เขียนคิ้ว

เขียนคิ้ว ปรับรูปหน้าได้ ตามเช็คสิว่า คิ้วคุณพี่ทรงไหนคะ

เขียนคิ้ว

ใครจะรู้ว่าการแต่งหน้าก็ช่วยพรางจุดบางอย่างให้เราได้ อย่างการเขียนคิ้วตามรูปหน้า มีส่วนช่วยดึงจุดคนมองเช่นกัน ว่าแต่รูปหน้าแบบนี้จะเขียนทรงไหน และแต่ละทรงเรียกว่าอะไร มาอ่านฉบับย่อยง่ายด้านล่างนี้เลย คิ้วตรง ลักษณะ: รู้จักกันดีในทรงคิ้วแบบเกาหลี ซึ่งช่วงฐานจะแบน และคิ้วช่วงบนจะโค้งลงตรงหางคิ้ว เหมาะกับ: รูปหน้ายาว ช่วยให้ใบหน้าดูไม่มีมุมจุดที่สูงไปจากรูปหน้าเดิม และเลี่ยงไม่ให้ใบหน้าดูกลมเกินไป คิ้วทรงนี้จึงตอบโจทย์ที่สุด คิ้วโก่งสูง ลักษณะ: ช่วงฐานไล่ขึ้นให้เป็นมุมแหลมสูงบรรจบตั้งแต่กลางคิ้วถึงหางคิ้ว เหมาะกับ: รูปหน้ากลม และรูปหน้าเพชร เพื่อให้ความโก่งช่วยทำให้หน้าช่วงแก้มไม่ดูกลมมนไปกว่าเดิม ช่วงโก่งของเส้นคิ้วจะทำให้หน้าดูมีเหลี่ยม ทำให้หน้าผากดูยาว และกว้างขึ้นได้จ้า คิ้วโก่งเล็กน้อย ลักษณะ: ฐานจะค่อนข้างแบน แต่มีมุมสูงเล็กน้อยช่วงเกือบหางคิ้ว เหมาะกับ: รูปหน้ากลม และรูปหน้าเหลี่ยม อย่างที่บอกว่าความโก่งช่วงหางคิ้วจะช่วยให้เราดูมีมิติของใบหน้าเพิ่มขึ้น คิ้วโค้ง ลักษณะ: ทรงจะโค้งมน ไม่มีมุมแหลม และเส้นหนาไปจนเกือบหางคิ้ว เหมาะกับ: รูปหน้าเหลี่ยม ด้วยความโค้งมนของคิ้วก็จะช่วยเสริมให้ใบหน้าของเราที่มีโหนกมุมเหลี่ยม ดูซอฟต์และละมุนมากขึ้น คิ้วยกสูง ลักษณะ: ฐานแบนคล้ายทรงตรงแต่หางดูตรงเชิดกว่า เหมาะกับ: รูปหน้าเหลี่ยม คิ้วจะช่วยหลอกตาคนมองให้เราดูมีใบหน้ามนขึ้น คือพยายามอย่าเขียนให้มีมุมแหลมมากไป ส่วนคนรูปหน้าไข่ จะเหมาะกับทุกทรงคิ้วเลยล่ะ สามารถที่จะเพิ่มมุมแหลมให้คิ้วตามแบบทรงคิ้วโก่งต่างๆ หรือจะให้ดูมนแค่ไหน ก็ตามทรงคิ้วเดิมของเราได้เลยจ้า

คิ้วไม่ปลิง! ก็ต้องเลือกที่เขียนคิ้วให้ถูก ใช้ให้เป็น

มงกุฎของหน้าจะสวยได้ก็ต้องพึ่งอุปกรณ์กันหน่อย ก็ไม่ใช่ชิ้นไหนที่หายาก แต่เป็นที่เขียนคิ้วนี่แหละ! แต่นอกจากการเขียนให้ได้รูปทรงสวยแล้ว การเลือกประเภทที่เขียนคิ้วก็เป็นหนึ่งในเทคนิคที่เพิ่มการเขียนให้เป๊ะได้ทรงอย่างที่ต้องการ ไปดูว่ามีประเภทไหนกันบ้าง แบบหัวตัด/หัวกลมประเภทนี้จะมีทั้งแบบหมุน และแบบเหลา ปลายหัวดินสอก็มีทั้งแบบกลม หัวตัด หรือปลายแหลมเหมือนหัวดินสอ แต่จะมาในเนื้อกึ่งครีมเกือบทุกแบรนด์ และจะเลือกใช้แท่งไหน ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของสาวๆ ว่าชอบเส้นเล็กหรือเส้นหนาเหมาะกับเขียนแบบไหน: ใช้ได้ทั้งคนที่มีคิ้วหนาคิ้วบาง เพื่อวางโครงคิ้วได้เป๊ะขึ้น คล้ายกับการวาดรูปที่ต้องพึ่งดินสอ และยังช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับเส้นคิ้ว คนที่มือใหม่หัดเขียนคิ้วก็ใช้ได้ แบบพู่กันภายนอกจะดูเหมือนอายไลเนอร์ไม่มีผิด เป็นลักษณะแท่งดินสอหัวปลายพู่กัน และเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อฟิล์ม มีความเงาๆ มักจะทนน้ำทนเหงื่อสุดๆ และควรจะเขย่าก่อนใช้ หัวแปรงมีตั้งแต่หัวเล็กไปจนถึงหัวใหญ่ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนเหมาะกับเขียนแบบไหน: ต้องการเขียนหางคิ้วให้คมเป๊ะ และหากใครที่อาจจะเส้นคิ้วไม่เต็ม มีแหว่งบางจุด สามารถใช้ตัวนี้เขียนเส้นคิ้วเพิ่มขึ้นมาใหม่ได้ จะให้มีเส้นขนช่วงหัวคิ้วตรงขึ้น แล้วค่อยๆ เขียนไล่ทีละเส้นไปตามรูปคิ้วก็ทำได้! แถมยังดูเป็นธรรมชาติ อยากให้เรียงแบบไหน หนายังไง เขียนเองได้เลย แต่คนที่เพิ่งเริ่มเขียนคิ้วอาจจะใช้ไม่ค่อยถนัดสักเท่าไร แบบฝุ่นมักจะมาในรูปแบบตลับที่มีหลายสี และควรใช้ควบคู่กับแปรงแต่งคิ้ว ค่อนข้างจะใช้ได้นาน หรืออาจมาในแพ็คเกจแบบแท่งมีหัวฟองน้ำ ซึ่งทั้งสองแบบมักจะมีสีให้เลือกหลากหลายมากกว่าที่เขียนคิ้วประเภทอื่นๆเหมาะกับเขียนแบบไหน: ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อแป้ง (powder) จึงมีความซอฟต์ เหมาะกับใช้ร่วมกับแบบอื่น เช่น หลังจากเขียนโครงคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้วแล้ว สามารถใช้แบบฝุ่นเติมเต็มตามช่องว่างคิ้วให้ดูฟุ้งเป็นธรรมชาติ และยังเป็นตัวเสริมให้เฉดสีคิ้วเข้ากับสีผม แบบหัวมาสคาร่าอีกหนึ่งชนิดยอดฮิต ใช้ได้ทั้งมือใหม่และมือโปร

ประวัติศาสตร์งานคิ้วทรงไหนเคยฮิตจนมาถึงปี 2020

คิ้วคือหนึ่งส่วนของใบหน้าที่เรียกว่า พลิกอารมณ์ของเราและคนมองได้เช่นกัน จึงเป็นส่วนสำคัญในการแต่งหน้า โดยยุคก่อนๆ นักแสดงหญิงนอกจากจะปรับลุคการแต่งตัว คิ้วก็กลายเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ที่สื่อถึงบุคลิกของสาวยุคนั้นได้ดี งั้นตามไปดูกันว่าหากย้อนเวลากลับไปในแต่ละทศวรรษเริ่มตั้งแต่ช่วงยุค 20 พัฒนาการทรงคิ้วกว่าจะมาถึงทุกวันนี้มันเป็นอย่างไร ปี 1920s ถือเป็นช่วงท้ายๆ ของยุคภาพยนตร์เงียบ (ไม่มีเสียงคนพูด) และนักแสดงหญิงที่โด่งดังชื่อ Clara Bow จะเน้นการเขียนคิ้วเพื่อสื่ออารมณ์แทนการพูด มีลักษณะโค้งมน แบบบางเฉียบ เรียกว่าถอนเกือบหมดและเขียนขึ้นใหม่ก็ว่าได้ จึงใช้การแต่งหน้าเป็นทริคนึงในการสื่ออารมณ์ของนักแสดงนั่นเอง และผู้หญิงสมัยนั้นจึงเขียนคิ้วแบบตั้งใจให้คิ้วเป็นจุดที่เห็นชัดสุดบนใบหน้าเหมือนกับดาราหนัง ปี 1930sให้เรานึกถึงเวลาพิมพ์งานแล้วอยากเพิ่มความเด่นให้เห็นชัดขึ้นโดยการเลือกคำสั่ง bold คิ้วในยุคนี้ก็เช่นกัน โดยตัวอย่างของคนดังยุคนั้นที่โดดเด่นคือ Billie Holiday นักร้องเพลงแจ๊สที่เขียนคิ้วหนาเด่นชัด และยังโค้งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงลากเส้นคิ้วยาว ปี 1940sยุคนี้คิ้วบางหายไป แต่ใกล้ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปรับให้มีความโค้งโก่งรับกับสันจมูกเพื่อหน้าที่ดูคมเป๊ะ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนักแสดงสาวฮอลลีวูด อย่าง Joan Crawford ที่เขียนคิ้วให้ดูหนาชัดขึ้น โดยเด่นที่ลักษณะการเขียนให้โก่งขึ้น ช่วงต้นคิ้วมีความหนาตามรูปคิ้ว ปี 1950sเป็นยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ว่าคิ้วจะดูมีมุมเหลี่ยมขึ้น และคงความหนาที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่จะมีจุดสูงที่สุดเพื่อช่วยให้ใบหน้าดูเด่นมีมิติ คือช่วงเกือบปลายหางคิ้วก่อนจะเขียนหางตวัดลง และบอกเลยว่ายุคนี้มีแต่คนดังระดับข้ามศตวรรษ เพราะเป็นยุคที่นักแสดงหญิงฮอลลีวูดเฟื่องฟูยุคหนึ่ง ทำให้นักแสดงมีอิทธิพลต่อการแต่งหน้าแต่งตัวของผู้หญิงอย่างมาก อย่าง Marilyn Monroe