ผลัดเซลล์ผิว

เคล็ดลับสครับผิว ขัด วน นวดอย่างไรไม่ให้ผิวเสีย

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การสครับผิว เป็นหนึ่งในวิธีที่จะกำจัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อเผยเซลล์ผิวใหม่ ให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้น แถมยังเหมือนเป็นการนวดผิว ช่วยให้ผ่อนคลายได้อีกด้วย  โดยปกติเราจะไม่สครับผิวทุกวันแต่จะเว้นช่วง 1-2 วัน และอย่างน้อย ควรสครับสัปดาห์ ละ 2-3 ครั้ง แต่หลายคนอาจจะไม่ค่อยกล้าสครับผิว เพราะยังคิดว่า การสครับนั้น อาจทำให้ผิวแห้ง พัง หรือระคายเคืองได้ ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าเราสครับผิวผิดวิธีก็อาจจะทำให้ผิวเสียได้จริง ดังนั้นเราควรสครับอย่างถูกวิธี หรือทำตาม 6 ข้อนี้ ก็จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างมีออร่า และไม่ต้องกลัวการใช้สครับอีกต่อไปค่ะ ควรสครับผิวเบาๆ นวดวนไปมาเป็นทิศทางวงกลมปกติเรามักสครับขึ้นลง หรือซ้ายขวา ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรสครับผิวเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว นวดวนเป็นวงกลมเล็กๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากการนวดแล้ว ยังช่วยให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้ว หลุดลอกออกมาหมดจด ทำให้เผยผิวใหม่ได้อย่างเรียบเนียนเสมอกัน โดยวิธีนี้ทำได้ทั้งกับผิวหน้า และผิวกายเลยนะ ห้ามสครับในขณะที่ผิวยังสกปรกอยู่หลายคนอาจจะคิดว่าไหนๆ ก็ต้องสครับอยู่แล้ว เดี๋ยวผิวก็สะอาด ถ้ายังคิดแบบนี้อยู่ ให้กลับไปคิดใหม่ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการสครับผิวที่สกปรก หรือไม่ได้ล้าง อาจทำรูขุมขนอุดตัน จากสิ่งสกปรก หรือ ฝุ่นทั้งหลาย ดังนั้นก่อนสครับผิวควรล้างผิวให้สะอาดก่อนนะ เตรียมผิวก่อนสครับด้วยน้ำอุ่นหลังจากที่ทำความสะอาดแล้ว

ผลัดเซลล์ผิวแต่ละชนิดเหมาะกับใคร ควรใช้แบบไหนดี?

สาวๆ หลายคนมักจะมองข้ามขั้นตอน “การผลัดเซลล์ผิว” เพราะอาจจะยังเข้าใจผิด และมีความรู้ไม่เพียงพอ ซึ่งขั้นตอนนี้ ถือว่าเป็นสเต็ปการบำรุงผิวที่สำคัญ ไม่แพ้กับขั้นตอนอื่นๆ ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป จะทำให้เซลล์ผิวใหม่เผยออกมาทำให้เราดูมีผิวที่เปล่งปลั่ง ทำให้ไม่เกิดการอุดตันของสิ่งสกปรก หรือเซลล์ผิวเก่าที่ไม่ยอมลอกออกไป แถมยังช่วยให้ครีมที่เราทาซึมซาบได้ดี และมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย แต่เราจะได้รู้ยังไงล่ะ ว่าควรเลือกใช้ผลัดเซลล์ผิวตัวไหน แบบไหนเหมาะกับใคร  เรามีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ทำไมต้องผลัดเซลล์ผิว?เซลล์ผิวหนังของเราแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ผิวชั้นนอก และผิวชั้นใน ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่ สามารถสร้างเซลล์ผิวใหม่ มาทดแทนเซลล์ผิวเก่าได้ ทำให้ผิวดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น และโดยปกติแล้ว ผิวของเราจะมีวงจรการผลัดเซลล์ผิวที่ใช้เวลาประมาณ 28 วัน แต่ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็น รังสียูวี มลภาวะ ฝุ่น PM2.5 การพักผ่อนน้อย หรือผิวขาดน้ำ ก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวช้าลง จนทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ทำให้เกิดสาเหตุของปัญหาผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าที่ดูหมองคล้ำ  สิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง ไม่กระชับ ดูดซึมสกินแคร์ได้ไม่ดี และปัญหาผิวต่างๆ ที่ตามมา ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ โดย มีสองวิธีคือ

ทำไมยิ่งแก่ ยิ่งคล้ำ เรื่องจริงของการผลัดเซลล์ผิวตามอายุ ที่คุณควรรู้

เพราะการผลัดเซลล์ผิวมีส่วนสำคัญในการทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส เนื่องจากการสะสมของเซลล์ที่ตายแล้วน้อยลง ผิวที่แห้งกร้าน คล้ำเสีย จุดด่างดำจะค่อยๆ ผลัดไป ทำให้ผิวใหม่ถูกสร้างตัวขึ้นมา ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงช่วยปรับสีผิวให้เนียนเสมอกัน ยังเป็นการลดริ้วรอยตื้นๆ ได้ดี แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ สภาพแวดล้อม ความเครียด และอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวเสื่อมลง คนที่อายุมาก จะเริ่มใช้เวลาในการผลัดเซลล์มากขึ้น ตามตารางด้านล่างนี้ เด็กแรกเกิด ใช้เวลาผลัดเซลล์ผิว 14 วันวันรุ่น (Teens)     14-28 วันอายุ 20 ปี           14-30 วันอายุ 30 ปี           28-35 วันอายุ 40 ปี           30 -42 วันอายุ 50 ปี           45 – 84 วัน จากวงจรการผลัดเซลล์ผิวจะเห็นว่า เมื่ออายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการผลัดเซลล์จะลดลง การสร้างเซลล์ผิวใหม่ช้าขึ้น ทำให้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของกลุ่มวัย