ผักและผลไม้

6 ผลไม้น้ำตาลสูง แต่ละชนิด น้ำตาลกี่ช้อนชา

เป็นเรื่องที่ใครๆก็ทราบว่าถ้าอยากจะควบคุมน้ำหนัก น้ำตาล คือ ปัญหาหลักของสาวๆ ทำให้หลายคนเลี่ยงการทานเค้ก ขนม ชานมไข่มุก และหันมาทานผลไม้แทน แต่รู้ไหมว่าความจริงแล้วผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลสูงและอาจทำให้ น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมัน และไปสะสมตามอวัยวะต่างๆของร่างกายได้เช่นกัน นอกจากไขมันที่สะสมแล้ว ระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะพุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่ เพราะคิดว่าผลไม้ทานยังไงก็ไม่อ้วนเป็นแน่ วันนี้เราเลยพามารู้จักผลไม้น้ำตาลสูง ที่นอกจากสาวควบคุมน้ำหนักจะหลีกเลี่ยงแล้ว ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน มะขามหวานน้ำตาล 58.3 กรัม14.6 ช้อนชา ขนุนน้ำตาล 28.2 กรัม7.1 ช้อนชา ทุเรียนน้ำตาล 21.3 กรัม5.3 ช้อนชา กล้วยหอมน้ำตาล 20.6 กรัม5.1 ช้อนชา มะม่วงสุกน้ำตาล 17.9 กรัม4.5 ช้อนชา เงาะน้ำตาล 17.9 กรัม4.5 ช้อนชา ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักโภชนาการ กรมอนามัย

เธอคือ “ผักหรือผลไม้” แยกอย่างไรให้ถูก

ผัก ผลไม้ ทานกันอยู่ประจำ แต่ก็เถียงกันมาตลอด มะเขือเทศ ข้าวโพด ฟักทอง พืชปริศนาที่ใครก็ว่าเป็นผักบ้าง ผลไม้บ้าง วันนี้เราเอามาแยกกันตามพฤกษศาสตร์เลยค่ะ ว่าพืชอันนี้เป็นผัก พืชอันนี้เป็นผลไม้ ว่าแต่พร้อมเช็คตัวเองกันไหม? ว่าที่รู้มานั้นถูกหรือผิด ผัก ผลไม้ มีสารอาหาร วิตามิน รวมถึงแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่หลายคนมักสับสนว่าอันไหนผัก อันไหนผลไม้กันแน่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปแยก 2 สิ่งนี้ให้ชัดๆ แบบง่ายๆ ผลไม้ (fruit) มีเมล็ดอยู่ในผลเป็นพืชที่มีการออกดอก และเกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเมล็ด ซึ่งผลไม้จะแตกต่างจากผักตรงที่เกิดจากดอกไม้ของพืช และมีเมล็ด อาทิ แอปเปิ้ล แตงโม สับปะรด ส้ม เป็นต้น และยังมีพืชที่หลายคนคิดว่าเป็นผักอย่าง มะเขือเทศ แตงกวา ฟักทอง อะโวคาโด ข้าวโพด หรือแม้พริกหยวก ก็จัดเป็นผลไม้ทั้งหมด เพราะมีการออกผลมาจากดอกและมีเมล็ดจึงถูกจัดเป็นผลไม้⠀ ผัก (Vegetable) ไม่มีเมล็ด ทานได้ทุกส่วนเป็นพืชที่เกิดจากการเมล็ดงอกขึ้นมาเป็นลำต้น มีใบอยู่บนดิน และมีรากลึกลงไปในดิน ส่วนใหญ่สามารถทานได้ทั้งราก ลำต้น ใบ

กินผลไม้เปรี้ยว (บางชนิด) ทำให้ปากดำขึ้นได้

การทานผลไม้เป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการช่วยย่อย ลดน้ำหนัก และการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่างๆ แต่สำหรับผลไม้รสเปรี้ยวและผักบางชนิด อาจมีข้อจำกัดเล็กน้อยเมื่อต้องปะทะกับแสงยูวีในแสงแดด เพราะมันคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปากสีคล้ำขึ้นได้ สารที่อยู่ในผลไม้รสเปรี้ยว เมื่อโดนแสงยูวีจะทำปฏิกิริยากับผิวผลไม้รสเปรี้ยว และผักบางชนิด เช่น ส้ม มะม่วง สัปปะรด สตรอว์เบอร์รี่ ขึ้นฉ่าย กระเทียม หัวหอม ขิง แครอท มะนาว ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วจะมีสารโซราเลน (Psoralen) ที่อาจจะติดอยู่ที่ริมฝีปากเมื่อเราทานผักผลไม้เหล่านี้เข้าไป ซึ่งสารโซราเลนจะมีปฏิกิริยากับแสงยูวีที่กระตุ้นเซลล์ให้ผิวบริเวณนั้นคล้ำขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันปากดำแบบไม่รู้ตัว เราแนะนำว่าเมื่อทานผลไม้เหล่านี้แล้วก็ควรล้างปากหรือจะเช็ดปากทุกๆ ครั้ง รู้หรือไม่ สารโซราเลน ยังเป็นหนึ่งในส่วนผสมของเครื่องสำอางบางชนิด โดยเฉพาะน้ำหอม จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราควรเลือกใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกับผิว ก็เพื่อลดโอกาสการเกิดผิวหมองคล้ำจากสารเหล่านี้นั่นเองโดยเฉพาะเมื่อผิวเราต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้หากบำรุงและดูแลริมฝีปากเป็นประจำ สครับปาก อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งจะเป็นการช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และปรับสีคล้ำให้ดูจางลงได้ แถมยังช่วยให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีขึ้น ทาลิปบาล์มที่มี SPF เพราะจะช่วยปกป้องริมฝีปากจากแสงยูวีได้ดีขึ้น พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน เพิ่มการบำรุงริมฝีปากให้ดูชุ่มชื่น นุ่มขึ้น ด้วยการมาส์กริมฝีปาก Credit Source: abcnews และ bangkokaestheticclinic