ฺBEAUTY TIPS

Hyaluronic acid (ไฮยาลูโรนิค แอซิด) คืออะไร มีประโยชน์ช่วยผิวอย่างไรได้บ้าง?

Hyaluronic acid คืออะไร

เชื่อว่าตอนนี้น่าจะไม่มีใคร ไม่คุ้นชื่อส่วนผสมยอดฮิตตัวนี้แล้วใช่ไหมล่ะคะ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เคลมว่ามีส่วนผสมจาก Hyaluronic acid (ไฮยาลูโรนิค แอซิด) กันทั้งนั้น ว่าแต่ว่า เจ้าส่วนผสมตัวนี้มันมีดีอะไรกันนะ ที่สามารถช่วยบำรุงผิวของเราจนใครๆ ก็พากันให้ความสนใจ วันนี้เราจะมาสรุปให้ฟังกันค่ะ! ช่วยอะไรผิวได้บ้าง? ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เติมความชุ่มชื่น ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน กระชับผิว ลดริ้วรอย สมานแผลได้เร็ว ช่วยกรองรังสี UV ปกป้องผิวจากมลภาวะ ต้านอนุมูลอิสระ Hyaluronic acid (ไฮยาลูโรนิค แอซิด) ตัวช่วยคืนความชุ่มชื่นและลดริ้วรอย Hyaluronic acid (ไฮยาลูโรนิค แอซิด) คือ สารประกอบ ที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้เองตามธรรมชาติ มีหน้าที่สำคัญในการกักเก็บความชุ่มชื่นของผิว และยังช่วยพยุงโครงสร้างของผิวด้วย แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นปริมาณไฮยาลูโรนิค แอซิด ก็จะค่อยๆ ลดลง จึงเป็นสาเหตุของผิวแห้งกร้าน หลุดลอกเป็นขุย และยังไม่มีตัวพยุงโครงสร้างผิว ทำให้หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยได้ พ.ญ. ขวัญจิรา วงศ์เกียรติขจร หรือ คุณหมออุ๋ม แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสาร

ผิวแพ้ง่าย VS ผิวระคายเคือง เข้าใจผิดมาตั้งนาน นึกว่าเหมือนกันซะอีก?!

แพ้ง่ายและระคายเคือง เป็น 2 คำที่มักจะปรากฏอยู่ด้วยกันเสมอ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แต่แท้จริงแล้ว การมีผิวแพ้ง่าย กับ ผิวระคายเคือง ถึงจะคล้ายแต่ก็มีความแตกต่างอยู่ ซึ่งการระบุความแตกต่างของผิวทั้ง 2 ชนิดได้ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับอาการต่าง ๆ รวมถึงป้องกันผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนอื่นเราอย่างให้สาวๆ ทำความเข้าใจก่อนว่า ผิวหนังของแต่ละคนนั้นย่อมมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะในเชิงของโครงสร้างชั้นผิวที่มีความแข็งแรงไม่เท่ากัน กิจกรรมหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน ทั้งหมดล้วนส่งผลทำให้ผิวมีปฏิกิริยาต่อสารหรือปัจจัยที่มากระทบแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการแพ้หรือการระคายเคืองที่เกิดขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกับผิว จึงไม่ใช่สิ่งที่สังเกตเอาจากคนรอบข้างอย่างเดียวได้ แต่ต้องทำความเข้าใจและทดสอบด้วยตนเอง ที่มาของของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง ผิวแพ้ง่าย เกิดจากอาการแพ้ (Allergic Reaction / Allergy) ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ เป็นสิ่งที่ติดตัวแต่ละคนมาตั้งแต่เกิด เรียกว่าเป็นหนึ่งในประเภทผิวก็ได้ เช่น บางคนผิวมัน บางคนผิวแห้ง และก็คือคนบางส่วนที่มีลักษณะผิวแพ้ง่าย ซึ่งสำหรับคนที่มีสภาพผิวในกลุ่มนี้จะไวต่อการถูกกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าสภาพผิวชนิดอื่นๆ และมีความจำเพาะที่ต่างกันไปในแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น นางสาว A มีอาการแพ้ต่อสารชนิด C ในขณะที่นางสาว B มารถใช้สาร C ได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งคนที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายจะมีสภาพผิวนี้ติดตัวไปตลอดชีวิตไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้ ผิวระคายเคือง เกิดจากอาการระคายเคืองผิว (Sensitizing

7 ลอนสวยไม่ง้อร้าน กับ 7 Blogger คนดัง ทำตามได้! ง่ายกว่าที่คิด

ถึงร้านทำผมจะเปิดแล้ว แต่เรารู้ว่าหลายคนก็ยังลังเล กล้า ๆ กลัว ๆ ไปดีไม่ไปดี อยากเซ็ตทรง ทำลอนให้สวยสมใจหลังจากที่เฉาอยู่บ้านมานาน แต่ก็ยังแอบกลัวโควิดอยู่นิดหน่อย ไม่เป็นไรค่ะ เพราะสาว ๆ สามารถทำผมลอนเองได้อย่างง่ายดายไม่ต้องรอช่าง ด้วยเครื่องม้วนผมสารพัดแบบ ที่เนรมิตรลอนสวยได้หลากหลายสไตล์เพราะวันนี้ Beauty See First ได้รวมรวบคลิปสอนทำลอนผมแบบเด็ด ๆ จาก 7 Bloggers คนดัง มาไว้ให้แล้ว เครื่องม้วนตัวดัง ไม่ได้ใช้ยากอย่างที่คิด! สวยเก๋สมราคา เพราะเป็นได้ทั้งไดร์และที่ม้วนผม vvalentines 135K subscribers เริ่มกันเครื่องม้วนลอนแบบแท่งแกนหมุน (Rotating Curling Iron) สำหรับยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ Dyson แบรนด์หรูตัวดังที่มีออกมาทั้งไดร์เป่าผม ที่หนีบผม และที่ม้วนผม ขอบอกเลยว่าเจ้าตัว AIRWRAP ตัวนี้มีดีสมราคานะคะ เพราะนอกจากจะใช้เป็นไดร์เป่าผมได้แล้ว ยังสามารถแปรงร่างมาเป็นเครื่องม้วนผมได้ด้วย ซึ่งคุณ vvalentines ก็ได้มาสาธิตวิธีการใช้เจ้าตัวนี้ให้ดูแบบทุกขั้นทุกตอน ทั้งตอนไดร์และตอนม้วน พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ

รวม “ชา” ยอดฮิต ดื่มแก้วไหนช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทยคงหนีไม่พ้นชาประเภทต่าง ๆ ที่มักจะถูกเลือกมาเป็นเครื่องดื่มในแต่ละช่วงวันแตกต่างกันไป บางคนชอบดื่มชาร้อนตอนเช้า ดื่มแบบเย็นในตอนบ่าย แต่รู้กันรึเปล่าคะ ว่าชาแต่ละชนิดนั้นนอกจากความอร่อย และความสดชื่นแล้ว ชายังมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นวันนี้ Beauty See First จึงได้รวบรวมสารพัดเมนูชายอดฮิต มาให้สาว ๆ ได้ลองเช็คกันดู ว่าใครชอบดื่มแก้วไหน จะช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง! ชาเขียว (Green Tea) มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักและการอักเสบ หนึ่งในเมนูอันดับต้นๆของสายสุขภาพ ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยถ้าเป็นชาเขียวของจีนจะให้กลิ่นสดชื่น เจือกลิ่นคล้ายถั่วปนอยู่เล็กน้อย ในขณะที่ชาเขียวญี่ปุ่นจะให้กลิ่นลุ่มลึก อาจเจือกลิ่นคล้ายสาหร่าย หลายคนอาจจะเคยได้ยินคุณสมบัติเรื่องช่วยลดน้ำหนักของชาเขียวผ่านหูมาบ้าง แต่อาจยังไม่รู้ว่า ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส นอกจากนี้ในใบชาเขียวยังมีสาร epigallocatechin gallate (EGCG) อยู่ จึงทำให้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการขับสารพิษในร่างกาย ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย จนมีสุภาษิตจีนโบราณที่กล่าวไว้ว่า “ขาดอาหารสามวันยังดีเสียกว่า ขาดชาเพียงวันเดียว” ชาดำ (Black Tea) ลดการสึกกร่อนของฟัน เพิ่มความสดชื่น  น่าจะเรียกว่าเป็นเมนูชาที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานมาก ๆ โดยชาดำเป็นชาประเภทที่ผ่านมาหมักบ่ม โดย ยิ่งบ่มนานก็ยิ่งได้รสชาติที่ดี

รูขุมขนกว้าง ปัญหาพาปวดหัวแต่แก้ได้ถ้าทำตามนี้ พร้อมไอเท็มแนะนำ

นอกเหนือผิวเป็นสิวจะติดท๊อปด้านปัญหาผิวของคนไทยส่วนใหญ่แล้ว การมีรูขุมขนกว้างก็ท๊อปฟอร์มเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้นขนาดรูขุมขนก็เหมือนจะเพิ่มไปตามวัย เรียกได้ว่า ยิ่งแก่ยิ่งกว้าง! สาเหตุก็เพราะประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวมันลดลง บวกกับการขาดการดูแลขั้นพื้นฐานก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมผิวเข้าไปอีก ซึ่งก็จะทำให้ผิวไม่สมดุลจนส่งผลต่อไปที่ปัญหาผิวไม่กระชับ มีน้ำมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว และใช่ค่ะ!ทั้งหมดนี้ก็เป็นเหตุให้รูขุมขนก็กว้างขึ้นนั่นเอง เราจึงพามาขจัดปัญหาปวดหัวนี้ ด้วยการลดรูขุมขนให้เล็กลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดูแลผิวไม่ถูกต้อง เพิ่มการดูแลผิวด้วยการสครับผิวสัปดาห์ละครั้ง หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการสครับผิวหน้ามันทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองง่าย และรูขุนขนอาจจะกว้างไปอีก บอกเลยว่าจริง! แต่นั่นหมายถึงการที่สาวๆ ทำมันมากเกินไป ใช้สครับที่มีเม็ดบีตส์ไม่ละเอียดจึงบาดผิวได้ง่าย รวมถึงการใช้เวลานานในการสครับอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากสาวๆ ทำตรงข้ามกับพฤติกรรมที่เราเอ่ยมา โดยการสครับสัปดาห์ละครั้ง, เลือกสครับที่มีเม็ดละเอียด วิธีก็คือนวดวนๆ เบาๆ ทั่วผิวโดยใช้ควรใช้เวลาสครับไม่เกิน 2-3 นาที เพื่อลดการระคายเคืองหรือเกิดรอยแดง การสครับจะเป็นการช่วยให้รูขุนขมกระชับขึ้น เนื่องจากไม่มีการทับถมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว การฟื้นฟูผิวใหม่จึงมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดการอุดตันรูขุมขนนั่นเอง มองหาตัวบำรุงที่มีเรตินอยด์ ซึ่งเรตินอยด์คือ สารที่อยู่ในกลุ่มเบต้าแคโรทีนที่พบตามธรรมชาติ หรืออาจจะรู้จักในชื่อเรตินอล (วิตามินเอ) เป็นสารยอดนิยมในสกินแคร์ ช่วยในการเสริมการผลัดเซลล์ผิว ให้รูขุนขนกระชับขึ้น แต่ไม่ควรใช้เรตินอยด์ควบคู่กับวิตามินซี เพราะทั้งสองชนิดทำงานในค่าผิวที่มี pH ไม่เท่ากัน จึงเป็นการลดประสิทธิภาพเมื่อใช้คู่กันโดยอาจไม่เกิดผลใดๆ และถ้าหากช่วงไหนต้องใช้เรตินอยด์ครีม ก็ควรจะงดการสครับผิวหน้า เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองหรือแห้งเกินไป อาจจะใช้วิธีการมาสก์หน้าเพิ่มความชุ่มชื้น หรือใช้เรตินอยด์กับครีมที่มีส่วนผสมของไฮยารูรอนิก แอซิด เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้เช่นกัน