เมนูอาหาร

เมนูกัญชาในรูปแบบอาหารจากร้านดัง สั่งออนไลน์ได้ มากินกัญเถอะ!

เมนูกัญชา เรียกได้ว่าเป็นการเปิดมิติใหม่ของวงการอาหารเลย หลังจากที่ “กัญชา” ถูกปลดล็อกให้สามารถนำส่วนใบ ราก และลำต้นของต้นกัญชามาใช้ประโยชน์อย่างถูกกฏหมายได้ กระแสเมนูกัญชาจึงได้เริ่มต้นและมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เหล่าร้านอาหารชื่อดังต่างก็คิดค้นเมนูผสมใบกัญชาออกมาเสิร์ฟชวนกินกัญแบบเต็มที่ ไข่เจียวอารมณ์ดี – ร้านเขียวไข่กา ไข่เจียว เมนูสุดคลาสสิกราคา 180 บาทที่ไม่ว่าคุณจะกินเผ็ด ไม่กินเผ็ดก็มาลิ้มลองกันได้ เพิ่มกิมมิกด้วยใบกัญชาแบบกรุบกริบ โดยทางร้านใช้ใบกัญชาที่สั่งซื้อจากชุมชนบ้านทุ่งแพม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งปลอดสารเคมี และควบคุมคุณภาพการปลูกอย่างดี ขนมปังครีมนมเนยสด รสกัญชา – ร้านนมนัว ใช้เฉพาะใบกัญชาเคี่ยวละลายในเนยแล้วแช่ไว้ให้กลิ่นและรสออกนำมาผสมเป็นเนื้อขนมปัง เพิ่มกลิ่น และรสให้หอมมันด้วยการสอดไส้นมฮอกไกโด ราคา 180 บาท ชาบูกัญชา – ร้าน Shin Shabu สายเนื้อห้ามพลาด นอกจากน้ำชาบูที่ใส่ใบกัญชาทั้งใบแล้ว ยังเสิร์ฟชากัญชาด้วย โดยกัญชานั้นได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากฟาร์มกัญชาของรัฐบาลอีกด้วย ซึ่งตอนนี้มีสาขาอยู่ที่หลังห้างพาราไดซ์ ศรีนครินทร์ เป็นราคาบุฟเฟ่ต์ 399 และ 599 บาท พิซซ่าเปปเปอร์โรนี่กัญชา – ร้าน 420 Cannabis Bar พิซซ่าโฮมเมดหน้าเปปเปอร์โรนี่

เมนูนี้เรียกว่าอะไร ที่คนชอบเถียงกัน!? พร้อมแคล

เมนูนี้เรียกว่าอะไร

เมนูนี้เรียกว่าอะไร หนึ่งในคำถามที่โลกออนไลน์ชอบเถียงกันว่า ตกลงเมนูหน้าตาแบบนี้มันเรียกว่าอะไรกันแม่จ๊ะแม่จ้า และยังไม่ค่อยมีหลักฐานชัดเจนซ่ะด้วยว่าเรียกว่าอะไรกันแน่ อ่ะ! ไปดูหน่อยสิว่ามีเมนูอะไรบ้าง ไข่เต่า vs ไข่นกกระทา (191 Kcal / 40 กรัม)คนเรียกว่าไข่เต่ามาก่อนตั้งแต่โบราณ เพิ่งจะมาเรียกว่าไข่นกกระทาช่วงคนรุ่นหลัง จนกลายเป็นว่าสองคำนี้มีจำนวนคนเรียกพอๆ กันไปแล้ว นอกจากนี้ถ้าเราเรียกว่าไข่นกกระกระทาเฉยๆ ระวังจะได้ไข่นกกระทามาจริงๆ นะจ๊ะ และถึงชื่อจะเหมือนมาจากไข่ของสัตว์ แต่แท้จริงแล้วเป็นแป้งปั้นเป็นลูกกลมๆ แถมตอนนี้มีเลือกหลายรสชาติแล้วด้วย นมเย็น vs นมชมพู (425 Kcal / 200 มล.)อันนี้ไปร้านน้ำก็ต้องถามกันก่อนนะ บางร้านเค้าเรียกไม่เหมือนกัน เพราะถ้าเรียกนมเย็น อาจได้นมสดเย็น หรือเป็นนมสีชาเย็นมาแทนเลยก็เป็นไปได้ ทางที่ดีเราแนะนำสั่งนมชมพูไปเลยล่ะกัน อย่างน้อยๆ ก็ทำสีมาไม่ผิดแน่นอนจ้า ชาเย็น vs ชานม (319 Kcal / 200 มล.)เมนูนี้ก็สับสนงงงวยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อกระแสชานมไข่มุกเข้ามาในไทย บางคนอยากดื่มชาที่เป็นสีส้ม แต่กลับได้ชาสีน้ำตาลอ่อนคล้ายชาฝรั่งใส่นม แต่บางคนสั่งชานมก็ได้ชาสีส้มมาแทน อ้าวตกลงยังไงดี! แถมบางทีเรียกว่า ชาไทยเพิ่มเติมไปอี๊ก ก็ถ้าหากไปตามร้านอาหารตามสั่งที่มีเมนูชาแบบเดียว ตอนสั่งก็ถามไปเลยตรงๆ

เมนูสร้างภูมิคุ้มกัน ลองมีรายชื่อเหล่านี้ในหนึ่งมื้อกันดู

เมนูสร้างภูมิคุ้มกัน ก็เป็นหนึ่งในวิธีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างภูมิเพื่อต่อสู้โรคต่างๆ ได้ ซึ่งส่วนที่ได้นั้นมาจากวัตถุดิบที่ผสมในอาหารชนิดนั้นๆ นั่นเอง โดยเมนูเป็นข้อมูลที่ทางโรงพยาบาลเวชธานีแนะนำในหัวข้อ ผักผลไม้ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน สู้เชื้อไวรัสได้ จะมีตัวอย่างเมนูอะไรบ้างและมีส่วนผสมอะไรที่ช่วยได้ เลื่อนมาอ่านเลย ผัดกะเพรา แน่นอนว่ามีส่วนผสมของใบกะเพราซึ่งมีวิตามินซีและสารสำคัญในการต้านเชื้อไวรัส รวมถึงไวรัสก่อชนิด COVID-19 นอกจากนี้ตัวใบยังช่วยแก้อาการท้องอืด ป้องกันหวัดทั่วไป ลดไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย ต่อจากนี้สั่งกะเพราก็ควรกินใบกะเพราด้วยนะจ้า อย่าเขี่ยของดีทิ้งซ่ะล่ะ! ต้มยำ เครื่องต้มยำตัวดีเลย หมายถึงดีจริงๆ นะ เพราะมีทั้งตะไคร้ มะกรูด และบางสูตรก็ใส่กระเทียม หรือหอมแดงเข้าไป วัตถุดิบเหล่านี้แหละที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างตัวหอมแดงและมะกรูดต่างก็มีสารสำคัญเรื่องป้องกันเชื้อ COVID-19 เช่นกันจ้า ใครอยากหาเมนูซดน้ำ ให้ต้มยำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแล้วกันนะ แกงเลียง เมนูของคุณแม่หลังคลอดช่วยเพิ่มน้ำนม และก็ยังเป็นเมนูช่วยต้านไวรัสด้วยนะจ๊ะ ซึ่งส่วนผสมของแกงเลียงมีแต่สุดยอดผักและสมุนไพรมากมาย เช่น กระเทียม หอมแดง ฟักทอง บวบ ต่างก็มีวิตามินซีด้วยกันทั้งสิ้น อาจจะมากน้อยต่างกันไป แต่เมื่อรวมๆ ประโยชน์คับถ้วย เสริมภูมิคุ้มกันได้สุดๆ ต้มโคล้ง เป็นเมนูที่มีส่วนผสมเฉพาะคล้ายกับต้มยำ คือมีทั้งตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด และมะเขือเทศ ถึงแม้ว่าบางส่วนผสมจะไม่สามารถเคี้ยวทานได้ แต่เวลาซดน้ำ

กินอาหารให้ตรงเวลานี่มันกี่โมงกันนะ?

กินอาหารให้ตรงเวลา

บอกให้ทานอาหารให้ตรงเวลา แต่เวลาที่ว่านี้มันคือกี่โมง เรามาเช็คตามไทม์ไลน์เวลาของหนุ่มสาวออฟฟิศกันว่ามื้อเช้า กลางวัน เย็น มื้อไหนควรเลือกทานตอนไหนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายที่สุด มื้อเช้า: 07:00 – 09:00 ไม่ควรเกิน 10:00เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเช้าควรอยู่ในช่วงเวลา 07:00 – 09:00 อย่าให้เกิน 10:00 น.หรือหากใครตื่นไม่ทันเวลานี้ควรทานหลังจากตื่นนอนไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะเป็นช่วงเวลาของการทำงานของกะเพาะอาหารจะช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร และดูดซึมได้ดี โดยเลือกเน้นไปที่การทานแป้งและโปรตีน เพื่อเป็นพลังงานให้เราพร้อมทำงาน ช่วยบำรุงสมอง และร่างกาย ซึ่งมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญไม่ควรข้าม มีงานวิจัยพบว่าการทานอาหารเช้านั้นจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ทานอาหารเช้าอีกด้วย มื้อเที่ยง: 12:00 – 13:00 น. ไม่ควรเกิน 14:00 น.เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเที่ยงคือ 12:00 – 13:00 น. และไม่ควรเกิน 14:00 น. หรือทานหลังมื้อเช้าประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งในมื้อนี้สามารถทานได้เยอะกว่ามื้ออื่นๆ เพื่อให้นำพลังงานไปใช้ได้เต็มที่ รวมถึงเป็นมื้อที่เราสามารถเผาผลาญได้มากกว่ามื้ออื่นๆ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมสำหรับชาวออฟฟิศก็ช่วงพักกลางวันนี่แหละจะมีส่วนช่วยในการควบคุมความหิว และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี หากทานช้าไปจะมีผลต่อลำไส้เล็กดูดซึมและซ่อมแซมส่วนที่ซึกหรอได้ไม่เต็มที่ มื้อเย็น: 18:00 –

อาหารที่กินเข้าไป ช่วยบำรุงส่วนไหนบ้าง?

อาหารบำรุงร่างกาย

การเลือกทานอาหารช่วยบำรุงร่างกายแต่ละส่วนอย่างเหมาะสม นอกจากจะช่วยเสริมอวัยวะต่างๆ ยังช่วยลดเสี่ยงการเกิดโรคในร่างกายได้ แต่ทั้งนี้ควรอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมอีกด้วย บำรุงสายตา ซึ่งสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตานั้น ทางงานวิจัยก็พบว่า จะมีอาหารที่มีสารอาหารประเภทเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี ธาตุสังกะสี ธาตุทองแดงที่ช่วยชะลอการเสื่อมของจอประสาทตาได้ และยังมีวิตามินเอ วิตามินบี1 และบี 12 ลูทีน ซิแซนทิน และโอเมก้า 3 ช่วยได้เช่นกันตัวอย่างอาหารช่วยบำรุง –ผักใบเขียว, ไข่แดง, แครอท, อัลมอนด์, อะโวคาโด, ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ตับ, หอยนางรม, เมล็ดทานตะวัน, มะละกอ, ข้าวโพด, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, ฟักทอง ฯลฯ เสริมสร้างกระดูก แน่นอนว่าต้องทานอะไรที่มีสารอาหารแคลเซียมเป็นหลัก ช่วยลดโอกาสการเกิดพวกโรคกระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อมได้ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น จึงต้องบำรุงให้กระดูกแข็งแรงอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน นอกจากนี้ตามคำแนะนำของกรมอนามัย ยังเสริมว่าร่างกายควรได้รับแคลเซียม 800 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งทานเป็นหลายๆ มื้อ และอีกสารอาหารที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูกได้คือ วิตามินดีและวิตามินซี จะทำหน้าที่เพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมในลำไส้ตัวอย่างอาหารช่วยบำรุง –นม โยเกิร์ต

เมนูอาหาร เหมาะแต่ละวัยเลือกยังไงยิ่งช่วยเสริมร่างกาย

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร เลือกทานอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคต่างๆ และเสริมสารอาหารที่จำเป็นในร่างกาย เพราะในร่างกายแต่ละช่วงวัยนั้นจะต้องการแตกต่างกันไปตามพัฒนา การดำเนินชีวิต ซึ่งสารอาหารจะเข้าไปเสริมการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น การเลือกเมนูอาหารจึงมีความสำคัญไม่แพ้การออกกำลังกาย วัย 20- 29 เป็นวัยหนุ่มสาวที่กำลังเจริญเติบโต กิจกรรมของวัยนี้หลักๆ คือ เรียน ทำงาน และกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวเยอะ จึงควรเน้นอาหารที่ค่อนข้างให้พลังงาน เนื่องจากโอกาสเผาผลาญมากมีสูงกว่าวัยอื่น แนะนำอาหารที่เน้นโปรตีนจากพวกเนื้อสัตว์ แป้ง และแคลเซียม รวมถึงวิตามินต่างๆ เพื่อพัฒนาร่างกายส่วนอื่นๆ เมนูอาหาร เช่น สเต็กเนื้อสัตว์, ไก่ข้าวผัดอเมริกัน, ขนมปังอบ, เต้าหู้, พาสต้า, ผักผลไม้ต่างๆ ทานได้ตามใจชอบเลย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีวิตามินสูง อย่างอโวคาโด ส้ม กล้วย มะพร้าว แอปเปิ้ล ฯลฯ วัย 30 – 39 แน่นอนว่าเข้าวัยผู้ใหญ่เต็มตัว ในวัยนี้อาจจะเป็นวัยเริ่มต้นของการเสื่อมถอยหลายอย่าง เริ่มมีอาการเจ็บป่วย มีไขมัน มีคอเรสเตอรอล ผิวและร่างกายเริ่มไม่แข็งแรงเหมือนก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงต้องการพลังงานเพื่อไปพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำอาหารที่เลี่ยงพวกเมนูที่มีไขมันไม่ดีสูง ทานพวกที่มีวิตามิน มีคอลลาเจน

อาหารลดน้ำหนัก กับเมนูมื้อหลักที่เลือกได้เอง

อาหารลดน้ำหนัก

อาหารลดน้ำหนัก นอกจากจะต้องมีพลังงานอย่างเพียงพอแล้ว ก็ต้องมีประโยชน์ด้วย ใครกำลังควบคุมน้ำหนัก ลองมามิกซ์แอนด์แมตช์เมนูที่เราเลือกแต่ละมื้อดู! ซึ่งเราไม่แนะนำให้อดอาหารนะจ๊ะ แค่ปรับเมนูให้เพียงพอกับการใช้พลังงานในแต่ละวันเท่านั้นเอง ให้เลือกจากเมนูด้านล่าง มื้อละ 1 อย่างในหนึ่งวัน (แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรทานเมนูซ้ำๆ ติดต่อกันนะจ้า) มื้อเช้า – โจ๊กหมูกับไข่ลวก, แซนวิชโฮลวีททูน่า หรือสลัดอกไก่ มื้อกลางวัน – ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เย็นตาโฟ, สุกี้น้ำไก่ หรือไข่ยัดไส้กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ มื้อเย็น – เกาเหลาน้ำใส, ส้มตำกับไก่ย่างไม่หนัง หรือปลาย่างกับผักต้ม ของว่าง – แอปเปิ้ล, โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือน้ำเต้าหู้หวานน้อย ปล. การแนะนำเมนูเบื้องต้นเป็นเพียงค่ากลางๆ ของแคลอรี่ ทั้งนี้เราอาจทานได้มากถึง 2,500 แคลอรี่ต่อวันในเพศชาย จึงขึ้นอยู่กับเพศ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล แต่ที่แน่ๆ ควรทานให้ครบ 5 หมู่และหมั่นออกกำลังกายด้วยนะจ้า ส่วนถ้าใครอยากลดพุงมีเอวเอส แนะนำ CLICK

เมนูที่ชื่อไม่ตรงส่วนผสม แท้จริงแล้วทำมาจากอะไร!?

เมนูอาหาร

ชื่อเมนูบางครั้งก็ไม่ได้บ่งบอกถึงส่วนผสมในอาหารนั้นๆ แต่อาจจะเป็นการดัดแปลงมาของชนิดอื่น แล้วตั้งชื่อเรียกตามหน้าตา รสชาติ หรือแม้แต่คำที่เรียกต่อๆ กันมาก็เป็นไปได้ ว่าแต่จะมีเมนูอะไรที่เราคุ้นเคยกันบ้าง เลื่อนอ่านได้เลย ปูอัด ไม่ได้มาจากปู แต่มาจากปลาสีขาวที่มีเนื้อเหนียวนุ่ม อย่างเช่นปลาดาบ ปลาตาหวาน ปลาอลาสก้า ปลาทรายแดง ฯลฯ นิยมทานเปล่าๆ จิ้มซอส หรือนำมาทานเป็นของทานเล่น โดยในปริมาณ 100 กรัมจะเท่ากับ 95 Kcal เพราะฉะนั้นก็สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย มีและยังได้โปรตีนจากปลา กระเพาะปลา นั่นไม่ใช่กระเพาะของปลา แต่เป็นถุงลมปลา ซึ่งเป็นส่วนที่นุ่ม และนำมาปรุงรสได้อร่อย โดยราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับพันธุ์ปลาที่ได้มาจากปลาน้ำลึกอีกด้วย ส่วนเมนูยอดนิยมนอกจากนำมาทำเป็นซุปกระเพาะปลา (250 Kcal ต่อถ้วย) ยังมีเมนูกระเพาะปลาผัดแห้งที่ทำหลายคนติดใจ ปลากริมไข่เต่า มันคือแป้ง ไม่ใช่ไข่ของเต่า แถมยังเป็นขนมโบราณที่อยู่คู่ปากคู่ท้องคนไทยมานาน โดยมีรสชาติหวานมัน ตัวส่วนผสมทำมาจากแป้งหลากชนิดตามแต่ละสูตร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และแป้งถั่วเขียว นำมาปั้นเป็นก้อนและเส้นๆ บอกเลยว่าหนึ่งถ้วยแคลอรี่ก็โหดอยู่นะอยู่ที่ 263 Kcal ต่อถ้วย ซุปเยื่อไผ่ มาจากเห็ดชนิดหนึ่ง ไม่ใช่เยื่อของต้นไผ่ โดยเห็ดชนิดนี้มีชื่อเรียกว่าเห็ดเยื่อไผ่หรือเห็ดร่างแห

อาหารราคาโหดกว่าแคล ทำไมถึงแพงขนาดนี้?

อาหารแพง

เมนูอาหารที่เราอาจเห็นตามภัตตาคารหรือร้านอาหารระดับพรีเมียมหน่อย บอกเลยว่าบางเมนูราคาไม่ธรรมดา แต่ไม่ใช่เพราะร้านตั้งมาให้ดูแพงเล่นๆ นะ เพราะวัตถุดิบบางอย่างก็หายาก และต้องนำเข้ามาโดยเฉพาะจากต้นแหล่งเลย เพื่อความสดใหม่ และได้ตรงสายพันธุ์ ซึ่งจะมีเมนูอะไรบ้าง ตามมาชมเลยพร้อมลิสต์บอกแคลอรี่ให้ด้วยจ้า ไข่ปลาคาเวียร์ (264 Kcal ต่อ 100 กรัม / ราคา 4,500 – 35,000 ต่อหนึ่งกระปุก) คาเวียร์ (Caviar) จริงๆ ไม่ใช่เป็นชื่อชนิดของปลา แต่เป็นคำของภาษาเปอร์เซียแปลว่า ไข่ปลาที่ปรุงรส โดยส่วนใหญ่นำมาจากไข่ของปลาสเตอร์เจียน ที่สามารถพบได้มากกว่าบริเวณอื่นๆ คือที่ทะเลสาบแคสเปียน แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อร่อยติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ได้แค่อร่อยนะ ยังแพงสุดลูกหูลูกตาเพราะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าปลาจะมีไข่ ยิ่งถ้าได้ไข่ปลาคาเวียร์มาจากปลาเบลลูก้าสเตอร์เจียนยิ่งแพงมากอยู่ที่กิโลกรัมละแปดแสนกว่าบาทได้เลย แต่จะแบ่งขายเป็นแบบกระปุก มักจะทานโดยการใช้ช้อนตักเป็นคำเล็กๆ ทานคู่กับขนมปังกรอบ สเต็กฟัวกราส์ (462 Kcal ต่อ 100 กรัม ราคา 2,500 – 3,500 บาทต่อกิโลกรัม) ฟัวกราส์ (Foie gras) เป็นเมนูที่นิยมเอามาทำเป็นสเต็กซึ่งมาจากตับของเป็ดหรือห่าน และยังหาทานได้ง่ายในโซนยุโรป โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส

วุ้นเส้น ไม่ได้ทำให้ผอมเสมอไป ยิ่งทานมากก็มีแคลมาก!

พอพูดว่าลดน้ำหนัก เมนูจาก “วุ้นเส้น” มักเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมไม่ใช่น้อย เพราะเค้าว่ากันว่ากินแล้วไม่อ้วน! แถมยังได้โปรตีนจากถั่วเขียว แต่แท้จริงแล้ว วุ้นเส้นก็มีคาร์โบไฮเดรต ไม่ต่างจากข้าว และเส้นชนิดอื่นๆ ดังนั้นใครจะกินวุ้นเส้นตอนลดน้ำหนักอาจจะต้องคำนวนให้ดี เพราะจริงๆ แล้วควรทานในปริมาณที่พอเหมาะไม่ต่างจากข้าว! ทำไมกินวุ้นเส้นถึงอ้วน? เพราะกระบวนการทำวุ้นเส้นนั้นเริ่มจากการนำถั่วเขียวมาแปรรูปตามกรรมวิธีเช่นเดียวกับการทำเส้นก๋วยเตี๋ยวจนกลายเป็นแป้งถั่วเขียว ทำให้แยกสารอาหารอย่างโปรตีนที่อยู่ในถั่วเขียวออกเหลือเพียงคาร์โบไฮเดรต  ยิ่งไปกว่านั้นบางแบรนด์อาจผสมแป้งมันสำปะหลังเข้าไปเพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้วุ้นเส้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสารอาหารจำพวกเดียวกับแป้ง ซึ่งถ้าเทียบปริมาณแคลอรี่แล้ววุ้นเส้นดิบจะมีแคลอรีเทียบเท่ากับข้าวสารดิบเลยนะ ( 350 แคลอรี ต่อ 100 กรัม) แล้วทำไม คนลดน้ำหนักถึงนิยมกินวุ้นเส้นเป็นอาหาร? ใช่ว่าการนิยมกินวุ้นเส้นเป็นเมนูลดน้ำหนักจะได้รับความนิยมแบบไม่มีที่มาที่ไป เพราะเมื่อวุ้นเส้นที่ลวกสุกในปริมาณที่เท่ากับข้าวจะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยกว่า ใช่ค่ะ อย่างเพิ่ง งง ทำไหมของดิบถึงมีแคลอรีเท่ากันแล้วทำสุกแคลอรีหายไปไหน? อธิบายตามนี้เพราะเมื่อวุ้นเส้นต้มสุก ลักษณะของเส้นจะอุ้มน้ำเอาไว้ด้วย ทำให้เมื่อเทียบน้ำหนักต่อ 100 กรัมเท่ากัน แคลอรีของวุ้นเส้นจะเหลืออยู่ที่ 80 แคลอรี ในขณะที่ข้าวจะอยู่ที่ 130 แคลอรี พูดแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ น้ำหนักของวุ้นเส้นรวมน้ำหนักของน้ำไปด้วย (ปริมาณวุ้นเส้นจริงๆ น้อยกว่าน้ำหนักนั้นเอง ดังนั้นเมื่อวัดกันแค่ที่น้ำหนักโดยเทียบปริมาณแคลอรี่ต่อกรัมที่เท่ากัน วุ้นเส้นจึงมีแคลที่น้อยกว่า ดังนั้นอาหารชนิดนี้เลยถูกเลือกมาเป็นทางเลือกของคนควบคุมน้ำหนัก แทนการทานข้าวหรือเส้นอื่นๆ แต่ก็อย่างที่บอกมาข้างต้นก็อย่าชะล่าใจไป เพราะจริงๆแล้ววุ้นเส้นไม่ได้ถึงกับทำให้ผอมซ่ะทีเดียว