แชมพูสระผม

วิธีสระผมที่บ้าน ให้เหมือนสระที่ร้าน

วิธีสระผม

วิธีสระผม ที่บ้านให้เหมือนออกมาจากร้าน แถมยังสบายหัวสุดๆ แนะนำ 3 ขั้นตอน แต่ต้องบอกว่าเป็นทริคที่อิงจากสไตล์การสระผมของบางร้านเท่านั้นน้า กะปริมาณแชมพูให้ตรงกับการสระผมแต่ละรอบ รอบ 1 เอาสิ่งสกปรกติดผมออก ใส่แชมพูเล็กน้อยบนผมเปียกหมาด รอบ 2 เน้นเกาช่วงโคนผม โดยใช้แชมพูมากกว่ารอบแรก แล้วค่อยๆ ชโลมน้ำระหว่างสระ รอบ 3 เน้นสระโคนจนถึงปลาย ให้แชมพูมากกว่ารอบแรก น้อยกว่ารอบสอง บนผมเปียก *ปริมาณการใช้แชมพูขึ้นอยู่กับความยาวของผมนะจ้า ขั้นตอนสุดท้ายลงครีมนวด ลงครีมนวดบนผมเปียกหมาด แล้วเน้นเฉพาะช่วงกลางถึงปลายผม และใช้ครีมนวดที่ติดมือที่เหลือ นวดศีรษะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด TIP: เวลาเช็ดผมไม่ควรขยี้ผม แค่ซับน้ำออก แล้วเป่าให้แห้ง ช่วยให้เส้นผมไม่พันกันและจัดทรงได้ง่ายขึ้น ส่วนการสระผมที่เหมาะสม อ่านต่อ CLICK

สระผมบ่อยแค่ไหน คำถามคาใจที่เราจะบอกคำตอบให้เอง

สระผมบ่อยแค่ไหน

หนังศีรษะก็เหมือนผิวหนัง ที่มีต่อมไขมันที่ผลิตน้ำมันธรรมชาติที่เรียกว่าซีบั่ม เพื่อคงความชุ่มชื่น แต่ความพิเศษของซีบั่มบนหนังศีรษะมีความเชื่อว่าสามารถจับฮอร์โมนที่เป็นสาเหตุของการเกิดผมร่วงได้ เพราะฉะนั้นหากเราสูญเสียน้ำมันธรรมชาตินี้ไปมากๆ ก็มีสิทธิ์เกิดผมร่วงได้มากขึ้นนั่นเอง “โดยเฉลี่ยควรสระผมสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง และควรเลือกสูตรยาสระผมให้ตรงสภาพ จะช่วยคงความสะอาดไว้ได้นานขึ้น” การกำหนดจำนวนการสระต่อสัปดาห์นั้น ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยนะ หากเป็นคนหนังศีรษะที่ปกติ ไม่มันหรือแห้งเกินไป แน่นอนว่าจะสระทุกวัน หรือ สัปดาห์ละ 3-4 วันก็ทำได้ เพื่อแค่เลือกสูตรแชมพูให้ตรงกับสภาพเส้นผม และไม่ทำร้ายเส้นผมที่กระตุ้นให้เกิดความมันเพิ่มก็พอ เช่น การใส่ที่จัดแต่งทรงมากเกินไป หรือการสระผมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน คนที่มีศีรษะมัน มีผมบาง และผมตรง แนะนำว่าควรสระผมสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง หรือวันเว้นวันได้ หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าหากหนังศีรษะมันควรจะสระทุกวัน แต่การสระผมทุกวันมากอาจจะมากเกินไปจนทำให้นำเอาน้ำมันธรรมชาติออกมาด้วยก็เป็นไปได้ ทำให้เกิดเป็นสะเก็ดรังแคและผมร่วงมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหากเราลดความถี่ลงหน่อย เลี่ยงพฤติกรรมที่ไปกระตุ้นการผลิตน้ำมันเพิ่ม เช่น การหวีผมบ่อยเกิน ก็จะลดถวามถี่ในการสระผมได้เช่นกัน หนังศีรษะแห้ง มีผมเส้นใหญ่ และหนา รวมถึงคนผมหยักศก อาจจะสระได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะน้ำมันธรรมชาติจะกระจายตัวหรือเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าเส้นผมบาง และผมตรง โอกาสที่ศีรษะจะมันเกินไปก็จะน้อยกว่า ความถี่ในการสระจึงลดลงตามได้นั่นเอง

Paraben สารกันบูดในเมคอัพที่ควรทำความเข้าใจให้ดี

คงเคยได้ยินว่า ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ความงามจะดีต่อผิวเราไปซ่ะหมด แต่มีแค่ตัวไหนดีกว่าตัวไหนเท่านั้นอีก เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องของสภาพผิวที่เปลี่ยนไปตามฮอร์โมน พันธุกรรม และไลฟ์สไตล์แต่ละคน รวมถึงส่วนผสมที่ต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งตัวส่วนผสมนี่แหละคือสิ่งที่เราสามารถเลือกให้ตัวเองได้ ถ้าตามหลักแพทย์ผิวหนังจะมีประเด็นหรือส่วนผสมยิบย่อยมากที่ควรระมัดระวังหรือไม่ควรใช้เลย แต่ในฐานะผู้บริโภค เราควรรู้ข้อมูลพื้นฐานของส่วนผสมที่ได้ยินบ่อยๆ และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว และอาจมีผลต่อร่างกายได้หากได้รับปริมาณที่มากเกิน ครั้งนี้เราจึงจะมาพูดถึงตัวพาราเบน (Paraben) ส่วนผสมที่มีเกือบทุกผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน “ปราศจากพาราเบน” คำพูดที่คุ้นหู แต่ไม่คุ้นความหมาย หลายคนเข้าใจผิดว่าพาราเบนคือชื่อ แบคทีเรียชนิดหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วพาราเบนคือ สารกันบูดชนิดแรกที่ถูกขนานนามตั้งแต่ปี 1950 เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ในการทำหน้าที่ป้องกันพวกเชื้อราและแบคทีเรียที่อาจเกิดขึ้นในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ได้ การศึกษาที่ยังคลุมเครือว่า พาราเบนอาจก่อให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนเพศหญิง เคยมีการศึกษาว่า พาราเบนจะซึมสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง และยังมีโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิงชื่อว่า เอสโตรเจน (ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิง) โดยการเลียนแบบผลเสมือนฮอร์โมน ทำให้เกิดการผลิตฮอร์โมนชนิดนี้มากเกินจนอาจไปกระตุ้นการแบ่งเซลล์ของเต้านมได้ และในปี 2004 ยังเคยมีการศึกษาในประเทศอังกฤษ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเพศหญิง 20 คน ในจำนวน 19 คน พบสารพาราเบน 5 ชนิดตกค้างในเนื้อเยื่อเต้านม แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม เพียงแค่เป็นข้อมูลว่า สามารถซึมลงสู่ผิว และค้างอยู่ในนั้นได้ แต่จากการศึกษาพาราเบนอีกครั้งในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมหาวิทยาลัย UC of

ไขข้อข้องใจ “สระผมทุกวันทำได้ หรือ ทำให้ผมเสีย”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยสถานการณ์ COVID-19 ทำให้สาวๆเกิดคำถามเรื่องการทำความสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นผม ที่เราจะรู้กันอยู่แล้วว่าการสะสมบ่อยเกินไป หรือ สระผมทุกวันอาจจะไม่ส่งดีกับเส้นผม และหนังศีรษะบางประเภท อาทิ ใครที่ไม่ได้มีปัญหาหนังศีรษะ รังแค เส้นผมปกติ ก็ควรสระผมสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งก็เพียงพอ แต่ด้วยสถานการณ์ข้างต้น ทำให้เราจำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตกันมากขึ้น ยิ่งใครที่ยังต้องออกไปทำงานข้างนอก มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเจอเชื้อไวรัส การปกป้องตัวเองให้มากที่สุดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องใส่ใจ ฉะนั้นวันนี้ Beauty See First จึงได้ไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ Phyto Thailand เรื่องการสะสมทุกวันว่าสงผลเสียยังไง สามารถทำได้ไหม และถ้าไม่สะสมทุกวันมีวิธีการดูแลทำความสะอาดเส้นผมอย่างไรได้บ้างในช่วงนี้ BSF : ถ้าอยากสระผมทุกวันทำได้ไหมPHYTO : การสระผมขึ้นอยู่กับประเภทของเส้นผมและหนังศีรษะ  ถ้าเส้นผมปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องความมันหรือรังแค ควรสระผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือวันเว้นวัน แต่ถ้าเป็นคนที่มีรังแค หรือหนังศีรษะมัน อาจทำให้มีความจำเป็นต้องสระผมบ่อย หรือสระเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถทำได้เพื่อลดการสะสมของความมัน รังแค บนหนังศีรษะและเส้นผม ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือผมร่วง ทั้งนี้หากใช้แชมพูที่ไม่เหมาะสม หรือแรงเกินไปเป็นประจำทุกวัน อาจก่อให้เกิดผลเสียอื่นๆ ตามมาได้ เช่น