ผิวดี

อาบน้ำนานใช่ว่าดี แค่ 5 – 10 นาทีสิใช่เลย!

การอาบน้ำมันช่วยทั้งผ่อนคลาย และชะล้างสิ่งสกปรกจนเราเองก็เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลานั้น ไม่ได้มานั่งจับเวลาว่าควรจะใช้เวลาจริงๆ กี่นาที บางคนอาจจะอาบน้ำนานเกือบชั่วโมงก็เป็นไปได้ แต่เคยเป็นหรือไม่? เวลาอาบน้ำไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งที่นิ้วมือของเราจะเกิดรอยย่นชั่วคราว หรือหลังเช็ดตัวแล้วรู้สึกผิวแห้งกว่าเดิม! การอาบน้ำแบบไม่เสียสุขภาพผิว แค่ 5-10 นาทีก็เพียงพอ แน่นอนว่าการอาบน้ำ มันคือการที่น้ำต้องมาสัมผัสผิวเราโดยตรง เพื่อให้ร่างกายสะอาด รวมถึงการชะล้างพวกน้ำมันส่วนเกินที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ไม่ว่าจะน้ำมันบนผิว ติดอยู่ที่เส้นผมหรือหนังศีรษะ แต่ในผิวของเราเองก็ยังมีน้ำมันธรรมชาติอยู่ เพื่อยังคงความชุ่มชื่นใต้ชั้นผิว เป็นการรักษาสมดุลของผิวอย่างหนี่ง การที่เราอาบน้ำนานเกินไปจึงกลายเป็นการนำน้ำมันธรรมชาติผิวออกมาด้วย แทนที่ผิวจะยังคงสุขภาพดี ก็อาจจะแห้งแตกลอกได้นั่นเอง นอกจากนี้หากเราอายุมากขึ้น น้ำมันธรรมชาติที่ว่ามานี้ก็กลับผลิตลดลง ผิวจึงอาจเหี่ยวเร็วก่อนวัย แพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ก Dr. Susan Bard จึงเคยให้คำแนะนำว่า ควรใช้เวลาอาบน้ำเพียง 5-15 นาที (ถ้ารวมเวลาสระผม) ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม และคงสุขภาพผิวที่ดีได้ แถมยังช่วยประหยัดน้ำได้อีกด้วยนะจ้า การดูแลสุขภาพผิวหลังอาบน้ำก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้ ทางสถาบันโรคผิวหนังจากอเมริกา (American Academy of Dermatology) ยังแนะนำเพิ่มเติมต่อว่า การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหลังอาบน้ำภายใน 3 นาทีก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้ดีสุดๆ และควรอาบน้ำอุ่นหรืออุณหภูมิปกติมากกว่าการใช้น้ำร้อนมากเกินไป นอกจากนี้ยังควรใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ช่วยบำรุงความชุ่มชื่น ไม่มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม สารปรอท ฯลฯ

การหยดเซรั่มบนหน้า พาผิวพังได้ไม่รู้ตัว

คงเคยเห็นผ่านหูผ่านตากันมาบ้างตามคลิปในสื่อโซเชียลว่าไอดอลหลายๆ คนมักจะใช้เซรั่มบำรุงผิว และหยดลงบนผิวหน้าโดยตรง ใช่ค่ะ! นั่นคือภาพมุมมองที่ดูดี แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีนี้ทำให้เกิดการสะสมแบคทีเรียตัวร้ายทำลายผิวเราได้เลย ความสำคัญของแพ็กเกจสกินแคร์ปกติการออกแบบแพ็กเกจสกินแคร์มักจะมีเหตุผลเสมอ โดยเฉพาะต้องการรักษาคุณภาพของสารบำรุงที่บรรจุในขวดหรือกระปุก บางแบรนด์จะออกแอปพลิเคเตอร์ควบคู่กับสกินแคร์ บางแบรนด์ก็เลือกขวดทึบเพื่อรักษาประสิทธิภาพ และถ้าเป็นเซรั่มหรือออยล์ก็จะมาพร้อมกับดรอปเปอร์ หรือหลอดสำหรับบีบเนื้อเซรั่มที่มักติดอยู่ตรงฝาขวดมาให้พร้อมเสร็จสรรพ เพราะนอกจากจะช่วยกำหนดปริมาณการใช้ต่อครั้งได้แล้ว ยังลดโอกาสการสัมผัสกับผิวเราโดยตรงอีกด้วย การใช้ดรอปเปอร์สัมผัสกับผิวโดยตรงอาจทำร้ายผิวแทนที่เราจะเลือกใช้สกินแคร์เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว กลับเป็นตัวทำร้ายผิวเราได้ซ่ะหนิ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่เราเลือกใช้ผิดวิธีนั่นเอง! โดยเฉพาะตอนนี้ที่เราเห็นยูทูปเบอร์หลายคนหยดเซรั่มลงบนผิวโดยตรง ซึ่งขณะหยดตัวดรอปเปอร์ต้องสัมผัสกับผิว จึงทำให้สิ่งที่เกาะบนผิวเรา อย่างน้ำมันผิว สะสมอยู่บนตัวดรอปเปอร์ หลังจากใช้เสร็จเราก็เก็บหลอดนั้นกลับเข้าไปในขวด แน่นอนล่ะว่าเจ้าสิ่งแปลกปลอมได้เข้าไปผสมในเซรั่มตัวโปรดของทุกคนแล้ว พอนานๆ เข้าก็เกิดการสะสมของเชื้อเหล่านี้ เมื่อนำมาใช้ไปเรื่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดสิวได้ นอกจากนี้ต่อให้ปลายดรอปเปอร์จะไม่สัมผัสผิวหน้า แต่การหยดลงบนผิวหน้า ยังสิ้นเปลืองอีกด้วย เพราะเราจะกำหนดปริมาณได้ยากต่อการใช้หนึ่งครั้ง เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้หยดบนฝ่ามือ จะสามารถลดโอกาสการเกิดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในเซรั่มขวดโปรดของเราได้ และยังใช้ได้ตามปริมาณที่ควรใช้อีกด้วย ซึ่งโดยปกติเราจะใช้เซรั่มเท่าแคนเบอร์รี่แห้ง 1 ผล และออยล์เท่ากับแมคาเดเมีย 1 เม็ด หรือประมาณ 3-6 หยดจ้า (ขึ้นอยู่กับขนาดของดรอปเปอร์)