เล็บ

กรรไกรตัดเล็บ 4 แบบ ทรงไหนใช้ต่างกันอย่างไร

กรรไกรตัดเล็บแบบไหนใช้ต่างกันอย่างไร

เคยสังเกตบ้างรึเปล่า ว่าจริงๆ แล้วกรรไกรตัดเล็บน่ะ มีหลายแบบอยู่เหมือนกัน แล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง ก็ใช้ตัดเล็บเหมือนๆ กันไม่ใช่หรอ ขอบอกเลยว่าศาสตร์แห่งการตัดแต่งเล็บมีดีเทลมากกว่านั้นนะจ๊ะ 4 แบบกรรไกรยอดฮิตที่เชื่อว่าพอเห็นหน้าตาแล้วก็ต้องร้องอ๋อออ กันบ้างแหละ มาดูกันเลยว่าเราใช้กรรไกรตัดเล็บที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตัวเองแล้วรึยัง? กรรไกรตัดเล็บแบบทรงปากตรง เป็นแบบกรรไกรตัดเล็บที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดี ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบที่เล็กๆ พกพาง่าย เอาใส่กระเป๋าติดไปได้ทุกที่ เหมาะสำหรับการตัดเล็บให้สั้น แต่อาจจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับการตกแต่งทรงเล็บโดยคงความยาวไว้ ที่สำคัญคือเป็นรูปแบบที่เหมาะกับคนที่กังวลปัญหาเล็บขบ กรรไกรตัดเล็บแบบทรงปากโค้ง         เป็นอีกหนึ่งตระกูล Clipper ที่ได้รับความนิยมพอๆ กันกับแบบปากตรง และมาในไซส์มินิที่พกพาสะดวกเหมือนๆ กัน แต่มีข้อสังเกตุทั้ง 2 ชนิดนี้หลังการตัดจะก่อให้เกิดความคมของเล็บได้ ดังนั้นต้องไม่ลืมที่จะตะไบลบคมซ้ำหลังตัดด้วยนะคะ และกรรไกรแบบปากโค้งยังเหมาะกับคนที่กังวลปัญหาเล็บฉีกด้วย กรรไกรตัดเล็บแบบทรงปากเฉียง       กรรไกรตัดเล็บรูปแบบนี้อาจจะมีความแปลกตาอยู่บ้างสำหรับบางคน แต่ว่าปากกรรไกรที่มีลักษณะเฉียงเช่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเก็บงานตรงพวกซอกข้างเล็บ หรือเล็มขอบมุมตามความต้องการของเรา กรรไกรตัดเล็บแบบคีม กรรไกรตัดเล็บแบบคีมเหมาะสำหรับคนที่มีเล็บหนาหรือแข็งมาก นอกจากนี้ปลายแหลมของคีมยังช่วยในการตัดเล็บบริเวณซอกมุมได้เป็นอย่างดี แต่เช่นเดียวกับแบบอื่นๆ คือต้องไม่ลืมที่จะตะไบเล็บตามหลังจากตัดเสร็จแล้วเพื่อลบคมด้วยนะคะ ตัดเล็บยังไงให้ถูกวิธี อุปกรณ์ในการตัดเล็บทุกอย่าง ไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรค ล้างมือและเท้าให้สะอาด และเช็ดให้แห้งก่อนตัดเล็บ หรือตัดเล็บหลังอาบน้ำ จะช่วยให้เล็บนิ่มตัดง่าย เลือกขนาดกรรไกรตัดเล็บที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ควรเหลือตัดให้เหลือพื้นที่ปลายเล็บไว้เล็กน้อย ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับรอยต่อระหว่างเล็บและเนื้อใต้เล็บได้ดีกว่า การตัดเล็บมือ สามารถตัดปลายตรง หรือตัดโค้งตามรูปเล็บ

เล็บ แบบนี้! หมายความว่าอะไร เพราะเล็บอาจบอกโรค

เล็บ

เล็บ อาจมี 2 สาเหตุใหญ่ที่อาจเกิดสีหรือลักษณะผิดปกติไปจากเดิมได้คือ พฤติกรรมการชอบทำเล็บ และการเป็นสัญญาณบอกโรคบางอย่างที่ส่งผลต่อหน้าเล็บ “เล็บ” ลักษณะนี้มักมาพร้อมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ในร่างกายร่วมด้วย เอาเป็นว่าเราไปดูความผิดปกติของเล็บกันดีกว่า ว่าเล็บกำลังจะกระซิบบอกอะไรเรา เล็บเหลือง จะสังเกตได้ง่ายมากคือสีเล็บเมื่อเทียบกับคนทั่วไปจะเป็นสีขุ่นไม่ได้เฉพาะแค่ปลายเล็บเท่านั้น แต่ยังเหลืองทั้งเล็บ สาเหตุ: อาจเกิดจากปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดที่ไปทำลายการผลิตคอลลาเจน (โปรตีนที่ช่วยคงสุขภาพเล็บ) และบางทีอาจจะเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานได้หรือแม้แต่โรคสะเก็ดเงิน ซึ่งหากมีสีเหลืองเข้มมากก็ควรจะปรึกษาแพทย์โดยด่วน การติดเชื้อราเฉียบพลันก็ทำให้เกิดเล็บเหลืองได้ โดยนอกจากสีจะเปลี่ยนแล้ว เล็บจะหนาขึ้น แต่ไม่ค่อยยาวเหมือนปกติ และอาจมีอาการโคนเล็บร่อนร่วมได้ สุดท้ายอาจเกิดขึ้นได้กับสาวๆ ที่ชอบทาเล็บ โดยเลือกน้ำยาทาเล็บที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะสารเคมีในน้ำยาทาเล็บเข้าไปทำลายหน้าเล็บเรา นอกจากนี้การทำเล็บบ่อยๆ แบบไม่พักก็มีส่วนในการทำลายหน้าเล็บเช่นกันซึ่งวิธีการรักษาก็คือ พักเล็บ และเลือกการทาออยล์ช่วยบำรุงเล็บอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สีเล็บกลับเข้าโหมดสีปกติจ้า เล็บแตกร่อน ลักษณะปลายเล็บจะค่อนข้างบาง และฉีกขาดง่าย จนกลายเป็นเหมือนปลายเล็บแตกร่อน สาเหตุ: อาจเกิดจากการที่เล็บเปียกและทำให้มือแห้งบ่อยๆ จนเล็บเปราะบางและไวต่อการแตกร่อนง่ายขึ้น ขาดสารอาหารบางอย่างจึงทำให้เล็บอ่อนแอลง อย่างวิตามินเอ วิตามินซี หรือไบโอติน เกิดภาวะไทรอยด์บกพร่อง ซึ่งอาจทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง และเหงื่อก็ออกน้อยลง นำไปสู่ความชื้นที่ลดลง ผิวก็จะแห้งขึ้น นั่นก็รวมถึงเล็บของเราด้วย จึงมีโอกาสการเกิดปลายเล็บแตกร่อนได้ ซึ่งหากสังเกตว่าตัวเองเข้าข่ายมาจากสาเหตุนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทดสอบการขาดวิตามินหรือความไม่สมดุลของต่อมไทรอยด์ เล็บมีขีดดำตัด อีกหนึ่งสุขภาพเล็บที่มองเห็นได้ชัด