BASIC SKIN RULE

อาหารกระตุ้นสิว ได้จริงหรอ?

“สิว” คำนี้ได้ยินแล้วสะดุ้งเลยใช่ไหมคะ ก็สิวเป็นปัญหาผิวที่ไม่ว่าสาววัยไหนก็ต้องเจอ ทว่าเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะความเครียด กรรมพันธุ์ ยา และอาหาร โดยสาเหตุหลักที่หลายคนมองข้าม จนละเลยคือเรื่องง่ายๆในชีวิตประจำวันอย่างการทาน ฉะนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมอาหารที่สาวๆเข้าใจว่าทำให้เกิดสิวมาให้รู้กัน ทานแล้วเป็นสิวจริงไหม? โพสต์นี้มีคำตอบ 1.นม ผลิตภัณฑ์จากวัว กินปุ๊บระวังสิวโผล่ทัก Hi!!! #เราสิวเองผลิตภัณฑ์จากวัว ไม่ว่าจะนม ชีส เนย นมข้น จะมีโปรตีนบางชนิดในนมมาช่วยกระตุ้นการเกิดสิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากนม ที่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกี่ยวกับสิวได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะยังไม่มีบทสรุปที่แน่นอน แต่แพทย์หลายท่าน ต่างลงความเห็นตรงกันว่า ฮอร์โมนจากนมน่าจะเป็นต้นตอของสาเหตุการเกิดสิว ฉะนั้นลองจำกัดปริมาณการทานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมในแต่ละวันดู 2.เค้ก ขนมหวาน อาหารน้ำตาลสูงสิวขึ้น น้ำหนักขึ้น ฉันไม่ยอมเป็นทาสคุณหรอกนะอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง อย่าง ขนมปังขาว แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด น้ำหวาน ข้าวขาว รวมถึงขนมหวานและเค้ก มีหลายสถาบันได้วิจัยและลงความเห็นว่า อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงหรืออาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูง ทำให้เกิดสิวเห่อได้ แต่แพทย์ไม่แนะนำให้งดการทานน้ำตาลไปเลย ทว่าควรเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง อย่าง ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย และเมล็ดพืชต่างๆ แทนการทานแป้งและน้ำตาล 3.ช็อคโกแลตบางชนิดไม่สรุปว่าทำให้เป็นสิว แต่มีน้ำตาลสูง ถ้าสิวเห่อ ก็หยุดเหอะช็อคโกแลตทำให้เป็นสิว

ผิวแห้ง VS ผิวขาดน้ำ แฝดคนละฝาของผิวไม่ชุ่มชื่น

ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ฟังดูเหมือนเรื่องเดียวกันว่าไหมคะ? น่าจะด้วยหน้าตาที่คล้ายกันเหมือนแฝดคนละฝา แต่รู้ไหมว่า… จริงๆ แล้วเค้าต่างกันทั้งสาเหตุ สภาพผิว และการดูแล   จะเรียกว่าเป็นเทรนด์ก็อาจจะใช่ หรือ เพราะสาวๆ เรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองมากขึ้นก็ไม่ผิด ทำให้หลายต่อหลายคนหันมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพผิว เรียนรู้ และดูแลอย่างถูกวิธีกันมากขึ้น แต่ก็ยังมีสาวๆ บางกลุ่มที่สับสนกับผิวของตัวเองโดยเฉพาะผิวแห้ง และ ผิวขาดน้ำ ส่งผลให้เลือกซื้อครีมบำรุงไม่ตอบโจทย์ ดูแลผิดๆ ถูกๆ วันนี้ Beauty See First จึงอยากชวนสาวๆ มาทำความเข้าใจ พร้อมไขข้อสงสัยว่าผิวแห้ง ผิวขาดน้ำนั้นต่างกันยังไง  เกิดมาก็ผิวแห้ง หรือ แห้งเพราะใต้ผิวมีน้ำน้อยสาวผิวแห้ง คือ สาวๆ ที่เกิดมาพร้อมกับผิวแห้ง ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยกว่าปกติ ทำให้เก็บความชุ่มชื่นได้ไม่นาน ส่วนสาวผิวขาดน้ำเกิดได้กับทุกสภาพผิว จะผิวมัน ผิวแห้ง ผิวเป็นสิว หรือ ผิวผสม ก็เป็นสาวผิวขาดน้ำได้หมด หากใต้ผิวมีน้ำน้อย ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ แยกง่ายๆ แค่ดูให้เป็นวิธีการสังเกตว่าเราเป็นสาวผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ ให้ดูหลังล้างหน้า

How to (ใช้) ทาครีมแค่ไหนถึงได้ผล

เพราะปริมาณสัมพันธ์กับผลลัพธ์ บางคนศึกษาข้อมูลอย่างดี เลือกครีมที่เหมาะกับผิว ดูแลอย่างสม่ำเสมอ แต่ทำไม? ไม่เห็นผลเหมือนคนอื่นเค้า เพราะนอกจากคุณสมบัติ สภาพผิว ความสม่ำเสมอในการใช้แล้ว ยังมีเรื่องของปริมาณที่สาวๆต้องให้ความสำคัญ ถ้าไม่อยากตกม้าตายเพราะเรื่องง่ายๆ ลองมาดูกันสิว่า ครีมแต่ละประเภท ใช้เท่าไหร่ถึงได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด มอยเจอร์ไรเซอร์ : มะเขือเทศเล็ก 1 ผลครีมที่ให้ความชุ่มชื่นอย่างมอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้แค่ 1 ผลมะเขือเทศลูกเล็กเท่านั้น โดยทาได้ทั่วทั้งใบหน้า และลำคอ หากใครมีครีมทาคอเฉพาะ ก็อาจจะลดปริมาณครีมทาหน้าลงได้ที่ 3/4 ของผลมะเขือเทศเล็ก เท่านี้ก็จะได้ความชุ่มชื่น และผลลัพธ์ของความตามที่ต้องการแล้วค่ะ เซรั่ม : แคนเบอร์รี่แห้ง 1 ผลเพราะเซรั่ม คือ การบำรุงแบบเข้มข้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณที่มาก ไม่ว่าจะเนื้อแบบลิควิด หรือ แบบครีม ให้กะปริมาณแค่ 1 ผลแคนเบอร์รี่แห้ง ต่อการใช้ 1 ครั้ง โดยทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ส่วนผสมคุณสมบัติสามารถเลือกได้ตามปัญหาของแต่ละคน ไม่ว่าจะให้ผิวกระจ่างใส เติมความชุ่มชื่น หรือลดเลือนริ้วรอย ออยล์ : แมคาเดเมีย

รู้จักและเข้าใจ “รอยแดง รอยดำ” พร้อมจัดการให้อยู่หมัด

เพราะสิวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย และสิ่งที่ตามมาก็คือรอยแดงรอยดำ เกิดก็ง่ายหายก็ช้า แต่เชื่อเถอะว่าเรามีวิธี วันนี้เลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักรอยแดง อยดำแบบล้วงลึก แต่เข้าใจง่ายใน 3 นาที ทำความรู้จัก “รอยแดง รอยดำ” ฉบับย่อรอยสีแดงหรือน้ำตาลที่ทิ้งไว้หลังสิวหายเกิดจากเม็ดสีบนผิวเข้มขึ้น เรียกอีกอย่างว่า รอยหลังผิวหนังอักเสบ เนื่องจากอาการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากการอักเสบบนผิวหนัง โดยรอยดำจะมีสีน้ำตาล รอยแดงจะมีสีแดง ความเข้มมากน้อยขึ้นอยู่กับการโดนแสงแดดด้วยเช่นกัน “รอยแดง รอยดำ” แยกออกได้ง่ายนิดเดียวรอยแดง : ใช้นิ้วกดค้างไว้ แล้วปล่อยสีเราจะจางไปแปบนึง รอยดำ : กดแช่ไปเลยสีไม่เปลี่ยน และไม่จางลง “รอยแดง รอยดำ” เกิดที่เดียวกัน ดูแลต่างกันรอยดำ ​: เกิดจากสิวเกิดขึ้นจากความพยายามบีบสิว ทำให้ผิวเสียหายจนกลายเป็นแผล  ซึ่งสีของรอยดำนั้นจะไม่เสมอกัน และปัจจัยที่ทำให้สีเข้มรักษาหายยากก็ คือ แสงแดด  รอยแดง : เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิว ยิ่งปล่อยไว้นานจะหายยาก เพราะร่างกายของเราไม่มีระบบการทำลายเส้นเลือด วิธีการดูแลคือต้องหมั่นทาครีม และทำเลเซอร์ร่วมด้วยจะช่วยให้รอยแดงจางไวขึ้น รอยแดง รอยดำ” หายได้ถ้ารู้วิธีรอยดำ : เป็นรอยที่รักษาและเห็นผลได้ไวจากครีม Whitening ต่างๆ เพราะเกิดจากเม็ดสีเมลานิน

10 สเต็ป บำรุงผิวเช้า-เย็น เวอร์ชั่น K-Beauty

เคยสงสัยกันบ้างไหมคะ? ว่าทำไมสาวเกาหลีถึงได้มีผิวที่ดูสวยใส และฉ่ำวาว วันนี้เรามีทริค และสเต็ปการบำรุงผิวสไตล์ K-Beauty ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาด ไปจนถึงการบำรุง มาดูกันสิว่ากว่าจะมีผิวเนียนใสระดับ 4K เค้ามีขั้นตอนอะไรบ้างนะ STEP 1 : Cleansing สาวเกาหลีส่วนมากจะชอบใช้แบบเนื้อออยล์ หรือเนื้อบาล์ม เพื่อให้ง่ายต่อการนวดสิ่งสกปรกและเมคอัพออกจากผิว แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Eye&Lip Makeup Remover เน้นที่ตาและปาก ซึ่งเป็นจุดที่เรามักลงเมคอัพมากที่สุด จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น และใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ  TRY : Clean It Zero Cleansing Balm สูตร Nourishing จาก Banila Co (1,090 บาท) กระปุกนี้เป็น 3 in 1 ที่ทั้งล้างเครื่องสำอาง เป็นคลีนซิ่งออยล์ โฟมคลีนเซอร์ เหมาะกับผิวแห้ง ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางกันน้ำ และยังไม่ทำให้ผิวแห้ง ชุ่มชื่นตลอดแม้ล้างออกแล้ว STEP 2 : Cleanser

“ฝ้า กระ” ต่างกันอย่างไร? รู้ไว้แก้ได้ไว

เคยได้ยินใช้ไหมคะ ออกแดดมากๆ ระวังเป็นฝ้า กระ แต่เคยรู้กันบ้างไหมว่า “ฝ้าและกระ” มีความแตกต่างกันยังไงวันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบนั้นกัน ถ้าวันนึงเราเจอว่าใบหน้ามีรอยปื้นๆ สีน้ำตาล หรือไม่ก็จุดสีน้ำตาลเล็กๆ กระจายทั่วใบหน้า รู้ไหมคะว่าเป็นอาการของอะไร บางคนตอบถูก บางคนตอบผิด และหลายคนด้วยซ้ำที่รู้ว่าฝ้า กระ เกิดจากอะไรได้บ้าง แต่แค่ยังแยกไม่ออกว่าแบบไหนเรียกว่าฝ้า แบบไหนเรียกว่ากระ วันนี้ Beauty See First ขอพาสาวๆทำความรู้จัก ฝ้า กระ 2 ศัตรูตัวร้ายที่เป็นอุปสรรค์ต่อผิวเรียบเนียน ลักษณะ “ฝ้า และ กระ” ดูง่ายนิดเดียว ฝ้า เป็นรอยปื้นๆ ใหญ่ๆ สีน้ำตาลเข้มกว่าผิวเรา ส่วนมากจะเจอในคนผิวขาวมากกว่าผิวสองสี และเป็นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายด้วย ระวังให้ดีนะคะสาวๆ กระ ลักษณะจะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาล พบได้บนใบหน้า ใครที่คุณพ่อ คุณแม่ เป็น กระ จะมีโอกาสเป็นกระ มากกว่าคนอื่นๆ และยังมีจากสาเหตุอื่นๆอีกเยอะเลยค่ะ รู้ไว้แก้ได้ไว “ฝ้า และ กระ”

สครับหัวจรดเท้า “ขัดและผลัด” ผิวยังไงให้สวยปั๊วปัง

เพราะสครับเหมือนดาบสองคม ใช้เป็นก็ให้ผิวสวย ใช้พลาดก็อาจทำร้ายผิวได้ ฉะนั้นเพื่อความปั๊วปังตั้งแต่หัวจรดเท้า วันนี้เราเทคนิคการเลือก และใช้สครับ เพื่อการขัดและผลัดที่อ่อนโยน “สครับ” ไอเท็มจิ๋ว ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดจุดด่างดำ และริ้วรอยนั้น เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่หลายคนมักมองข้าม อาจจะด้วยความเข้าใจผิดว่าสครับจะทำให้ผิวแห้ง ผิวบาง และเกิดการระคายเคือง อีกทั้งยังเลือกสครับไม่ถูก ใช้สครับไม่เป็น หรือหาสครับที่เหมาะกับแต่ละจุดไม่เจอ วันนี้เราจึงชวนสาว Beauty See First มาทำความรู้จักสครับแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำ 5 สครับ หัวจรดเท้า ตัวไหนใช้จุดไหนไปดูกัน ข้อดีของสครับที่คุณอาจไม่เคยรู้ #อ่านจบแล้วขัดด่วน ขัดให้ผิวกระจ่างใส : ส่วนมากจะมีส่วนผสมของเกลือ เพราะมีแร่ธาตุที่สำคัญต่อผิวและร่างกาย สูตรนี้พบในสกินแคร์ และหลายสปาที่นำมาขัดตัว ขัดผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว : แนะนำสครับสูตรน้ำตาล หรือส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง หลังสครับผิวนุ่ม ชุ่มชื่น เป็นการปรับสมดุลเซลล์ผิวใหม่ ขัดเพื่อการไหลเวียนเลือด : เมื่อผิวได้รับการสครับอย่างต่อเนื่องจะเกิดการไหลเวียนเลือด และน้ำเหลืองที่ดี ให้ผิวดูเนียบนระเรื่อมีเลือดฝาด ขัดเพื่อลดเลือนริ้วรอย : สครับกาแฟ คือ

อยู่อย่างไรให้ผิวรอด? ในช่วง PM2.5 พุ่งปรี๊ด

ดูท่าทางคำว่า PM2.5 จะไม่ยอมไปไหนง่ายๆ และยังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ซึ่งนอกจากมาตรการต่างๆ ที่เราเตรียมพร้อมรับมือ อย่างการใส่หน้ากากอนามัย, การดื่มน้ำให้เพียบพอเพื่อช่วยในการดีท๊อกซ์สารพิษ หรือการทานของที่มีประโยชน์ให้มีภูมิต้านทานแล้ว การดูแลตัวเองตั้งแต่ผิว เส้นผม รวมถึงการเลือกใช้สกินแคร์และเมกอัพ ก็ยังเป็นหนึ่งในการรับมือให้อยู่ผิวอยู่รอด พร้อมลดโอกาสการได้รับผลกระทบไปได้บ้าง ซึ่งจะมีวิธีไหน? แคปเก็บไว้ในมือถือได้เลย ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะสารพัดสกินแคร์ในยุคนี้มาในสูตรที่ออกแบบมาเพื่อต้านมลพิษโดยเฉพาะหรือจะลองมองหาสกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีวิตามินซี และอีเป็นส่วนผสมหลัก รวมถึงจำพวก สารเติมความชุ่มชื่นจะช่วยเสริมความแข็งแรงของปราการผิว ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิว เสริมความแข็งแรงของปราการผิวเพราะตัวสกินแคร์จะเปรียบเสมือนสิ่งที่เคลือบผิวไว้เป็นเสมือนเกราะกำบัง พร้อมมีส่วนช่วยในการลดการระคายเคืองของผิวยามต้องเผชิญกับฝุ่นควันมลภาวะ เพราะรังสียูวีไม่ได้ให้ผิวหมองคล้ำเพียงอย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่รังสียูวี มีส่วนสำคัญในการทำร้ายผิวนานับประการและเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวหลักๆ ที่หลายคนประสบ ทั้งเรื่องริ้วรอย ความหย่อนคล้อย การสูญเสียความชุ่มชื่น และอีกสารพัดปัญหา นอกจากนี้ยังมีส่วนในการทำลายปราการผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ ที่เมื่อต้องเจอกับมลภาวะด้วยแล้วรั้นจะยิ่งทำให้ผิวแย่ลงไปอีก ซึ่งก็จะส่งผลต่อเนื่องไปให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง แสบแดง เป็นสิวยาวไปจนถึงเกิดการอักเสบของผิว ดังนั้นไม่ควรลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาดในทุกๆวัน โดยเลือกค่า SPF ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ หากใครต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน SPF50 PA++++ ถือเป็นค่าที่พอเหมาะ (แต่ต้องทาซ้ำทุก30 นาทีนะ ถ้าอยู่กลางแจ้งต่อเนื่อง )ส่วนหนุ่มสาวออฟฟิศ เลือก SPF 30