ผิวมัน

เช็คผิว กันหน่อยว่าเราเป็นผิวแบบไหน

เช็คผิว

เช็คผิวกันหน่อย! ใครยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นผิวแบบไหน ดูแลยังไง ลองเช็คเบื้องต้นกันดู วิธีการดูแลผิวแต่ละประเภท ผิวแห้ง (Dry Skin) สาเหตุ: ผิวผลิตน้ำมันน้อยเกินไป เป็นสภาพผิวตามกรรมพันธุ์มีมาตั้งแต่เกิด ลักษณะ: ผิวแห้งตึง มีอาการคัน และอาจะมีเส้นริ้วรอยจางๆ การดูแล: เลือกสกินแคร์เนื้อครีม หรือออยล์ ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) สาเหตุ: เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่นขาดการบำรุง สภาพอากาศ การใช้สกินแคร์หรือยารักษาสิวบางชนิด ลักษณะ: ผิวแห้งลอกเป็นขุยบางจุด และมันในบางจุดแล้วแต่ช่วงเวลา การดูแล: เลือกสกินแคร์เนื้อครีมหรือเซรั่มเข้มข้น อยากรู้ความต่างที่ชัดเจนของผิวแห้ง และผิวขาดน้ำ CLICK ผิวมัน (Oil Skin) สาเหตุ: เกิดจากผิวผลิตน้ำมันมาก เป็นได้ทั้งสภาพผิวที่มีมาแต่เกิด หรือถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนและปัจจัยภายนอก ลักษณะ: มันทั่วใบหน้ารูขุมขนกว้าง การดูแล: เลือกสกินแคร์เนื้อเจล หรือเซรั่มบางเบา และมองหาคำว่า Oil Free / Oil Control บนสกินแคร์ ผิวผสม (Combination

ลดรูขุมขนกว้างได้ แค่ปรับ Skincare Routine!

ลดรูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้างเป็นปัญหาผิวอันดับต้นๆ ที่รบกวนจิตใจของสาวๆ เสมอ วันนี้เราเลยจะมานำเสนอวิธีกระชับรูขุมขนที่สามารถทำได้ง่ายๆ แค่ปรับ Skincare Routine และผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ใช้ ให้เหมาะสมกับสภาพผิวก็สามารถฟื้นฟูผิวเนียนกระชับให้กลับมาได้แล้ว! เลือกโทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โทนเนอร์เป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่หลายคนชอบมองข้าม แต่จริงๆ แล้วการใช้โทนเนอร์จะช่วยให้ เพียงแต่ข้อสำคัญคือต้องเป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะว่าแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยขยาย และกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ ส่งผลให้ขนาดของรูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น เลือกสกินแคร์สูตร Oil Free เช็คให้ชัวร์ว่าสกินแคร์ที่เราใช้ไม่ได้กำลังทำให้รูขุมขนของเรากว้างขึ้น เนื่องจากสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil Based) จะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่ายกว่า เพราะอาจเข้าไปจับตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งส่งผลให้รูขุมขนกว้างนั่นเอง ดังนั้นถ้าเราไม่ได้ผิวแห้งมากกกจริงๆ ถ้าอยากเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ลองมองหาสกินแคร์ที่เป็นสูตรน้ำ (Water based) ทดแทนนะคะ ใช้คลีนเซอร์สูตรน้ำมัน เหมือนจะย้อนแย้ง แต่ขอให้เราได้อธิบายก่อนนะคะ ถึงการเลือกสกินแคร์ที่มีน้ำมันอาจทำให้เกิดการอุดตัน แต่ในทางกลับกันการเลือกคลีนซิ่งที่เป็นสูตรน้ำมันกลับใช้ล้างหน้าเราได้สะอาดล้ำลึกมากกว่า เพราะน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าละลายในน้ำมันได้ดีกว่าน้ำ อีกทั้งคลีนซิ่งสูตรน้ำมันยังใช้ล้างพวกเครื่องสำอางกันน้ำได้เป็นอย่างดี ทำให้รูขุมขนสะอาด ไม่อุดตันนั่นเอง ผลัดเซลล์ผิวด้วย BHA ต้องขออธิบายก่อนว่า BHA เป็นสารเร่งผลัดเซลล์ผิว ที่มีสภาพเป็นกรดสามารถซึมเข้าสู่รูขุมขนและชั้นผิวผ่านต่อมไขมัน จึงทำความสะอาดสิ่งสกปรก สิ่งอุดตันรูขุมขนได้ดี ทั้งยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ ทำให้การอักเสบของสิวลดลงจึงนิยมใช้เพื่อลดความมันใต้ผิวหนังและใช้รักษาสิว และเราแอบขอแนะนำตรงนี้ว่าเวลาใช้สารจำพวก BHA ต้องใช้ควบคู่กับการหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำและไม่ควรใช้เกิน

มาส์กหน้า 6 ชนิด หน้าโทรมครั้งต่อไป เลือกใช้ให้ถูก

มาส์กแต่ละชนิด

การมาส์กหน้า เป็นวิธีการบำรุงผิวที่ได้ผลดีและได้รับความนิยมเสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ยิ่งปัจจุบันมีตัวเลือกชนิดของมาส์กหน้าออกมาให้เลือกใช้สารพัดแบบ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำว่าแต่ละสูตรเหมาะกับผิวแบบไหน และสถานการณ์ใดบ้าง มาสก์แผ่น (Sheet Mask) เป็นมาส์กที่ได้รับความนิยม ส่วนมากตัวแผ่นชีทจะผลิตจากคอตตอน เป็นการเติมสารบำรุงให้ผิวได้ล้ำลึกมากขึ้นกว่าการทาครีมบำรุงธรรมดา ใช้เวลาไม่นานมากนัก สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องล้างออก และมีหลายสูตรให้เลือกตามความต้องการ เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว (ยกเว้นอาการแพ้ส่วนผสมจำเพาะบุคคล) ข้อจำกัด : ไม่ควรมาส์กทิ้งไว้นานเกินไป เพราะผิวจะถูกดูดความชุ่มชื่นออกไปแทน มาสก์ไฮโดรเจล (Hydrogel Mask) คล้ายชีทมาส์ก แต่มักจะใช้วัสดุที่มีลักษณะเป็นเจล หนา ลื่น กระชับเข้ากับรูปหน้าได้ดี โดยส่วนมากนิยมใช้ Bio-Cellulose ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดี เหมาะกับผิวแบบไหน : ผิวแห้ง และผิวที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอย มาสก์โคลน (Clay Mask) มีลักษณะเนื้อเข้มข้นคล้ายโคลน หรือบ้างยี่ห้อก็มาในรูปแบบแบบผงให้นำไปละลายน้ำ มีคุณสมบัติเด่นคือการขจัดสิ่งสกปรก อุดตันรูขุมขน พร้อมดูดซับความมันส่วนเกินออกจากผิว แนะนำให้มาส์กสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เหมาะกับผิวแบบไหน : ผิวมัน (ยกเว้นอาการแพ้ส่วนผสมจำเพาะบุคคล) ข้อจำกัด :

ทำความรู้จัก 4 ประเภทผิวพื้นฐาน เพื่อการดูแลที่ถูกวิธี

ถ้ามีคนมาถามว่า “อยากผิวกระจ่างใส ใช้ครีมตัวไหนดี?” เราจะถามกลับทันทีว่าแล้วคุณเป็นคนผิวแบบไหน? เพราะครีมแต่ละประเภท หรือ แต่ละเนื้อนั้นออกแบบมาเพื่อสภาพผิวที่ต่างกัน ผิวแห้งควรใช้เนื้อครีมเข้มข้น ผิวมันควรใช้เนื้อโลชั่น ผิวผสม หรือแม้แต่ผิวธรรมดาก็ดูแลและเลือกต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่วันนี้เราต้องมาทำความรู้จักและเข้าใจผิวของตนเอง ผิวธรรมดา (Normal Skin)สาวผิวธรรมดา เป็นผิวที่เราคิดว่าดูแลง่ายที่สุด ไม่แห้งเกินไป และ ไม่มันเกินไป อาจจะมีจุดที่มันบ้างเล็กน้อย บริเวณ T-zone อย่างหน้าผาก คาง และ จมูก แต่โดยรวมแล้วคนผิวธรรมดามีความโชคดีกว่าผิวอื่นๆ เนื่องจากความมัน และความชุ่มชื่นมีความสมดุลกัน วิธีสังเกตุมีการไหลเวียนโลหิตที่ดี ผิวนุ่มและเรียบเนียนผิวมีความสดชื่น มีน้ำมันที่สมดุลไม่ค่อยมีปัญหาสิว และ ริ้วรอย ผิวแห้ง (Dry Skin)สาวผิวแห้ง เป็นผิวที่เกิดความมันน้อย เรียกว่าขาดความมันก็ไม่ผิด  หรือถ้าในทางวิชาการ คือ ผิวที่ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื่น ถ้าจับผิวตัวเองสาวผิวแห้งจะรู้สึกว่าผิวแน่น แต่มีความหยาบกร้าน มีริ้วรอยบางๆ ซึ่งตรงนี้จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน บางครั้งเราก็ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยสายตา กระซิบว่าอายุที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อการทำให้ผิวแห้งขึ้นด้วย ฉะนั้นรีบดูแลตั้งแต่ตอนนี้นะคะ วิธีสังเกตุผิวแห้งแตก ลอกเป็นขุย รูขุมขนเล็กละเอียด ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่ายมีอาการคันที่ผิวบ่อย ผิวมัน (Oily