เสริมหน้าผาก

วิธีเสริมหน้าผาก 2 วิธี จะเลือกแบบไหนต้องเข้าใจก่อน

เสริมหน้าผาก คือหนึ่งในการเสริมใบหน้าให้ดูสมดุลรับกับจมูกมากยิ่งขึ้น เพราะโครงสร้างของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปตามพันธุกรรม บางคนหน้าผากแบน บางคนหน้าผากมีริ้วตามวัย หรือบางคนหน้าผากนูนไม่เท่ากัน ฯลฯ เพราะฉะนั้นการปรับเรื่องหน้าผากจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้ที่อยากแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยสามารถปรับได้ทุกรูปแบบ เพียงแค่ต้องเข้าใจวิธีการอย่างถูกต้องก่อนตัดสินใจทำเท่านั้นเอง วิธีการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นการแก้ไขรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้สารเติมเต็มอย่าง ไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าไปในชั้นผิวและใต้ชั้นผิวหนังบริเวณที่ต้องการแก้ไขปัญหา โดยทั่วไปคุณหมอจะเลือกฉีดเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น การฉีดบริเวณที่มีริ้วรอยช่วยเข้าไปเติมเต็มให้ส่วนนั้นให้อิ่มขึ้นเรียบเสมอกัน หรือในคนที่หน้าผากแบนก็สามารถฉีดเพื่อให้ใบหน้าดูอิ่มขึ้น ได้ทรงเป็นธรรมชาติ และรับกับจมูก ทั้งยังลดพวกริ้วรอยที่มากับวัยได้ ทำให้ผิวยืดหยุ่น กระชับขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ จะกำหนดปริมาณเป็นซีซี อาจจะใช้ตั้งแต่ 2 -5 ซีซีขึ้นไป ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล และราคาก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้ โดยแรกๆ คุณหมออาจแนะนำให้ฉีดในปริมาณน้อยๆ ก่อน หรือเริ่มที่ 1 ซีซี ถ้าอยากให้ดูอิ่มขึ้นก็สามารถมาเติมได้เรื่อยๆ หรือถ้าไม่พอใจก็สามารถฉีดสลายออกได้เช่นกัน แต่ตัวฟิลเลอร์เองก็มีอายุการใช้งาน โดยอยู่ได้ 1-2 ปี ก็จะสลายไป ต้องกลับมาเติมใหม่ ใช่แล้วจ๊ะ! เราก็เสียเงินใหม่ การฉีดฟิลเลอร์จึงแพงกว่าการเสริมซิลิโคน ซึ่งราคาก็แล้วแต่ยี่ห้อมีตั้งแต่หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหลักหมื่นต่อซีซี เพราะฉะนั้นฟิลเลอร์ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราสะดวกแบบไหน

หมอเสริมหน้าผากคนไหนดี เสริมหน้าผากรับใบหน้ายิ่งขึ้น!

ใครที่อยากมีใบหน้าที่หวานละมุนดูหน้าเด็กลง อย่ามองข้ามความสำคัญของหน้าผากไปโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากการมีหน้าผากที่เรียบเนียนไร้ริ้วรอยแล้ว การมีหน้าผากที่นูนได้รูป พร้อมสโลปสวยสอดรับกับองศาของจมูก จะช่วยให้เรามีสัดส่วนหน้าที่ดูหวานและเด็กลงได้ง่ายๆ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาหน้าผากบุ๋ม หน้าผากแบน ทำให้ใบหน้าดูแข็งเหมือนผู้ชาย ซึ่งการเสริมหน้าผากในตอนนี้ก็มีหลากหลายเทคนิคที่พร้อมจะมาแก้ไขปัญหาของแต่ละคนที่แตกต่างกัน วันนี้เราจึงรวบรวมลิสต์หมอผู้เชี่ยวชาญในการเสริมหน้าผากมาฝากทุกคน ให้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะมีหมอคนไหนกันบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย พญ.ปรียานุช แสงสิริวิจารณ์ (หมอยุ้ย) Attitude Clinic คุณหมอยุ้ยแห่ง Attitude Clinic สาขารัชดา กับประสบการณ์ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้ากว่า 1,000 เคส และเลื่องชื่อเรื่องการเสริมหน้าผากที่ดูเนียนเป็นธรรมชาติ เรียกว่าจั๊บโป๊ะไม่ได้แน่นอน กับเทคนิคซ่อนแผลในไรผม ไร้กังวลเรื่องแผลเป็นตามมาแน่นอน และนอกจากนี้ ยังมีซิลิโคนหลากหลายไซส์ให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เรียกว่าพ้นจากมือหมอไปจะได้หน้าผากโหนกนูนดั่งใจกันแน่นอน นพ. ภูเบศ จันทร์ดี (หมอภูเบศ) Elegance Clinic คุณหมอทำได้ทั้งเสริมใหม่ หรือขูดเอาสารฟิลเลอร์เก่าออกแล้วเสริมหน้าผากถาวรด้วยซิลิโคน ซึ่งเทคนิคประจำคุณหมอจะวิเคราะห์เคสต่อเคส แล้วหล่อซิลิโคนแบบ 3 มิติที่ออกแบบพิเศษตามโครงหน้าของแต่ละคนเพื่อให้โค้งรับกับใบหน้า นอกจากนี้คุณหมอยังใส่ใจว่าต้องมีการเปิดแผลให้มีขนาดเล็กที่สุด ประมาณ 4 ซม. ผลลัพธ์จึงดูเนียนเป็นธรรมชาติและเข้ากับรูปหน้า นอกจากนี้ยังให้ใบหน้าโดยรวมที่ดูละมุนขึ้นหลังทำอีกด้วย นพ.ซากีรีน อัลอิสฮักก์ (อาจารย์หมอริน) Vayo

รีวิวทำหน้าผาก โค้งนูนสวย เลือกไซส์ได้

การเสริมหน้าผากจะช่วยให้ใบหน้าเราดูหวานละมุนขึ้นได้ และยังเป็นการเติมเต็มช่วงโหนกคิ้วให้ดูไม่มีร่องอีกด้วย หน้าจึงดูเด็กลง แต่การเสริมหน้าผากก็มีหลายซิลิโคน ไม่ว่าจะเป็นแบบสำเร็จรูป หลอมขึ้นมาใหม่ หรือแม้แต่การเสริมขมับควบคู่ ครั้งนี้เราจึงรวบรวมรีวิวการเสริมหน้าผากของแต่ละคลินิกว่ามีวิธีแบบไหนบ้าง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล Masterpiece Hospital ได้หน้าผากที่โค้งนูน และยังมีจมูกที่สมดุลขึ้น และที่นี่จะมีให้เลือกใช้ซิลิโคนแผ่นที่หล่อขึ้นมาโดยใช้โมเดลจำลองของคนไข้เอง หรือซิลิโคนสำเร็จรูป แต่เน้นอยู่ถาวร เป็นธรรมชาติ มีมิติทั้งรูปหน้า นอกจากนี้ยังผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope ทำให้ไม่มีแผลบนใบหน้า Elite Clinic ดูเป็นธรรมชาติมาก และสามารถแก้จุดบกพร่องบนใบหน้าได้ เช่น หน้าผากที่มีรอยบุ๋มหรือยุบเหมือนกับตัวอย่างเคส และยังทำให้ช่วงคิ้วดูสมดุลมีมิติขึ้น หน้าเด็กลงและเต็มมากขึ้น เนื่องจากใบหน้าดูอิ่ม ไม่มีร่องนั่นเอง ราคาเสริมหน้าผาก 19,900 บาท Wplus Clinic  ใช้เทคนิคไม่ให้ซิลิโคนดูลอยด้วยการเปิดชั้นติดกับกระดูก และซ่อนแผลในผม เราจึงไม่เห็นแผลผ่าตัด และที่นี่ยังใช้ซิลิโคนเกาหลี สามารถที่จะเลือกไซส์ให้หน้าผากดูเต็มมากขึ้นได้ โดยไม่คิดราคาเพิ่ม รับประกันนาน 6 เดือนในราคา 24,900 บาท Kamol Hospital คนที่มีหน้าผากแบน น่าจะถูกใจคลินิกนี้ เพราะหลายเคสของที่นี่จะปรับให้หน้าผากดูนูนโค้งมนสวยงาม และมีหลายวิธีในการทำ เช่น การเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคนสำเร็จรูป

แนะนำคุณหมอเสริมหน้าผาก เปิดโหงวเฮ้งกับหมอคนไหนดี?

รีวิวหมอเสริมหน้าผาก

ไหนใครอยากจะเปิดเหม่งรับทรัพย์ปังๆ ทำสวยเสริมโหงวเฮ้งกันบ้าง วันนี้เราขนเอารีวิวจาก 3 คุณหมอคนเก่งที่สามารถสร้างสรรค์หน้าผากของเราให้ออกมาดูสวยตรงใจสนใจของคุณหมอท่านไหนไปถามต่อกันได้เลยจ้า เสริมหน้าผากกับหมอโอ๋ ด้วยเทคนิคการวางซิลิโคนชิดแกนกระดูก ทำให้ไม่เห็นขอบซิลิโคน มองดูเรียบเนียนไม่โป๊ะ ปรับโหงวเฮ้งแบบไร้รอยต่อของซิลิโคน เสริมหน้าผากกับหมอไท ด้วยเทคนิคการเสริมด้วยซิลิโคนที่ออกแบบมาเฉพาะแต่ละบุคคล ทำให้รูปหน้าดูละมุน มีมิติมากขึ้นรับกับรูปหน้าของเรา เสริมเสน่ห์ ใครๆ ก็เอ็นดู เสริมหน้าผากกับหมอยุ้ย ด้วยเทคนิคการซ่อนแผล ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น บวมช้ำน้อย ใช้เวลาพักฟื้นเพียง 3-5 วันเห็นผลทันทีหลังทำ ใช้ซิลิโคนเกาหลีเกรดพรีเมียม

เสริมหน้าผาก มีกี่วิธีและต่างกันอย่างไร

เสริมหน้าผาก

หากพูดถึงการศัลยกรรมอันดับต้นๆ ที่สาวๆ เลือกเพื่อปรับลุค ปรับโหงวเฮ้ง ก็คงหนีไม่พ้นการศัลยกรรม “เสริมหน้าผาก” ที่บอกแบบนี้เพราะการเสริมหน้าผากเป็นหนึ่งในวิธีซึ่งทำให้ใบหน้ามีความสมดุล รับกับจมูก และคาง ดูสมบูรณ์แบบ และลงตัวมากขึ้น อีกทั้งมีการศัลยกรรมหน้าผากเพื่อปรับโหงวเฮ้ง “หน้าผากรับทรัพย์” (ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อ) การเสริมหน้าผาก อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละรูปหน้าของแต่ละคน รวมไปถึงเรื่องกรรมพันธุ์ เชื้อชาติ และเพศ ซึ่งวันนี้เราจะมาสรุป 3 วิธีการเสริมหน้าผากที่แตกต่างกัน เพื่อการตัดสินใจเบื้องต้นก่อนเข้ารับการปรึกษาแพทย์ ว่าเรานั้นเหมาะกับการเสริมหน้าผากแบบไหนนั่นเอง เสริมหน้าผากด้วยฟิลเลอร์เป็นการรักษากึ่งศัลยกรรม โดยการเติมสาร Hyaluronic Acid หรือ เรียกสั้นๆว่า HA สารเติมเต็มประเภทหนึ่ง ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของคอลลาเจน ใช้ในการสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว เมื่อนำมาเติมหน้าผากจะใช้ในปริมาณที่มาก โดยส่วนใหญ่จึงเติมเป็นจุดๆ และเน้นแก้ไขเฉพาะส่วน ทั้งยังสามารถเลือกได้ว่าจะใช้เนื้อฟิลเลอร์ระดับความนิ่ม ปานกลาง ไปถึงแข็ง ซึ่งระดับต่างๆ ก็จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่ในผิวเราด้วยเช่นกัน ที่สำคัญการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นจุดที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอที่มีประสบการณ์การฉีดก่อนเข้ารับริการจึงจะดีที่สุดค่ะ ข้อควรรู้เพิ่มเติม : ถึงวิธีนี้แผลจะสามารถหายได้ใน 2 วัน ใช้เวลาเสริมสั้น และไม่ต้องพักฟื้น แต่หากเทียบกับวิธีอื่นราคาอาจจะสูงกว่า เพราะไม่ถาวร ต้องมาเติมหลังผ่านไป