิม อย่าพึ่งรีบตัดสินว่าต้องเปลี่ยนยี่ห้อแชมพูไปเลยนะคะ เพราะจริงๆ แล้วสภาพผมของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทั้งจากสภาพอากาศ การทำสีผม หรือแม้แต่มลภาวะ บางครั้งสิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การบอกลาแชมพูยี่ห้อโปรด แต่เป็นการสลับมาใช้แชมพูที่ตอบโจทย์ปัญหาผมในเวลานั้นบ้างเท่านั้นเอง อ้างอิงจาก บทสัมภาษณ์ของ Doug Di Canio แฮร์สไตล์ลิส ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนยี่ห้อแชมพูเอาไว้ว่า จริงๆ แล้วแชมพูหรือครีมนวดบางชนิดอาจทิ้งสารตกค้างไว้บนเส้นผมของเรา ในกรณีแบบนี้เราอาจพิจารณาใช้แชมพูประเภท Clarifying หรือแชมพูที่เน้นการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก มาใช้สลับบ้าง สักสองสัปดาห์ครั้ง ก็จะช่วยให้เราสามารถใช้แชมพูเดิมที่เราชอบต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา หรือสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมเองก็ส่งผลต่อเส้นผมของเราได้ เช่น ในช่วงหน้าฝนที่ผมของเราเจอความชื้นบ่อย ก็อาจจะมีปัญหาชี้ฟู จัดทรงยาก หรือดูลีบแบนขึ้นมาแม้ปกติจะไม่เป็น ก็ควรเลือกแชมพูที่ตอบโจทย์ปัญหานั้นหรือช่วงไหนที่เราต้อเจอกับมลภาวะเยอะๆ เราก็อาจพิจารณาแชมพูสูตร Anti-Pollution เป็นทางเลือกในการใช้สลับบ้างนั่นเอง

เช็คลิสต์ก่อนทำสีผม ควรรู้อะไรบ้าง ถ้าไม่อยากผมเสีย

เช็คลิสต์ควรรู้ก่อนทำสีผม

เวลาจะทำสีผม ทุกคนก็อยากจะให้ออกมาดูดีเหมือนในรูปตัวอย่างใช่ไหมล่ะ แต่รู้รึเปล่าว่าถ้าเตรียมตัวไม่ดี นอกจากย้อมออกมาไม่ได้อย่างที่คิด ผมยังจะพังเอาได้ง่ายๆ วันนี้ Beauty See First ก็เลยสรุปเช็คลิสต์จำง่ายๆ 5 ข้อ ก่อนทำสีผมมาให้แล้วจ้า! งดยืดหรือดัด ก่อนทำสีผม 2 อาทิตย์ อันดับแรกต้องยอมรับก่อนว่าการย้อมสีผมเป็นการใช้สารเคมีกับผมโดยตรง เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นการทำร้ายเส้นผมอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผมของเราต้องรับศึกหนักจนเกินไป อย่างแรกที่ต้องจำไว้ก่อนการทำสีผมก็คือ การงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารเคมีอื่นๆ อย่างพวกน้ำยายืด ดัด ต่างๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการทำสีผม เพื่อให้เส้นผมได้มีโอกาสพักจากสารเคมีบ้าง เส้นผมเปราะ ขาดร่วงง่าย ให้เลี่ยงการฟอก / กัดสี สภาพเส้นผมของเราย่อมต้องมีผลต่อสีผมที่เราจะได้อยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันอยู่ อย่างเช่น ถ้าเส้นผมของเรามีสุขภาพดี มีน้ำมันหล่อเลี้ยงมากๆ ก็อาจจะทำให้ย้อมสีติดได้ยากขึ้น แต่ที่อันตรายจริงๆ คือคนที่มีเส้นผมอ่อนแอ เปราะ และขาดหลุดร่วงง่าย ที่ต้องระวังเรื่องของการฟอก / กัดสี ขอแนะนำว่าเลี่ยงได้ให้เลี่ยงดีกว่านะคะ ไม่อย่างนั้นสภาพเส้นผมของเราจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม เซฟรูปมาเป็นตัวอย่าง แทนการบอกชื่อสี นี่คือปัญหาโลกแตกอันดับต้นๆ คือการที่ช่างทำสีออกมาไม่ตรงกับที่เราอยากได้