ร้อยไหม

ไขข้อข้องใจการร้อยไหมดีจริงแน่หรือ ส่งผลระยะยาวรึเปล่า?

ผลระยะยาวของการร้อยไหม

ใครที่กำลังคิดจะไปร้อยไหม แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะส่งผลเสียระยะยาวอะไรรึเปล่า เราขอมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนเองค่ะ! ก่อนอื่นเลยต้องแจ้งให้ทุกคนทราบก่อนนะคะ ว่าจริงๆ แล้ว อย.ได้รับรองความปลอภัยจากการใช้ไหมละลายเพื่อวัตถุประสงค์ในการเย็บแผลเท่านั้น แต่ยังไม่รับรองการใช้เพื่อการกระชับผิวนะคะ เพราะฉะนั้นต้องศึกษาข้อมูลดีๆ ก่อนตัดสินใจทำนะคะ ผลกระทบระยะยาวของการร้อยไหมอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ใช้ไหมชนิดไม่ละลาย เช่น ไหมทองคำ มีสารแปลกปลอมในร่างกาย มีโอกาสที่จะเกิดฝ้า ในอนาคตแพทย์จะวินิจฉัยผิวหนังได้ยาก และโลหะอาจทำปฎิกิริยากับความร้อน เกิดปัญหาหน้าไหม้เมื่อใช้เครื่องมือบางชนิด เช่น เครื่อง MRI หรือเป็นปัญหาในการ X-ray ความไม่เชี่ยวชาญของแพทย์ เทคนิคการร้อยที่ผิดพลาด หากร้อยในชั้นที่ลึกเกินไป อาจโดนเส้นประสาททำให้หน้าเบี้ยว หรือโดนต่อมน้ำลายทำให้เกิดซีสต์ ร้อยตื้นไปก็อาจเกิดผังพืดได้ อุปกรณ์ไม่สะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาจทำให้เกิดหนองตามแนวไหม หรือเป็นฝี หลีกเลี่ยงผลกระทบอย่างไรได้บ้าง? เลือกร้อยไหมด้วยไหมละลาย เพราะสามารถละลายไปได้เอง ร่างกายไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้ลดโอกาสของการเกิดปัญหาแบบไหมโลหะหรือไหมทองคำได้ เลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงโอกาสการร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ผิดพลาด สังเกตอาการผิดปกติหลังร้อยไหม หากมีการเกิดผิวหนังบวมแดง หรือตุ่มแดงตามแนวที่ร้อยไหม หลังช่วง 1-2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ เพราะเป็นอาการที่อาจเกิดจากการแพ้ไหมละลาย ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง , Apex

ร้อยไหมมีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร?

ร้อยไหมมีกี่ประเภท

ปัญหาหน้าเหี่ยวหย่อนคล้อยนี่มันน่ากลัวจริงๆ แต่ยังโชคดีที่โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าการร้อยไหมอยู่ แต่ทุกคนเคยรู้กันรึเปล่าว่าไหมที่ใช้ร้อยหน้าเราเนี่ยมันมีกี่แบบ แล้วแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักประเภทของไหมละลายกัน! จริงๆ แล้วไหมมีกี่แบบกัน? ประเภทของส้นไหมที่ใช้ร้อยไหม สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ ไหมไม่ละลาย ทำจากพลาสติกหรือโลหะ ไม่สามารถละลายหายไปเองได้ เช่นไหมพลาสติกพอลิโพรไพลีน (Polypropylene) หรือ ไหมทองคำ (Gold Thread) แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เนื่องจากมีผลข้างเคียงหลายอย่าง และในกรณีของไหมทองคำก็มีราคาสูง อาจเกิดอาการแพ้ และหลังทำยังไม่สามารถทำเลเซอร์หรือทรีทเม้นท์ที่ต้องสัมผัสความร้อนได้ด้วย ไหมละลาย เป็นไหมที่ผลิตจากสารสังเคราะห์ ที่สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ วัสดุที่นิยมนำมาทำไหมละลายได้แก่ PDO (Polydioxanone) PCL (Polycaprolactone) PLLA (Polylactate) และ PGA (Polyglycolic Acid) ซึ่งเราสามารถแบกประเภทของไหมละลายออกมาอีกได้หลายชนิด ได้แก่ ไหมเรียบ (Mono threads) เป็นไหม PDO ลักษณะเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือเกลียว มักจะร้อยในชั้นตื้นๆ โดยหวังผลในการสร้างคอลลาเจนมากกว่า อาการบวมหลังจากการร้อยไหม ทำให้รู้สึกใบหน้าดูเต่งตึงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้วในปัจจุบัน เหมาะกับคนที่ไม่มีปัญหาหย่อนคล้อยแต่ผิวไม่กระชับ

หน้าเรียว ก็อยากมี ต้องรู้ว่ากรามใหญ่เกิดจากอะไรได้บ้าง

หน้าเรียว

ต้องบอกว่าหนึ่งในปัญหาที่หลายคนกังวลและต้องเพิ่งแอพถ่ายรูปมากที่สุด หนีไม่พ้นอยากมีหน้าเรียว หรือที่เรียกว่าวีเชฟ แต่ปัญหานั้นถ้าวิเคราะห์ที่โครงหน้าจริงๆ เลย มักจะมีปัญหาที่ช่วงกรามดูใหญ่ แต่กรามใหญ่ก็มีได้หลายสาเหตุ การที่จะลดกรามก็ต้องทำวิธีที่ตรงกับปัญหาอีกด้วย ไม่งั้นนอกจากจะเสียเวลาแล้วยังไม่ได้ผลอย่างที่หวัง ปัญหากรามใหญ่แบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลัก #กรามใหญ่ เพราะสรีระโครงหน้า ซึ่งเรื่องของสรีระนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติ อาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมที่โครงหน้าบรรพบุรุษเรามาโครงแบบนี้ ทำให้กระดูกขากรรไกรดูใหญ่ ซึ่งคนไทยเองก็มีลักษณะโครงหน้าแบบนี้อยู่เช่นกัน หรืออาจเกิดจากที่เมื่อโตขึ้นสรีระของกระดูกเปลี่ยนไป บางคนจึงดูกรามใหญ่ไม่สมส่วนกับโครงหน้าได้ ถ้าอยากให้หน้าดูเรียว เป็นวีไลน์ ต้องผ่าตัดกรามหรือเหลากรามเท่านั้น เพราะมันคือการเปลี่ยนรูปทรงให้ดูแคบและเรียวขึ้นแบบถาวร แต่ข้อจำกัดคือ หากทำแล้วไม่พอใจ อยากกลับไปแบบเดิมมันจะยากมากๆ หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย การทำโดยเลือกศัลยแพทย์ที่เข้าใจสรีระโครงสร้างใบหน้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน ส่วนราคาจะอยู่ราวๆ 40,000 – 80,000 บาท อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการตัดกรามแต่ละแบบ อ่านต่อ CLICK #กรามใหญ่ เพราะกล้ามเนื้อกรามมาก อันนี้เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์แต่ละคนล่ะ ซึ่งทุกคนล้วนมีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะกล้ามเนื้อทุกส่วนไม่ใช่แม้แต่โครงหน้าถ้าหากออกกำลังกายหรือขยับมากๆ มันก็จะกลายเป็นมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นมาได้ เหตุผลนี้ก็ใช้ได้กับกรามที่มีกล้ามเนื้อกรามมากได้เช่นกัน พฤติกรรมที่ว่ามานี้เช่น การเคี้ยวอาหารที่ต้องใช้แรงบดมากเป็นพิเศษ การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย หรือการขยับช่วงกราม ใช้งานหนักเป็นประจำ วิธีการแก้ไขหากต้องการมีหน้าเรียว ก็ต้องแก้ไขบริเวณกล้ามเนื้อโดยไม่ต้องผ่าตัดโครงหน้า อย่างการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อ แต่วิธีนี้ก็จะค่อยๆ เห็นผล