แบคทีเรีย

ฟองน้ำแต่งหน้า แหล่งสะสมเชื้อโรคมากที่สุด

ฟองน้ำแต่งหน้า

ฟองน้ำแต่งหน้า หนึ่งในงานวิจัยที่เคยถูกศึกษาในอังกฤษ กับการนำเมคอัพและอุปกรณ์แต่งหน้ามาทำการเทียบกันดูเลยว่าอันไหนมีแบคทีเรียสะสมมากกว่ากัน ผลปรากฎว่า รวมๆ แล้วทุกชิ้นมีโอกาสสะสมแบคทีเรียสูงถึง 70-90% และหากแยกเป็นชิ้นๆ ชัดเจนเลยว่า ฟองน้ำทรงหยดน้ำ มาเป็นอันดับหนึ่งที่เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียมากที่สุด ฟาดไปสูงถึง 56.96% เกิดจากลักษณะการใช้ที่มักใช้คู่กับรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ที่มีความชื้น พอเราไม่ทำความสะอาด ความชื้นนี้มันก็ยังเกาะอยู่ที่ฟองน้ำ แล้วกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีของเชื้อรานั่นเอง ในขณะที่ลิปสติกมีอัตราการปนเปื้อนน้อยที่สุด (แต่ก็ใช่ว่าไม่มีนะจ้า) สถานที่และพฤติกรรมของเราเองก็มีส่วน ซึ่งแน่นอนว่าพฤติกรรมของสาวๆ ปัจจุบัน (หรืออาจคุณผู้ชายบางคน) ก็พึ่งการแต่งหน้าเพื่อลุคที่ดีขึ้นแทบทุกวัน และก็หนีไม่พ้นสถานที่ไม่กี่แห่งที่จะเสริมสวยหล่อได้ เช่น หน้ากระจกห้องนอน, ในห้องน้ำ, บนรถส่วนตัว หรือแม้แต่สถานที่สาธารณะ บางทีเราก็หยิบมาเติมหน้า ว่าแต่สถานที่มันไปเกี่ยวอะไรกับฟองน้ำ ก็เพราะพฤติกรรมส่วนใหญ่จากการศึกษางานวิจัย ให้ข้อมูลเพิ่มว่า คนเราทำฟองน้ำตกพื้นมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นถึง 64.4% เลยทีเดียว แล้วคิดสิว่าแต่ละที่ที่เราแต่งหน้า แบคทีเรียจะมหาศาลแค่ไหน แค่คิดว่า บรึ้ยยยยแล้วใช่ไหมล่ะ!? แล้วควรทำความสะอาดฟองน้ำบ่อยแค่ไหน เมคอัพชิ้นอื่นมีวันหมดอายุระบุบนผลิตภัณฑ์แต่ฟองน้ำไม่มี! เราจึงควรมีวินัยหมั่นทำความสะอาด โดยเราแนะนำให้ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และควรจะเปลี่ยนอันใหม่ทุกๆ 3-6 เดือน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ในแต่ละคนว่าใช้บ่อยแค่ไหน ทางที่ดีอย่าปล่อยให้มีความชื้น เลี่ยงเก็บหรือวางในห้องที่อาจมีแหล่งแบคทีเรียสูงอย่างห้องน้ำนั่นเอง สุดท้ายอยากฝากว่าอุปกรณ์แต่งหน้านั้นนอกจากจะต้องรักษาความสะอาดแล้ว การเลือกอย่างเหมาะสมว่าจะใช้ชิ้นไหนดีเพื่อเสริมให้ผิวยิ่งเป๊ะขึ้น สามารถอ่านต่อที่

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนแปรงสีฟัน กับเรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้

เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรามากถึงมากที่สุด และจำเป็นต้องทำทุกเช้า คือการแปรงฟัน นั่นเอง แต่รู้หรือไม่! ว่าแปรงสีฟันก็เป็นหนึ่งในแหล่งสะสมแบคทีเรียที่อาจทำร้ายสุขภาพเราได้ แต่ที่เราพูดแบบนี้ไม่ได้ให้ทุกคนเลิกแปรงฟันนะ แค่ปรับพฤติกรรมบางอย่างก็เพียงพอจ้า เพราะช่องปาก คือ แหล่งสะสมของแบคทีเรีย ในช่องปากของเราถือว่าเป็นแหล่งที่อยู่ของเชื้อแบคทีเรียหลายร้อยชนิด ที่พร้อมจะเติบโตในทุกๆ สภาวะ การดูแลช่องปากทั้งเรื่องการกิน การทำความสะอาดจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดการสะสมเชื้อแบคทีเรีย และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาช่องปากต่างๆ การแปรงฟันถือเป็นหนึ่งในด่านแรกที่เราควรใส่ใจอย่างมาก เพราะจากงานวิจัยของทางมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ได้ออกมาเผยข้อมูลเมื่อปี 2012 ว่า ในแปรงสีฟันถือเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียมากถึง 10 ล้านตัวเลยทีเดียว สิ่งรอบตัวมักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และล่าสุดเมื่อปี 2015 ก็มีงานวิจัยเพิ่มเติมของทางมหาวิทยาลัย Quinnipiac พบว่า เกือบร้อยละ 60 ของแปรงสีฟันที่ถูกทดสอบจะมีการปนเปื้อนของอุจจาระ ถ้าเราใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อื่นก็มีโอกาสมากถึงร้อยละ 80 ที่จะติดเชื้อโรคจากอุจจาระของผู้อื่นอีกด้วย เพราะฉะนั้นการรับมือกับสิ่งเหล่านี้ เราสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ ดังนี้ ลดเชื้อโรคได้ง่ายๆ แค่ปรับพฤติกรรมที่ทำทุกวัน 1.ควรปิดฝาชักโครกทุกครั้งที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ เพื่อป้องกันเชื้อโรคกระเด็นไปโดนแปรงสีฟัน เพราะขณะที่เรากดชักโครก เชื้อโรคจะกระเด็นไปติดที่ต่างๆ ได้ไกลถึง 2 เมตรเลยทีเดียว โอ้ววว น่ากลัวแท้! 2.ไม่ใช้ฝาครอบหัวแปรงในขณะที่แปรงนั้นชื้นอยู่ เพราะเชื้อแบคทีเรียจะยิ่งชอบมากเพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดีมาก