ออกกำลังกายที่บ้าน

คาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง เลือกเล่นอันไหนดี?

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการออกกำลังกาย อาจกำลังสับสนว่าจะต้องเลือกเล่นคาร์ดิโอ หรือเวทเทรนนิ่งดี การออกกำลังกาย 2 ชนิดนี้ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับใคร? มาค่ะเราสรุปไว้ให้แล้ว เมื่อดูจากตารางจะรู้ได้ว่าจริงๆแล้วการออกกำลังกายทั้งสองชนิดมีข้อดีแตกต่างกันออกไป ดังนั้นสำหรับใครที่อยากดูแลรูปร่างพร้อมกับมีสุขภาพที่แข็งแรงเราแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปเพื่อประโยชน์แบบสูงสุด คำแนะนำและข้อควรระวัง คาร์ดิโอ ไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง เพราะอาจะเกิดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพระหว่างเล่นได้ ทางที่ดีแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอประจำตัวก่อนจะดีที่สุด อีกทั้งคาร์ดิโอบางชนิดมีแรงกระแทกสูง อาทิ การวิ่ง กระโดดเชือก คนมีปัญหาข้อต่อ หลัง หรือหัวเข่าควรเลี่ยงเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ หากอยากออกกำลังกายชนิดนี้เราแนะนคาร์ดิโอที่มีแรงกระแทกต่ำ อย่างว่ายน้ำหรือขี่จักรยานน่าจะเหมาะกว่า เวทเทรนนิ่ง หลายคนมักเข้าใจผิดว่ายิ่งทำได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น แต่จริงๆแล้วอาจเสี่ยงการบาดเจ็บ เช่นกล้ามเนื้อฉีก เคล็ด กระดูกหักได้ ทางที่ดีเราแนะนำสำหรับใครที่เพิ่งเริ่มฝึกให้เน้นการทำท่าทางให้ถูกต้องก่อนจะดีที่สุด เพราะนอกจากจะลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถบริหารร่างกายได้ถูกส่วน หากทำจนชำนาญอาจเพิ่มน้ำหนัก หรือความถี่ได้

อยู่บ้านก็ผอมได้ 8 คลิป 8 ช่องน่าลองออกกำลังกายตาม

หนักอกหนักใจ ยังไม่เท่ากับน้ำหนักที่เพิ่ม!!! ไหนใครอยู่บ้าน หรือ Work at Home แล้วน้ำหนักขึ้นบ้าง ทำงานไป กินไป ช้อปไป รู้ตัวอีกทีก็ตราชั่งฟ้องว่า #พักก่อน พักกินและมาออกกำลังกายกันก่อน แต่เอ๊ะ!!! จะออกกำลังกายยังไงในเมื่อฟิตเนสปิด มาค่ะสะกดจิตตัวเองให้ลุกจากเตียง เดินออกจากโซฟา สละเวลา 30-60 นาที/วัน และทำตามคลิปเหล่านี้กัน ใครชอบแบบเรียกเหงื่อ สร้างกล้ามเนื้อ ยืดเส้น หรือ บาลานซ์ร่างกาย จิ้มคลิปข้างล่างได้เลย Beauty See First รวมช่องทาง และคลิปที่สามารถทำตามง่ายๆ ไว้ให้คุณแล้ว คาดิโอลดไขมัน เรียกเหงื่อ 25 นาที ด้วยอุปกรณ์รอบตัวถ้าอยากหุ่นแบบใครให้ออกกำลังกายตามคนนั้น ฉะนั้นใครมีสาวเบเบ้-ธันย์ชนก เป็นไอดอลให้ดูคลิปนี้ เป็นการคาดิโอแบบเรียกเหงื่อ ลดไขมัน 25 นาทีเน้นๆ เนื้อๆ ตั้งแต่วอร์มอัพ ไปจนถึงคลูดาวน์ ซึ่งทำแค่วันละ 1 ครั้งก็เท่ากับเผาผลาญได้มาก 300-400 แคลลอรี่ จุดเด่นคือ เบเบ้จะบอกท่าที่จะออกก่อนเริ่มทำเพื่อให้ทุกคนได้ทำทัน

ออกกำลังกายง่ายๆ 4 ท่า บนโซฟา ฉบับดู Netflix ก็ฟิตได้!

ลิสต์เรื่องที่อยากดูยาวกว่าคิวต่อชานมไข่มุกแก้วโปรดล่ะ!!! เราจึงใช้เวลาทิ้งตัวกับโซฟาตลอดวันเพื่อดูซีรีส์เรื่องโปรด ถ้างั้นต้องแปรงร่างโซฟาให้กลายเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายไปด้วยเลยดีกว่า กับ 4 ท่าบริหารช่วงขาและหน้าท้อง รับรองว่าฟินได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุดแน่นอน! ดูด้วยฟิตด้วย ทำได้ถ้าใจพร้อม!!!! ยกขาพร้อมกัน ขึ้น-ลง (Leg raises) นั่งโซฟาแบบครึ่งก้น เหยียดขาทั้ง 2 ข้างไปด้านหน้า ชิดกัน ให้รู้สึกเกร็งบริเวณหน้าท้องและต้นขา จากนั้นยกขึ้นและลงสลับกันไป โดยที่เกร็งหน้าท้องไว้ตลอดเวลา ทำ 20 ครั้ง แล้วกลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้น เหยียดขาเตะสลับขึ้นลง (Flutter kicks) นั่งโซฟาแบบครึ่งก้น เหยียดขา ขาทั้ง 2 ข้างไปด้านหน้า ให้รู้สึกเกร็งบริเวณหน้าท้องและต้นขา จากนั้นเตะสลับขึ้นลงไปมา โดยให้ขาเหยียดตรงตลอด ทำ 20 ครั้ง แล้วกลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้น เหยียดขาไขว้สลับไปมา (Scissors) นั่งโซฟาแบบครึ่งก้น เหยียดขา ขาทั้ง 2 ข้างไปด้านหน้า ให้รู้สึกเกร็งบริเวณหน้าท้องและต้นขา จากนั้นแยกขาออกเล็กน้อย เตะสลับไขว้กันไปมา คล้ายการขยับของกรรไกร ทำ 20 ครั้ง แล้วกลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้น

ออกกำลังกายตอนเช้า หรือ เย็น เวลาไหนดีกว่ากัน

ขึ้นต้นว่าออกกำลังกายไม่ว่าจะเช้า หรือ เย็น ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีว่าไหมคะ เพียงแต่ละช่วงเวลานั้นมีข้อดี และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราเลยเอาใจสายสปอร์ต หรือ หนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นออกกำลังกาย ด้วยการเทียบความต่างของการออกกำลังกายตอนเช้าและตอนเย็น พร้อมสรุปข้อดี ข้อเสีย และผลลัพธ์ มาให้ได้ลองศึกษากัน ต้องบอกว่าปัจจุบันมีหลากหลายทฤษฎีที่ออกมาถกเถียงกันเรื่องของเวลา ว่า เช้า สาย บ่าย เย็น ควรออกกำลังกายช่วงไหนถึงดีกว่ากัน เอาจริงแล้วการออกกำลังจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เวลาเป็นเพียงตัวแปรเล็กๆ เท่านั้น ใจความสำคัญของการออกกำลังกายอยู่ที่ความสม่ำเสมอต่างหาก เพราะไม่ว่าช่วงเวลาไหน การออกกำลังกายก็มีประโยชน์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากโรค เพียงแต่ละช่วงเวลานั้นให้ประโยชน์ในแต่ละด้านที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้ ออกกำลังกายในตอนเช้า ดีอย่างไร?1.วางแพลน กำหนดเวลา ทำกิจวัตรอื่นๆ ต่อได้ง่ายคุณอาจจะต้องตื่นไวขึ้น เพื่อมาออกกำลังกาย จะช่วยสร้างวินัยให้ตัวเอง และทำให้ในหนึ่งวันคุณสามารถทำอะไรได้เยอะขึ้น โดยไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่ง หรือ กังวลระหว่างวันอีกด้วย 2.เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการเผาผลาญระหว่างวันเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการเผาผลาญพลังงาน ช่วยในการดึงไขมันสะสมระหว่างวันมาใช้ได้มากขึ้น ทำให้ช่วงเวลานี้เหมาะกับคนที่ควบคุมน้ำหนัก  หรือลดน้ำหนัก เนื่องจากเราพบว่าการออกกำลังกายตอนเช้าส่งผลในเรื่องของฮอร์โมนที่ร่างกายสร้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับ biological clock ในสมอง ในการสร้างฮอร์โมน

ชวนเลือกวิธีออกกำลังกายตามรูปร่าง หุ่นสวย สุขภาพดี เห็นผลไว

เพราะแต่ละคนมีรูปร่าง และต้องการผลลัพธ์จากการออกกำลังกายที่ไม่เหมือนกัน หุ่นกระบอก แต่อยากเอวคอด ดันไปออกกำลังกายช่วงไหล่ ก็ไม่เกิดผล หรือหุ่นลูกแพร สะโพกใหญ่ แต่ไปโฟกัสที่แขนเมื่อไหร่จะลง วันนี้แอดพาเพื่อนๆ มาทำความเข้าใจถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละรูปร่าง มีหุ่นแบบนี้ ต้องออกกำลังกายแบบไหนถึงลง ทรงลูกแพร ช่วงล่างใหญ่ ไขมันสะสมที่เอว สะโพก ต้นขา ให้เลือกออกกำลังกายทั้งคาดิโอ และเวท อย่างสม่ำเสมอออกกำลังกาย : ปั่นจักรยาน วิ่ง กระโดดเชือก หรือ ออกกำลังกายด้วยท่ายืน ถ้าอยากกระชับให้เริ่มที่เวทก่อน แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักให้เริ่มที่คาดิโอก่อน พยายามโฟกัสให้ถูกจุดที่จะลดลดตรงไหน : กระชับสะโพก และต้นขา ทรงแอปเปิ้ล : โครงร่างใหญ่ ไหล่ใหญ่กว่าสะโพก หน้าท้องกลม มีไขมันที่หน้าท้องมากเป็นพิเศษออกกำลังกาย : คาดิโอ เต้นแอโรบิค หรือท่าที่ได้ใช้ช่วงบน และหน้าท้อง อย่างซิตอัพ เน้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญแครอรี่ที่สะสมอยู่ในร่างกายลดตรงไหน : ต้นแขน หัวไหล่ และหน้าท้อง ทรงกระบอก : ลำตัวตรง ไม่มีส่วนโค้ง

เปิดยูทูปปั้นซิกแพคร่อง 11 จะอยู่บ้านหรือคอนโดก็ฝึกได้

ซิกแพคร่อง 11

ซิกแพคร่อง11

ออกกำลังกายสาวออฟฟิศ ถึงก้นติดเก้าอี้ ก็บริหารได้ทุกส่วน

ไม่ค่อยได้ลุกไปไหน จนเส้นยืดไปหมดทั้งตัว ลองออกกำลังกายง่ายๆ ด้วย 6 ท่า ช่วยบริหารได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะหน้าท้อง หลัง คอ บ่า ไหล่ ไล่ลงมาถึงขา แค่ 5 นาที ก็เหมือนชาร์ตพลังได้ทั้งวัน 1.ท่าพื้นฐาน = ได้หน้าท้องนั่งแขม่วท้องยืดหลังตรง 2.ท่าหงายหลัง = ได้หลังยืดหน้าให้เต็มที่ ก้มหน้าไปด้านหน้า 3.ท่าก้มดูพุง = ได้คอถึงหลังก้มหลังให้ได้มากที่สุด พร้อมก้มหน้ามองท้อง 4.ท่าก้มศีรษะ = ได้คอ หลัง และหน้าท้องกอดอก กางขาออก พร้อมก้มศีรษะลง 5.ท่ายืดหลัง = ได้อกและหลังยืดหลังขึ้นช้าๆ หายใจเข้าลึกๆ ให้อกขยาย 6.ท่างอและยืดข้อเท้า = ได้ช่วงขาทั้งหมดยกขาทั้งสองขึ้นเล็กน้อย งอและยืดข้อเท้า

ขนมหวานจานโปรด กินแล้วต้องเบิร์นด้วยการขึ้นบันไดกี่ก้าว

ใครๆ ก็บอกว่ากินขนมหวานแล้วอารมณ์ดี เพราะเหมือนเป็นการเติมน้ำตาลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี่กระเปร่า แต่การทานมากไปน้ำตาลอาจจะเกินความต้องการของร่างกายจนเผาผลาญไม่หมดและเป็นที่มาของน้ำหนักขึ้นได้นะทุกคน เราเลยมาลิสต์แคลอรี่ของขนมหวานขวัญใจมหาชนดูสิว่า ถ้าทานเท่าปริมาณที่เรากำหนดจะโดนไปกี่แคล ทั้งนี้ปริมาณแคลอรี่เป็นแค่ค่ากลางโดยเฉลี่ยตามส่วนผสมหลักเท่านั้น และเมื่ออยากจะเบิร์นออกเทียบเท่ากับการเดินขึ้นบันไดกี่ก้าว โดนัทเคลือบน้ำตาล (190 kcal ต่อชิ้น เท่ากับต้องเผาผลาญโดยวิธีเดินขึ้นบันได 150 ก้าว) ยิ่งมีโปรซื้อกล่องแถมอีกหนึ่งกล่อง ยิ่งต้องโดน! แต่ในโดนัทหนึ่งชิ้นจะประกอบด้วยเนย แป้ง และน้ำตาลเป็นหลัก จึงกลายเป็นหนึ่งในขนมหวานที่คนลดน้ำหนักหวาดกลัว ถึงแม้ว่าหน้าตามันจะน่ารักมีรูตรงกลางก็ตาม และสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้กังวลเรื่องน้ำหนัก เราแนะนำให้ทานเป็นมื้อเช้าหรือมื้อเที่ยงได้ เพื่อให้สามารถเผาผลาญระหว่างวัน ฮันนี่ โทสต์ ( 800 Kcal ขึ้นไปต่อจาน เท่ากับต้องเผาผลาญโดยวิธีเดินขึ้นบันได 648 ก้าว)ขนมหวานที่รักมาก กินได้ไม่หยุด แถมยังทำยอดขายให้แบรนด์ต่างๆ ได้ยาวๆ เลยจ๊ะแม่ ซึ่งฮันนี่ โทสต์แค่มองด้วยตาเปล่าก็เห็นขนมปังทั้งก้อนวางอยู่ตรงหน้า ยังไม่รวมเนยที่อาบและแอบซ่อนตัวอยู่ตามชั้นขนมปัง พอบวกกับท็อปปิ้งอย่าง ไอศกรีม และผลไม้ แคลอรี่ก็ดันไม่น่ารักเหมือนหน้าตาขนม เพราะฉะนั้นหนึ่งจานก็ทานกันหลายๆ คน จะช่วยเฉลี่ยแคลอรี่กันไปแหละเนอะตัวเอง และอีกอย่างที่สำคัญมากการเลือกไอศกรีมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเพิ่มแคลอรี่ได้เช่นกัน จึงอาจทำให้แคลอรี่สูงถึง 1000 กว่าแคล แพนเค้กญี่ปุ่น (143 kcal

แอโรบิกส์ vs โยคะ ควรเลือกแบบไหนออกกำลังกายช่วงอยู่บ้านดีนะ

หนึ่งในการกิจกรรมยอดฮิตของสาวไทยเพื่อเสริมสร้างสุขภาพเห็นจะเป็นแอโรบิกส์ และโยคะ แถมยังสามารถฝึกได้เองที่บ้าน โดยไม่ต้องยุ่งยากเรื่องอุปกรณ์ แค่เปิดคลิปแล้วทำตามโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ ได้ แต่แบบไหนจะเหมาะกับเราไปดูความต่างความเหมือนระหว่างแอโรบิกส์ และโยคะกัน ต้นกำเนิดเราต่างกัน แอโรบิกส์ ถือกำเนิดและถูกขนานนามตั้งแต่ปี 1968 โดยนายแพทย์ เคนเน็ธ คูเปอร์ ของสหรัฐอเมริกา และได้ให้ความหมายของคำว่า แอโรบิกส์ว่า เป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและปอดในการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นจึงมีการปรับให้ทันสมัยโดยการทำให้เข้ากับจังหวะดนตรี จนเป็นการเต้นแอโรบิกจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แอโรบิกส์ยังเผยแพร่ผ่านทางหนังสือเล่มต่างๆ จึงขึ้นแท่นวิธีการออกกำลังกายที่นิยมมากในอเมริกา ก่อนจะเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก โยคะ ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศอินเดียสมัยโบราณนานกว่าหลายพันปี และความรู้ด้านโยคะก็ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นวัฒนธรรม ในวงการโยคะจะรู้จักบุคคลสำคัญที่ปรับปรุงการฝึกโยคะขั้นพื้นฐานคือ ปตัญชลี นักปราชญ์ชาวฮินดู ซึ่งตามหลักการเราจะฝึกท่าโยคะโดยการค้างท่านั้นๆ ไว้ระยะหนึ่ง ปัจจุบันท่าโยคะเองมีมากมาย แต่ยังคงมีเอกลักษณ์การฝึกที่ชัดเจน รวมถึงถูกเผยแพร่การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ไปทั่วโลก ไม่ได้มีเพียงแค่ในอินเดียเท่านั้น ผลลัพธ์การออกกำลังกายที่ต่างกัน แอโรบิกส์ ด้วยลักษณะการออกกำลังกายที่ต้องออกท่าทางตามจังหวะเพลง จึงเน้นเรื่องการสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และยังทำให้เลือดสูบฉีดได้ดีจากจังหวะการเต้นที่สลับไปมาตั้งแต่การวอร์มร่างกาย ซึ่งเราจะหายใจช้า จนไปถึงท่าเต้นที่เร่งจังหวะการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น แล้วกลับมาท่าวอร์ม พร้อมค่อยๆ ผ่อนการหายใจลง แต่ยังคงความสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นการเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วย โยคะ หนึ่งในการออกกำลังกายที่เรียกเหงื่อแบบซึมๆ ได้ดีมาก เพราะเราต้องใช้พละกำลังในการทรงตัวให้อยู่ในท่าที่สมดุล จึงทำให้กล้ามเนื้อได้ยืดตัว และผ่อนคลาย หากฝึกเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น