covid19

วิธีเช็คเบื้องต้น กลุ่มไหนเสี่ยงจากไทม์ไลน์โควิด 19

ไทม์ไลน์คนติดโควิด

ไทม์ไลน์หนึ่งในสิ่งที่หลายคนตั้งตารออัพเดตกันทุกวัน ไม่รู้ว่าแจ็กพอตจะไปแตกตรงไหนบ้าง (เป็นแจ็กพอตที่ไม่อยากได้ด้วยนะ) แต่หลายคนยังคงกังวลว่าหากตามไทม์ไลน์มีสถานที่ที่เราเคยไปหรือใช้บริการร่วมกับผู้ติดเชื้อจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเสี่ยงแค่ไหน ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงคือกลุ่มที่คลุกคลีกับผู้ป่วยโดยตรง แน่นอนว่าหลังเปิดไทม์ไลน์มาแล้ว กลุ่มที่จะถือว่าเป็นสัมผัสเสี่ยงสูงเลยคือผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน รวมถึงผู้ที่คลุกคลีกับผู้ป่วยใกล้ชิดชัดเจน โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย กลุ่มนี้แม้ไม่มีอาการ ทางกรมควบคุมโรคก็ถือว่าต้องเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อเช่นกัน ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อมา คือกลุ่มที่โดนสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยโดยตรง อย่าง ผู้ที่ถูกผู้ป่วยไอจามใส่ มีการพูดคุยในระยะ 1 เมตรเกิน 5 นาที หรืออยู่ในสถานที่ปิดแออัดกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตรเกิน 15 นาที โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย กลุ่มนี้ทางกรมควบคุมโรคก็ถือเป็นผู้เสี่ยงสูง ควรกักตัว 14 วัน และตรวจหาเชื้อ ยิ่งหากเมื่อรู้สึกมีอาการ แต่ในขณะเดียวกันหากสวมหน้ากากอนามัยตลอด โอกาสเสี่ยงก็ลดลงตามนั่นเอง ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ก็ควรกักตัว และตรวจเชื้อเมื่อมีอาการ ตามข้อมูลของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเอกสารออนไลน์ทางกรมควบคุมโรค ได้แบ่งกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดไว้ตามข้อสรุปต่างๆ ดังนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ในสถานที่พักเดียวกัน เช่น หอพัก คอนโด เพราะมีโอกาสที่กลุ่มนี้อาจใช้ส่วนกลางร่วมกัน ผู้ร่วมงาน ร่วมโรงเรียน พนักงานบริการที่พบปะ ซึ่งกลุ่มนี้จะยิ่งเสี่ยงลดลงหากสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และดูแลความสะอาดตามคำแนะนำกรมควบคุมโรค ผู้ท่องเที่ยวร่วมกลุ่ม โดยกลุ่มนี้หากมีอาการก็ควรตรวจหาเชื้อ เพราะมีโอกาสติดเชื้อเช่นกัน ใช้บริการรถสาธารณะเดียวกัน

ตอบข้อสงสัย หน้ากากแบบไหนใช้กันไวรัสโควิด 19 และฝุ่น PM 2.5 ได้บ้าง

หน้ากากอนามัย โควิด19 ฝุ่น PM2.5

ทุกวันนี้ออกจากบ้านนอกจากมือถือแล้ว สิ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือหน้ากาก! เพราะสภาพแวดล้อมบ้านเรามันโหดร้ายขึ้นทุกวัน ไหนจะฝุ่น ไหนจะไวรัสโควิดที่กลับมาระบาด อย่าการ์ดตกกันนะทุกคน! แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีคำถามเกี่ยวกับหน้ากากสารพัดชนิดอยู่เหมือนกัน ว่าตกลงหน้ากากแบบไหนมันใช้กันอะไรได้บ้าง? วันนี้เรามาสรุปให้ดูแบบเข้าใจง่ายๆ การป้องกันไวรัสโควิด 19 ไวรัสแห่งยุคที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก จริงๆ แล้วไม่ได้ป้องกันยากอย่างที่คิดนะคะ เพราะการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสจะผสมอยู่ในละอองสารคัดหลั่งจากการไอหรือจาม ซึ่งหน้ากากอนามัยทั้งชนิด Medical และ Non-Medical รวมถึงหน้ากากผ้าที่มีชั้นผ้า 3 ชั้นขึ้นไป สามารถกันได้สบายๆ แต่หน้ากากแบบฟองน้ำนั้นไม่สามารถป้องกันการซึมผ่านของละอองจากการไอจามได้ เอามาใส่ป้องกันไวรัสไม่ได้นะ ส่วนหน้ากากแบบชนิดมีวาล์ว ที่องค์กรหลายๆ ส่วนออกมาบอกว่าไม่แนะนำ ก็เป็นเพราะหน้ากากชนิดนี้ แม้จะสามารถป้องกันตัวผู้ใส่จากเชื้อไวรัสภายนอกได้ แต่กลับไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ใส่สู่ภายนอก สมมุติว่าผู้ใส่นั้นติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ แล้วไอหรือจามในที่สาธารณะ หน้ากากนี้ก็จะป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไม่ได้ยังไงล่ะ! การป้องกันฝุ่น PM 2.5 น้องฝุ่นตัวร้ายที่มาๆ หายๆ อาจไม่ถูกพูดถึงบ่อยเท่าไวรัสโควิด แต่ก็เป็นภัยเงียบที่จะมองข้ามไม่ได้นะ! อ้างอิงจากงานวิจัยที่เผยแพร่ในช่วงปี 2562 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด คือ หน้ากากชนิด N95 ที่สามารถป้องกันได้มากถึง 90.82% ในขณะที่หน้ากากอนามัยธรรมดาๆ

แนะนำการใช้ @AWAYCOVID19 แอดเพื่อน เตือนก่อนเข้าพื้นที่เสี่ยง

เป็นแอปที่ดีมากๆ สำหรับเพื่อนที่กำลังกังวลเรื่องการเดินทาง ช่วยแจ้งเตือนพื้นที่รอบๆ และตรวจเช็คการเดินทางเมื่อเข้าพื้นที่เสี่ยง ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน ข้อมูลมีการอัพเดตตลอดเวลา และชี้แจงอย่างละเอียด วิธีใช้ก็ไม่ยาก แค่เพิ่มเพื่อนในไลน์พิมพ์ว่า @AWAYCOVID19 ก็สามารถตรวจสอบการเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงผ่านแอพนี้ได้เลย เมื่อแอดเพื่อน จะขึ้นให้เห็นแถบเมนู ก่อนเข้าใกล้พื้นที่, สถิติผู้ติดเชื้อ, ค้นหาสถานพยายาล และเกี่ยวกับเราแมพพิเดีย เตือนก่อนเข้าใกล้พื้นที่มีเคส เมื่อกดเข้าไปแผนที่แสดงตำแหน่งที่เราอยู่ จุดเสี่ยง และสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อรอบๆเรา เราสามารถเลือกดูจุดสีแดง ของผู้ป่วยที่กำลังรักษาได้ว่า อายุเท่าไหร่ อาศัยอยู่ที่ไหน และมีประวัติการเดินทางอย่างไร เพื่อตรวจเช็คตัวเองต่อไป แถบเมนูค้นหาสถานที่ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สะดวก คือ สามารถเลือกตามจังหวัด หรือ พื้นที่ เพื่อตรวจเช็คเพศ อายุ ตำแหน่ง การรักษา และประวัติการเดินทาง หากต้องมีการเดินทางไปยังสถานที่ใดๆ เราสามารถเลือกจุดหมายที่จะไป และตรวจสอบจุดพื้นที่เสี่ยงได้ เพื่อเลี่ยงการเดินทางได้เช่นกัน ใน Awaycovid19 ยังอำนวยความสะดวก ด้วยการมีหมายเลขฉุกเฉิน แจ้งเตือน แจ้งเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือใดๆ สามารถติดต่อหน่วยงานต่างๆได้ เมนูสถิติผู้ติดเชื้อ น่าสนใจมาก คือ ทำรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแบ่งเป็นจังหวัด

อัปเดตสถานการณ์ รวมแบรนด์ความงาม ต้าน Covid-19

ไม่ว่าจะองค์กรไหนๆ ต่างก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 กันทั้งสิ้น แต่ความหวังของคนทั้งโลกก็ยังไม่หมดไป เมื่อบริษัทต่างๆ ร่วมมือร่วมใจให้ความช่วยเหลือเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส เหมือนกับแบรนด์ความงามเหล่านี้ที่ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการถึงความช่วยเหลือนานาประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยง Clarins : แบรนด์จากประเทศฝรั่งเศสอย่างคลาแรงส์รับมือกับปัญหาความขาดแคลนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อสำหรับมือ โดยปรับเขตอุตสาหกรรมในฝรั่งเศสทั้งหมดทำการผลิต และจัดส่งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อสำหรับมือจำนวน 14,500 ขวดขนาดใหญ่ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ โดยวัตถุประสงค์คือการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับมืออย่างต่อเนื่องเท่าที่ยังมีความจำเป็นในการใช้ และการส่งเสริมการมีสุขภาพดีของพนักงานทั้งหมดที่กำลังปฏิบัติงานในโรงงานอีกด้วย The Body Shop: เดอะ บอดี้ ช้อปฝั่งอเมริกาเหนือบริจาคผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 30,000 ชิ้นให้แก่ศูนย์พักพิงและชุมชนอาวุโสทั่วอเมริกาและแคนาดาเพื่อให้ผู้ที่เสี่ยงและผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและความสะอาด นอกจากนี้ทีมอเมริกาเหนือยังมีการเตรียมผลิตภัณฑ์ล้างมือให้กับพนักงาน โดยสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านไปใช้ได้ Unilever: หนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีแบรนด์ความงามในเครือไม่น้อย อย่าง Pond’s, Vaseline, Sunsilk, Dove, TRESemme และอีกมากมาย ได้ร่วมมือกับองค์กรยูนิเซฟ ไทยแลนด์ ในการบริจาคสบู่ และเจลแอลกอฮอล์รวม 150,000 ชิ้นให้แก่เด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ เพื่อตอบรับกับนโนบายแผนรับมือกันโรคระบาดในครั้งนี้ นอกจากนี้ยูนิลิเวอร์ สำนักงานใหญ่ในประเทศอังกฤษ ก็ได้บริจาคผลิตภัณฑ์รวมกว่า 20,000 ล้านบาท และทางด้านยูนิเซฟประเทศต่างๆ ยังประกาศระดมทุนประมาณ 2

เลขห่างโรค มาสร้างภูมิฯ พร้อมหลีกไวรัสไปพร้อมๆ กัน

พอเข้าปี 2020 หลายคนถึงกับกุมขมับกันเลยทีเดียวว่า ปีนี้ช่างหนักหน่วงสำหรับคนทั่วโลกเหลือเกิน โดยเฉพาะเจ้าไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 ที่กำลังระบาด และถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาโลก ณ ขณะนี้ได้ แต่เราสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ โดยเริ่มจากตัวเอง เราจึงสรุปตัวเลขสำคัญฉบับเลขห่างโรค มาสร้างภูมิฯ พร้อมหลีกไวรัสไปพร้อมๆ กันเถอะ ล้างมือ 20 วินาที เพื่อเป็นการล้างขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ  และลดจำนวนเชื้อโรคชั่วคราวบนมือ รวมถึงการป้องกันเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ตัวเรา การล้างมือควรจะใช้สบู่ก้อนหรือสบู่เหลว หลังล้างเสร็จใช้ทิชชูที่เช็ดมือปิดก๊อก ซึ่งตามคำแนะนำของกรมอนามัย กล่าวว่าควรล้างมือตาม 7 ขั้นตอน คือ ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือ, ใช้ฝ่ามือถูหลังมือ, ประกบฝ่ามือถูซอกนิ้ว, ใช้หลังนิ้วถูฝ่ามือ, ใช้ฝ่ามือถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบ, ใช้ปลายนิ้วมืถูขวางฝ่ามือ และฝ่ามือถูรอบข้อมือ เว้นระยะระหว่างบุคคล 2 เมตร ซึ่งวิธีนี้ทางภาษาวิชาการจะเรียกว่า Social Distancing ซึ่งในหลายประเทศก็มีการแนะนำให้ปฏิบัติตาม เนื่องจากปกติเวลาคนเราพูดคุยกัน ละอองน้ำลายสามารถกระเด็นไปได้ไกลถึง 1-2 เมตร ซึ่งหากเราสูดลมหายใจหรือไปสัมผัสละอองที่อาจตกบนพื้นผิวแล้วมือมาสัมผัสตาและปาก ก็มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ วิธีนี้จึงเหมือนเป็นการลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ใส้หน้ากากอนามัย หากต้องพูดคุยกับผู้อื่นในระยะใกล้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ประมาณ