ผิวแห้ง

ผิวแห้ง มีกี่ประเภท เกิดจากอะไร แล้วดูแลยังไงดี?

ผิวแห้ง เป็นหนึ่งในปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม โดยผิวแห้งนั้นมีหลายประเภท และขั้นของความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป โดยเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม ฮอร์โมน อายุ อาหาร ชั้นผิวที่อ่อนแอ รวมไปถึงการดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละคน อย่างการทำความสะอาดผิวบ่อยๆ สภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง ยารักษา สกินแคร์ที่ใช้อาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอ รวมไปถึงการดื่มน้ำไม่เพียงพอก็ทำให้ผิวของเรามีการสูญเสียน้ำอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็ช่วยให้ผิวของเราดูสดใส และมีสุขภาพที่ดีได้อย่างแน่นอน ผิวแห้งคล้ำเสียผิวแห้งประเภทนี้ แน่นอนว่าเกิดจากแสงแดด และยูวีที่คอยทำร้ายผิว ดึงเอาความชุ่มชื้นออกไป โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงๆ ส่งผลให้ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไหม้เสีย หมองคล้ำดูไม่มีราศี ยิ่งใครที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ก็อาจไวต่อแสงแดด ทำให้ผิวไหม้ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ก็ยังมีโอกาสที่ผิวจะมีจุดด่างดำและเกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย วิธีดูแล ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดทุกวันแม้ในวันที่ไม่มีแดด และควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง ส่วนครีมกันแดดที่เลือกใช้ นอกจากจะป้องกันผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีแล้ว ควรมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น และกระจ่างใสด้วย CLARINS UV Plus Anti-Pollution SPF50/Pa+++ (30 มล. 1,990 บาท)กันแดดรุ่นใหม่ที่ช่วยปกป้องผิวจาก 5 มลภาวะที่พบในชีวิตประจำวัน

Simple รีวิวครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเหมือนกันแต่เลือกอันไหนดี!?

simple รีวิว

Simple หนึ่งในแบรนด์ชื่อดังขึ้นแท่นอันดับ 1 กลุ่มสกินแคร์ในประเทศอังกฤษ ขึ้นชื่อว่าคนผิวบอบบางใช้ได้และชื่นชอบมาก ตอนแรกที่เพิ่งเข้าไทยจะมีเพียงสูตรเดียวคือ สูตรแพ็คเกจสีเขียว Kind to skin เวลาไปเลือกซื้อเราก็เลือกแค่ว่าจะซื้อที่ล้างหน้า บำรุง หรือทิชชู่เปียก แต่ตอนนี้ฮอตจนมีเข้ามาอีกสูตรคือ Water Boost มาสักพักใหญ่ล่ะ แต่ก็ยังสับสนเวลาเลือกซื้อ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาช่วยเลือกว่าจะบำรุงสูตรไหนดี Simple Hydrating Light Moisturizer เป็นสูตรแรกเลยที่เข้าไทย และคนสนใจเยอะมาก โดยเฉพาะคนผิวบอบบางแพ้ง่ายเลิฟสุด แต่ตอนนั้นจะเป็นไซส์ 125 ml จนล่าสุดก็มีไซส์พกพา 50 ml วางขายในวัตสันแล้วนะจ๊ะ ในราคา 79 บาทเท่านั้น สามารถใช้ได้ 40 ครั้ง เนื้อสัมผัส: เนื้อจะเป็นสีขาวค่อนข้างข้น แต่บางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ส่วนผสม: โปรวิตามินบี 5, วิตามินอี, กลีเซอรีน, โบราจ ซีด ออยล์ ปราศจากสี น้ำหอม และส่วนผสมที่ระคายเคืองผิว

ผิวแห้ง กับความต้องการที่หลากหลาย พร้อมสกินแคร์ที่เหมาะสม

ไม่ว่าผิวจะมีปัญหาอะไร ให้แก้ที่พื้นฐานก่อน ฉะนั้นถ้าเป็นคนผิวแห้งต้องเริ่มที่เติมความชุ่มชื่น ให้ผิวสุขภาพดี และแข็งแรง จากนั้นบำรุงต่อด้วยสกินแคร์ตามคุณสมบัติที่ต้องการ ซึ่งวันนี้แอดเอาใจสาวผิวแห้งอยากลดสิว เคลียร์จุดด่างดำ แก้ปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ด้วยสูตรสกินแคร์สำหรับสาวผิวแห้ง อยากสวยแบบนี้ต้อง Add อะไร ผิวชุ่มชื่นกระจ่างใส มีออร่าLaneige Water Bank Moisture Essence + Radian-C Creamเติมน้ำใต้ผิวให้แข็งแรงสุขภาพดี ด้วยมอยเจอร์เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำใช้ได้ ลดปัญหาผิวเป็นขุย จากนั้นอัพความกระจ่างใสให้ผิวมีออร่า ด้วยครีมบำรุงที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ใครมีฝ้า กระ จุดด่างดำ ก็แก้ได้ ผิวสวยใส ไร้ฝ้า กระ จุดด่างดำKIEHL’S Dark Sport Solution + Ultra Facial Creamเซรั่มลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ปรับสีผิวที่ไม่เสมอกันด้วยเนื้อเจลใส เข้าไปจัดการกับเม็ดสีเมลานิน เคลียร์รอยสิว จุดด่างดำ ให้ผิวดูเรียบเนียน ตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวแห้มาก ผิวบอบบางแพ้ง่าย เติมเต็ม

เช็คผิว กันหน่อยว่าเราเป็นผิวแบบไหน

เช็คผิว

เช็คผิวกันหน่อย! ใครยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นผิวแบบไหน ดูแลยังไง ลองเช็คเบื้องต้นกันดู วิธีการดูแลผิวแต่ละประเภท ผิวแห้ง (Dry Skin) สาเหตุ: ผิวผลิตน้ำมันน้อยเกินไป เป็นสภาพผิวตามกรรมพันธุ์มีมาตั้งแต่เกิด ลักษณะ: ผิวแห้งตึง มีอาการคัน และอาจะมีเส้นริ้วรอยจางๆ การดูแล: เลือกสกินแคร์เนื้อครีม หรือออยล์ ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) สาเหตุ: เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่นขาดการบำรุง สภาพอากาศ การใช้สกินแคร์หรือยารักษาสิวบางชนิด ลักษณะ: ผิวแห้งลอกเป็นขุยบางจุด และมันในบางจุดแล้วแต่ช่วงเวลา การดูแล: เลือกสกินแคร์เนื้อครีมหรือเซรั่มเข้มข้น อยากรู้ความต่างที่ชัดเจนของผิวแห้ง และผิวขาดน้ำ CLICK ผิวมัน (Oil Skin) สาเหตุ: เกิดจากผิวผลิตน้ำมันมาก เป็นได้ทั้งสภาพผิวที่มีมาแต่เกิด หรือถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนและปัจจัยภายนอก ลักษณะ: มันทั่วใบหน้ารูขุมขนกว้าง การดูแล: เลือกสกินแคร์เนื้อเจล หรือเซรั่มบางเบา และมองหาคำว่า Oil Free / Oil Control บนสกินแคร์ ผิวผสม (Combination

มาส์กหน้า 6 ชนิด หน้าโทรมครั้งต่อไป เลือกใช้ให้ถูก

มาส์กแต่ละชนิด

การมาส์กหน้า เป็นวิธีการบำรุงผิวที่ได้ผลดีและได้รับความนิยมเสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ยิ่งปัจจุบันมีตัวเลือกชนิดของมาส์กหน้าออกมาให้เลือกใช้สารพัดแบบ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำว่าแต่ละสูตรเหมาะกับผิวแบบไหน และสถานการณ์ใดบ้าง มาสก์แผ่น (Sheet Mask) เป็นมาส์กที่ได้รับความนิยม ส่วนมากตัวแผ่นชีทจะผลิตจากคอตตอน เป็นการเติมสารบำรุงให้ผิวได้ล้ำลึกมากขึ้นกว่าการทาครีมบำรุงธรรมดา ใช้เวลาไม่นานมากนัก สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องล้างออก และมีหลายสูตรให้เลือกตามความต้องการ เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว (ยกเว้นอาการแพ้ส่วนผสมจำเพาะบุคคล) ข้อจำกัด : ไม่ควรมาส์กทิ้งไว้นานเกินไป เพราะผิวจะถูกดูดความชุ่มชื่นออกไปแทน มาสก์ไฮโดรเจล (Hydrogel Mask) คล้ายชีทมาส์ก แต่มักจะใช้วัสดุที่มีลักษณะเป็นเจล หนา ลื่น กระชับเข้ากับรูปหน้าได้ดี โดยส่วนมากนิยมใช้ Bio-Cellulose ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดี เหมาะกับผิวแบบไหน : ผิวแห้ง และผิวที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอย มาสก์โคลน (Clay Mask) มีลักษณะเนื้อเข้มข้นคล้ายโคลน หรือบ้างยี่ห้อก็มาในรูปแบบแบบผงให้นำไปละลายน้ำ มีคุณสมบัติเด่นคือการขจัดสิ่งสกปรก อุดตันรูขุมขน พร้อมดูดซับความมันส่วนเกินออกจากผิว แนะนำให้มาส์กสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เหมาะกับผิวแบบไหน : ผิวมัน (ยกเว้นอาการแพ้ส่วนผสมจำเพาะบุคคล) ข้อจำกัด :

7 ปัญหาผิว จากการนอนโดยไม่ลบเครื่องสำอาง

นอนไม่ลบเครื่องสำอาง เมคอัพ

ชาวออฟฟิศกับงานดึก สามารถเรียกว่าเป็นของคู่กันเลยก็ได้ แต่ว่าใครที่ชอบทิ้งตัวลงเตียงไปเลยทั้งที่ยังไม่ล้างเมคอัพ บอกเลยว่าต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนๆ เลยนะคะ เพราะไม่ใช่แค่สิวหรอกนะที่จะถามหา แต่ยังมีอีกสารพัดปัญหาผิว ตา ปาก ที่บอกเลยว่าน่ากลัวกว่าที่คิด! เมคอัพบริเวณดวงตา ขนตาหัก ขาด ร่วง การนอนหลับไปทั้งมาสคาร่าไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะจะทำให้ขนตาหัก ขาด และหลุดร่วง แค่นั้นยังไม่พอนะ เมคอัพที่ตกค้างและสิ่งสกปรกทั้งหลาย ยังอาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนบริเวณดวงตาด้วย ตาบวม แดง ระคายเคือง เมคอัพบริเวณดวงตาทั้งอายแชโดว์ อายไลเนอร์ ถ้าไม่ล้างออกให้สะอาด ก็อาจส่งผลต่อดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางของเราได้ เพราะถ้าเราไม่เช็คทำความสะอาดให้ดี สิ่งเหล่านี้ก็จะสร้างให้เกิดอาการ ระคายเคืองตาบวม แดง หรือเลวร้ายที่สุดอาจะทำให้ตาอักเสบได้เลยนะ! เมคอัพบริเวณผิว สิว นี่คือผลลัพธ์ที่อันดับแรกๆ ที่หลายคนอาจจรู้อยู่แล้ว ว่าการนอนหลับไปโดยไม่ล้างเมคอัพ จะทำให้สิ่งสกปรก เมคอัพ รวมถึงความมันบนใบหน้า ข้าไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดเป็นสิวนั่นเอง ขัดขวางกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ทุกครั้งที่เรานอนหลับ ผิวของเราก็จะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่โดยธรรมชาติ แต่การไม่ลบเครื่องสำอางจผิวเข้าไปรบกวนกระบวนการดังกล่าว เกิดริ้วรอยและผิวเหี่ยวย่นไว การนอนหลับทั้งเมคอัพ ทำให้คอลลาเจนในผิวไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย และยังทำให้เกิดการเหี่ยวย่น ดูแก่กว่าวัยได้ง่ายๆ เลยนะคะ ผิวแห้ง หมองคล้ำ

อาบน้ำนานใช่ว่าดี แค่ 5 – 10 นาทีสิใช่เลย!

การอาบน้ำมันช่วยทั้งผ่อนคลาย และชะล้างสิ่งสกปรกจนเราเองก็เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลานั้น ไม่ได้มานั่งจับเวลาว่าควรจะใช้เวลาจริงๆ กี่นาที บางคนอาจจะอาบน้ำนานเกือบชั่วโมงก็เป็นไปได้ แต่เคยเป็นหรือไม่? เวลาอาบน้ำไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งที่นิ้วมือของเราจะเกิดรอยย่นชั่วคราว หรือหลังเช็ดตัวแล้วรู้สึกผิวแห้งกว่าเดิม! การอาบน้ำแบบไม่เสียสุขภาพผิว แค่ 5-10 นาทีก็เพียงพอ แน่นอนว่าการอาบน้ำ มันคือการที่น้ำต้องมาสัมผัสผิวเราโดยตรง เพื่อให้ร่างกายสะอาด รวมถึงการชะล้างพวกน้ำมันส่วนเกินที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ไม่ว่าจะน้ำมันบนผิว ติดอยู่ที่เส้นผมหรือหนังศีรษะ แต่ในผิวของเราเองก็ยังมีน้ำมันธรรมชาติอยู่ เพื่อยังคงความชุ่มชื่นใต้ชั้นผิว เป็นการรักษาสมดุลของผิวอย่างหนี่ง การที่เราอาบน้ำนานเกินไปจึงกลายเป็นการนำน้ำมันธรรมชาติผิวออกมาด้วย แทนที่ผิวจะยังคงสุขภาพดี ก็อาจจะแห้งแตกลอกได้นั่นเอง นอกจากนี้หากเราอายุมากขึ้น น้ำมันธรรมชาติที่ว่ามานี้ก็กลับผลิตลดลง ผิวจึงอาจเหี่ยวเร็วก่อนวัย แพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ก Dr. Susan Bard จึงเคยให้คำแนะนำว่า ควรใช้เวลาอาบน้ำเพียง 5-15 นาที (ถ้ารวมเวลาสระผม) ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม และคงสุขภาพผิวที่ดีได้ แถมยังช่วยประหยัดน้ำได้อีกด้วยนะจ้า การดูแลสุขภาพผิวหลังอาบน้ำก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้ ทางสถาบันโรคผิวหนังจากอเมริกา (American Academy of Dermatology) ยังแนะนำเพิ่มเติมต่อว่า การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหลังอาบน้ำภายใน 3 นาทีก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้ดีสุดๆ และควรอาบน้ำอุ่นหรืออุณหภูมิปกติมากกว่าการใช้น้ำร้อนมากเกินไป นอกจากนี้ยังควรใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ช่วยบำรุงความชุ่มชื่น ไม่มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม สารปรอท ฯลฯ

ทำความรู้จัก 4 ประเภทผิวพื้นฐาน เพื่อการดูแลที่ถูกวิธี

ถ้ามีคนมาถามว่า “อยากผิวกระจ่างใส ใช้ครีมตัวไหนดี?” เราจะถามกลับทันทีว่าแล้วคุณเป็นคนผิวแบบไหน? เพราะครีมแต่ละประเภท หรือ แต่ละเนื้อนั้นออกแบบมาเพื่อสภาพผิวที่ต่างกัน ผิวแห้งควรใช้เนื้อครีมเข้มข้น ผิวมันควรใช้เนื้อโลชั่น ผิวผสม หรือแม้แต่ผิวธรรมดาก็ดูแลและเลือกต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่วันนี้เราต้องมาทำความรู้จักและเข้าใจผิวของตนเอง ผิวธรรมดา (Normal Skin)สาวผิวธรรมดา เป็นผิวที่เราคิดว่าดูแลง่ายที่สุด ไม่แห้งเกินไป และ ไม่มันเกินไป อาจจะมีจุดที่มันบ้างเล็กน้อย บริเวณ T-zone อย่างหน้าผาก คาง และ จมูก แต่โดยรวมแล้วคนผิวธรรมดามีความโชคดีกว่าผิวอื่นๆ เนื่องจากความมัน และความชุ่มชื่นมีความสมดุลกัน วิธีสังเกตุมีการไหลเวียนโลหิตที่ดี ผิวนุ่มและเรียบเนียนผิวมีความสดชื่น มีน้ำมันที่สมดุลไม่ค่อยมีปัญหาสิว และ ริ้วรอย ผิวแห้ง (Dry Skin)สาวผิวแห้ง เป็นผิวที่เกิดความมันน้อย เรียกว่าขาดความมันก็ไม่ผิด  หรือถ้าในทางวิชาการ คือ ผิวที่ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื่น ถ้าจับผิวตัวเองสาวผิวแห้งจะรู้สึกว่าผิวแน่น แต่มีความหยาบกร้าน มีริ้วรอยบางๆ ซึ่งตรงนี้จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน บางครั้งเราก็ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยสายตา กระซิบว่าอายุที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อการทำให้ผิวแห้งขึ้นด้วย ฉะนั้นรีบดูแลตั้งแต่ตอนนี้นะคะ วิธีสังเกตุผิวแห้งแตก ลอกเป็นขุย รูขุมขนเล็กละเอียด ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่ายมีอาการคันที่ผิวบ่อย ผิวมัน (Oily

ผิวแห้ง VS ผิวขาดน้ำ แฝดคนละฝาของผิวไม่ชุ่มชื่น

ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ฟังดูเหมือนเรื่องเดียวกันว่าไหมคะ? น่าจะด้วยหน้าตาที่คล้ายกันเหมือนแฝดคนละฝา แต่รู้ไหมว่า… จริงๆ แล้วเค้าต่างกันทั้งสาเหตุ สภาพผิว และการดูแล   จะเรียกว่าเป็นเทรนด์ก็อาจจะใช่ หรือ เพราะสาวๆ เรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองมากขึ้นก็ไม่ผิด ทำให้หลายต่อหลายคนหันมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพผิว เรียนรู้ และดูแลอย่างถูกวิธีกันมากขึ้น แต่ก็ยังมีสาวๆ บางกลุ่มที่สับสนกับผิวของตัวเองโดยเฉพาะผิวแห้ง และ ผิวขาดน้ำ ส่งผลให้เลือกซื้อครีมบำรุงไม่ตอบโจทย์ ดูแลผิดๆ ถูกๆ วันนี้ Beauty See First จึงอยากชวนสาวๆ มาทำความเข้าใจ พร้อมไขข้อสงสัยว่าผิวแห้ง ผิวขาดน้ำนั้นต่างกันยังไง  เกิดมาก็ผิวแห้ง หรือ แห้งเพราะใต้ผิวมีน้ำน้อยสาวผิวแห้ง คือ สาวๆ ที่เกิดมาพร้อมกับผิวแห้ง ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยกว่าปกติ ทำให้เก็บความชุ่มชื่นได้ไม่นาน ส่วนสาวผิวขาดน้ำเกิดได้กับทุกสภาพผิว จะผิวมัน ผิวแห้ง ผิวเป็นสิว หรือ ผิวผสม ก็เป็นสาวผิวขาดน้ำได้หมด หากใต้ผิวมีน้ำน้อย ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ แยกง่ายๆ แค่ดูให้เป็นวิธีการสังเกตว่าเราเป็นสาวผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ ให้ดูหลังล้างหน้า