HEAlTHY TIPS

แคลอรี่ในน้ำสลัด แต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อในไทย

แคลอรี่ในน้ำสลัด ต้องใส่ใจยิ่งคนที่ตั้งใจจะไดเอทแล้วหันมากินสลัด เพราะสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ น้ำสลัด แต่รู้หรือเปล่าว่า น้ำสลัดแต่ละชนิดนั้นให้แคลอรี่ที่ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นใครที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ก็ควรเลือกน้ำสลัดให้ดี ไม่เช่นนั้นการกินสลัดอาจจะทำได้แคลอรี่มากกว่าการกินอาหารมื้อหลักอีกนะ ขอเตือน! เรามาดู 9 น้ำสลัดหลากหลายชนิดจากยี่ห้อต่างๆ กันว่าต่อหนึ่งขวดนั้นมีกี่แคลอรี่กันบ้าง ทั้งนี้เป็นการเทียบต่อขวด เพราะฉะนั้นหากบริโภคต่อครั้งก็เฉลี่ยทานให้เหมาะสมนะจ๊ะ Source: Calorieking, Nutracheck, Calforlife

กลิ่นบำบัด 3 ความหอมที่หาง่าย ช่วยลดเครียดได้

กลิ่นบำบัด คือหนึ่งในวิธีธรรมชาติที่หลายงานวิจัยก็บอกชัดเจนว่าช่วยจิตใจผู้ที่ได้กลิ่นจริงๆ ซึ่งแต่ละกลิ่นก็จะมีส่วนช่วยต่างกันออกไปตามสไตล์ของส่วนผสมนั้นๆ ครั้งนี้ Beauty See First จะพาไปรู้จัก 3 กลิ่นบำบัดที่ให้รู้สึกผ่อนคลายได้ระดับหนึ่ง แต่จะช่วยเรื่องไหนเพิ่มเติมอีกบ้าง และแนวกลิ่นจะเป็นยังไง พร้อมแนะนำไอเทมใหม่ 3 กลิ่น มาเริ่มที่กลิ่นของซิตรัส คงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้าง ซึ่งซิตรัสไม่ใช่ชื่อของผลไม้หรือพืชชนิดเดียว แต่เป็นการรวมกันของผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น เกรปฟรุ๊ต, มะนาว, ส้ม ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นชนิดที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ดีมากๆ ใครที่รู้สึกเหนื่อยอ่อนล้า การได้กลิ่นนี้ก็จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น นอกจากนี้ถ้าได้สูดดมช่วงหน้าร้อน เพิ่งเจอแดดร้อนๆ มาใหม่ๆ ยิ่งจะรู้สึกว่ากลิ่นนี้มันช่างหอม ชวนผ่อนคลายซ่ะจริงๆ และขอเพิ่มเติมอีกนิดว่า หากใครทำงานแล้วรู้สึกสมองตันๆ ลองมาดมกลิ่นที่ให้ความสดชื่นดู จะช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียดีๆ ก็เป็นได้ กลิ่นกุหลาบก็ยังคงดีต่อใจเสมอ ผู้หญิงคนไหนที่ได้ดอกกุหลาบเป็นต้องดมกลิ่นจากช่อทุกที ก็กลิ่นกุหลาบมันชวนให้เราสัมผัสมาก ด้วยกลิ่นที่เบา ละมุน ไม่ฉุนแหลมเกินไป ช่วยผ่อนคลายจากความตึงเครียดต่างๆ ได้ ใครที่มักจะวิตกกังวล หรือคิดฟุ้งซ่าน กลิ่นนี้จะบรรเทาอาการได้ดี อีกทั้งตัวกลิ่นของกุหลาบเมื่อรวมกับกลิ่นอื่นๆ ก็ยังให้กลิ่นชัด มีความเป็นเอกลักษณ์ จึงไม่แปลกใจว่าทำไม กุหลาบจึงขึ้นแท่นส่วนผสมยอดฮิตของหลายๆ สกินแคร์นั่นเอง ปิดท้ายด้วยการเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์

เมนูน้ำผสมโซดา ดับกระหายคลายร้อน เมนูไหนดี

น้ำโซดา

เมนูน้ำผสมโซดา เมนูที่เป็นทางเลือกของคนอยากสดชื่น โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ อะไรจะดีไปกว่าการได้ดื่มน้ำเปรี้ยวๆ หวานๆ แถมยังซู่ซ่า ว่าแล้วไปดูแคลอรี่แต่ละเมนูดีกว่าว่าจะเลือกทานเมนูโซดาแก้วไหนดี โซดา ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกันแต่ควรเลือกดื่มอย่างเหมาะสม เพราะโซดาเป็นน้ำอัดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปเพื่อให้เกิดความซู่ซ่า และมีฤทธิ์เป็นกรด หากไม่ผสมใดๆ จะไม่มีรสชาติ ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี แถมยังไม่มีแคลอรี่อีกด้วย นอกจากนี้หากดื่มไม่เกิน 150 มิลลิลิตรจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ลดอาการท้องผูก ทำให้เรอเพื่อระบายแก๊สในกระเพาะ รวมถึงช่วยละลายไขมัน กระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น คลายความอ่อนเพลีย แต่ก็ไม่ควรดื่มในรายที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเป็นแผลในกระเพาะ เพราะอาจจะยิ่งทำให้ไม่สบายท้องและระคายเคืองได้นั่นเอง

เมนูสร้างภูมิคุ้มกัน ลองมีรายชื่อเหล่านี้ในหนึ่งมื้อกันดู

เมนูสร้างภูมิคุ้มกัน ก็เป็นหนึ่งในวิธีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างภูมิเพื่อต่อสู้โรคต่างๆ ได้ ซึ่งส่วนที่ได้นั้นมาจากวัตถุดิบที่ผสมในอาหารชนิดนั้นๆ นั่นเอง โดยเมนูเป็นข้อมูลที่ทางโรงพยาบาลเวชธานีแนะนำในหัวข้อ ผักผลไม้ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน สู้เชื้อไวรัสได้ จะมีตัวอย่างเมนูอะไรบ้างและมีส่วนผสมอะไรที่ช่วยได้ เลื่อนมาอ่านเลย ผัดกะเพรา แน่นอนว่ามีส่วนผสมของใบกะเพราซึ่งมีวิตามินซีและสารสำคัญในการต้านเชื้อไวรัส รวมถึงไวรัสก่อชนิด COVID-19 นอกจากนี้ตัวใบยังช่วยแก้อาการท้องอืด ป้องกันหวัดทั่วไป ลดไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย ต่อจากนี้สั่งกะเพราก็ควรกินใบกะเพราด้วยนะจ้า อย่าเขี่ยของดีทิ้งซ่ะล่ะ! ต้มยำ เครื่องต้มยำตัวดีเลย หมายถึงดีจริงๆ นะ เพราะมีทั้งตะไคร้ มะกรูด และบางสูตรก็ใส่กระเทียม หรือหอมแดงเข้าไป วัตถุดิบเหล่านี้แหละที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างตัวหอมแดงและมะกรูดต่างก็มีสารสำคัญเรื่องป้องกันเชื้อ COVID-19 เช่นกันจ้า ใครอยากหาเมนูซดน้ำ ให้ต้มยำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแล้วกันนะ แกงเลียง เมนูของคุณแม่หลังคลอดช่วยเพิ่มน้ำนม และก็ยังเป็นเมนูช่วยต้านไวรัสด้วยนะจ๊ะ ซึ่งส่วนผสมของแกงเลียงมีแต่สุดยอดผักและสมุนไพรมากมาย เช่น กระเทียม หอมแดง ฟักทอง บวบ ต่างก็มีวิตามินซีด้วยกันทั้งสิ้น อาจจะมากน้อยต่างกันไป แต่เมื่อรวมๆ ประโยชน์คับถ้วย เสริมภูมิคุ้มกันได้สุดๆ ต้มโคล้ง เป็นเมนูที่มีส่วนผสมเฉพาะคล้ายกับต้มยำ คือมีทั้งตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด และมะเขือเทศ ถึงแม้ว่าบางส่วนผสมจะไม่สามารถเคี้ยวทานได้ แต่เวลาซดน้ำ

น้ำดีท็อกซ์ 4 สูตร ระบายท้องช่วงหยุดยาวนี้ลุยเลย

น้ำดีท็อกซ์

การดีท็อกซ์ เป็นเหมือนการช่วยขับของเสียออก โดยการขับถ่ายนั่นเอง คนที่ชอบท้องผูก ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เราแนะนำสูตรธรรมชาติ ช่วยขับของเสียหรือกากใยตกค้างได้ ซึ่งสูตรที่แนะนำนั้น เป็นสูตรที่ทานง่าย ทำได้เองที่บ้าน แตกต่างจากการดีท็อกซ์ล้างพิษที่โรงพยาบาลนะจ๊ะ ทำให้ไม่ยุ่งยาก มีเวลาแค่ 3-4 วันในช่วงหยุดยาว ก็ทำได้ไม่ต้องกังวลหากต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวมีสุขภาพดีขึ้น และพุงยุบอีกด้วย น้ำเปล่า + เม็ดแมงลัก ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้นดื่มก่อนนอนหรือช่วงเช้าน้ำเปล่าถือเป็นส่วนประกอบสำคัญต่อร่างกายอยู่แล้ว และเมื่อทานคู่กับเม็ดแมงลักซึ่งเป็นสมุนไพรมีคุณสมบัติเป็นกากใย ช่วยระบายท้องได้ดี ลดอาการท้องผูก และยังมีเส้นใยที่ดูดซับไขมันไม่ดีได้ นอกจากนี้คนที่ลดน้ำหนักมักจะทานเช่นกัน เนื่องจากเมื่อเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่ก่อนดื่ม ก็จะทำให้เราอิ่มนาน แถมไม่มีพลังงานอีกด้วย โดยให้ใส่ผสมกันอย่างพอดี ให้ดื่มคล่องคอ กล้วยน้ำว้า + นมสด ปรับเวลาขับถ่าย แค่ปั่นรวมดื่มตอนท้องว่างอีกหนึ่งสูตรที่หลายคนแนะนำ รวมถึงคุณหมอก็บอกว่าทานได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่แพ้นม ซึ่งเราจะเน้นว่าเป็นนมสด ไม่มีการปรุงแต่งรส และเมื่อทานคู่กับกล้วยน้ำว้าที่ช่วยย่อย และระบายท้อง จึงเสริมกันได้ดี หากดื่มช่วงเช้าตอนท้องว่าง ก่อนอาหารสัก 40 นาที จะได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะเป็นการทำให้ร่างกายคุ้นเคย และขับถ่ายเป็นเวลา โดยปั่นผสมนมสด 1

ประโยชน์ของหอม 4 ชนิด มีติดบ้านไว้ ช่วยบำรุงเยอะ

ประโยชน์ของหอม

พืชผักตระกูล “หอม” น่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่หลายคนก็หลีกเลี่ยงที่จะรับประทานเนื่องจากรสชาติและกลิ่นฉุนของมัน แต่รู้หรือไม่ว่า “หอม” มีสรรพคุณและประโยชน์รักษาโรคต่างๆ ได้ชนิดที่ว่าเราคาดไม่ถึงเลย วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าหอมแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร อยากให้ลองเปิดใจกินดูเพื่อสุขภาพ หอมหัวใหญ่ หนึ่งในผักยอดนิยมที่พบเห็นได้ตามเมนูอาหารมากมาย จนถูกยกให้เป็นราชินีของพืชผักเลยทีเดียวนะ สำหรับหอมหัวใหญ่นั้นมีสรรพคุณเยอะมาก (ก.ไก่ ล้านตัว) ไม่ว่าจะช่วยลดเสมหะได้ดี บรรเทาอาการไอ มีกรดอะมิโนช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น สามารถป้องกัน และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง หากรับประทานหัวหอมสดเป็นประจำจะช่วยทำให้มีความจำที่ดีขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ โดยน้ำคั้นจากหัวหอมมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด หอมแดง อุดมไปด้วยวิตามินและคุณค่ามากมาย จึงมีสรรพคุณในการช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยย่อย โดยการนำมาซอยเป็นแว่นแล้วต้มเอาน้ำดื่ม อีกทั้งฤทธิ์ร้อนของหอมแดงช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ลดความดันและไขมันในเลือด และสามารถนำมาใช้ภายนอกเพื่อรักษาสิวและลดดำ หรือจะรักษาอาการนอนไม่หลับ ด้วยการหั่นหอมแหงเป็นแผ่นบางๆ แล้วห่อด้วยผ้าขาว วางไว้ข้างหมอน กลิ่นของหอมแดงที่มีฤทธิ์เป็นอโรมาเธอราพีแบบอ่อนๆ ก็จะช่วยทำให้หลับง่าย หลับสนิทยิ่งขึ้น หอมแขกหลายคนอาจจะสับสนกันระหว่างหอมแดง และ หอมแขก ที่มีหน้าตาคล้ายกันมาก แต่มันคือพืชคนละสกุลกันซึ่งก็จะสรรพคุณนั้นต่างกัน สำหรับหอมแขกที่แตกต่างจากหอมแดงนั่นก็คือมีฤทธิ์ขับพยาธิ แก้ปวดประจำเดือน ลดความดันโลหิต และไขมันในเส้นเลือดได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้หวัด คัดจมูกได้ หากนำมาต้มกินสามารถแก้ท้องอืด

ผลไม้โพแทสเซียมสูง ลดตัวบวมจากโซเดียมเกิน

ผลไม้โพแทสเซียมสูง

สาเหตุตัวบวมนั้นหรือที่เราเรียกว่าบวมน้ำ ส่วนใหญ่แล้วอาจเกินจากปริมาณโซเดียมเกินในร่างกาย เพราะร่างกายเราจะมีความคั่งของน้ำและเกลือแร่ ซึ่งหนึ่งในวิธีการลดโซเดียมคือการทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เพราะจะช่วยคงความสมดุลของน้ำ และจัดการโซเดียมส่วนเกิน ซึ่งตัวโพแทสเซียมร่างกายเราไม่สามารถเก็บสะสมได้ จึงต้องรับประทานให้เพียงพอต่อวันคือ คนทั่วไป 4.7 กรัมต่อวัน ยกเว้นผู้ป่วยบางโรคที่ต้องควบคุมโพแทสเซียม เช่น โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงและหาทานง่าย แก้วมังกร มีวิตามินและแร่ธาตุ อย่างโพแทสเซียมถึง 271 มิลลิกรัม และยังเป็นผลไม้ลดความอ้วนได้ดี เพราะแคลอรี่ต่ำประมาณ 60 กิโลแคลอรี่ รวมถึงยังช่วยเรื่องผิวพรรณ การขับของเสียจากร่างกาย และแก้อาการท้องผูกจากกากใย ปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ใครที่ท้องผูกบ่อยต้องถูกใจแน่นอน ขนุน นอกจากจะเป็นผลไม้รสชาติหวานหอมแล้ว ยังนิยมเอามาทำเป็นสมุนไพรได้อีกด้วย นอกเหนือจากนำผลมาทาน ซึ่งมีสารอาหารหลักอย่างวิตามินอี และวิตามินซีที่ค่อนข้างสูง จึงมีสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างระบบคุ้มกันให้แข็งแรงจากอาการป่วย นอกจากนี้ยังค่อนข้างมีแคลอรี่จึงให้พลังงานสูง อีกทั้งยังสามารถนำเม็ดมาต้มทานได้เพราะตัวเม็ดนั้นช่วยแก้ท้องผูกได้ดี มะละกอ รู้กันดีอยู่แล้วว่ามะละกอมีประโยชน์มาก สามารถทานได้ทั้งแบบดิบและสุก ซึ่งมะละกอเป็นอีกหนึ่งชนิดที่มีวิตามินและแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร บำรุงหัวใจ ชะลอวัย และลดเลือนริ้วรอย หากทานแบบสุกก็ยังเป็นตัวระบายท้องได้ดี ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีรสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ขับถ่ายคล่องขึ้นจากกากใยที่สูง แถมทานแล้วสดชื่น

กินอาหารให้ตรงเวลานี่มันกี่โมงกันนะ?

กินอาหารให้ตรงเวลา

บอกให้ทานอาหารให้ตรงเวลา แต่เวลาที่ว่านี้มันคือกี่โมง เรามาเช็คตามไทม์ไลน์เวลาของหนุ่มสาวออฟฟิศกันว่ามื้อเช้า กลางวัน เย็น มื้อไหนควรเลือกทานตอนไหนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายที่สุด มื้อเช้า: 07:00 – 09:00 ไม่ควรเกิน 10:00เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเช้าควรอยู่ในช่วงเวลา 07:00 – 09:00 อย่าให้เกิน 10:00 น.หรือหากใครตื่นไม่ทันเวลานี้ควรทานหลังจากตื่นนอนไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะเป็นช่วงเวลาของการทำงานของกะเพาะอาหารจะช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร และดูดซึมได้ดี โดยเลือกเน้นไปที่การทานแป้งและโปรตีน เพื่อเป็นพลังงานให้เราพร้อมทำงาน ช่วยบำรุงสมอง และร่างกาย ซึ่งมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญไม่ควรข้าม มีงานวิจัยพบว่าการทานอาหารเช้านั้นจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ทานอาหารเช้าอีกด้วย มื้อเที่ยง: 12:00 – 13:00 น. ไม่ควรเกิน 14:00 น.เวลาที่ดีที่สุดในการทานมื้อเที่ยงคือ 12:00 – 13:00 น. และไม่ควรเกิน 14:00 น. หรือทานหลังมื้อเช้าประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งในมื้อนี้สามารถทานได้เยอะกว่ามื้ออื่นๆ เพื่อให้นำพลังงานไปใช้ได้เต็มที่ รวมถึงเป็นมื้อที่เราสามารถเผาผลาญได้มากกว่ามื้ออื่นๆ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมสำหรับชาวออฟฟิศก็ช่วงพักกลางวันนี่แหละจะมีส่วนช่วยในการควบคุมความหิว และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี หากทานช้าไปจะมีผลต่อลำไส้เล็กดูดซึมและซ่อมแซมส่วนที่ซึกหรอได้ไม่เต็มที่ มื้อเย็น: 18:00 –

ข้าวกล้อง vs ข้าวไรซ์เบอร์รี่ รับข้าวไหนดี!?

ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ต่างเป็นข้าวที่มีประโยชน์กว่าข้าวขาวที่(หลายคน)เลือกทานกันอยู่ แต่ข้าวสองชนิดนี้ก็มีความต่างกันอยู่เช่นกัน แต่ก็เป็นความต่างเล็กน้อย แต่จะแทนกันได้ไหม และมีจุดต่างอย่างไร เดี่ยวเรามาไขเรื่องนี้กัน ที่มาต่างกันอย่างสิ้นเชิง ข้าวกล้อง: จัดเป็นข้าวทุกสายพันธุ์ที่ผ่านการกระเทาะเปลือก ไม่ขัดสีเลยหรืออาจจะขัดเพียงรอบเดียว แต่ยังคงเหลือจมูกข้าวและรำข้าวอยู่ โดยในหนึ่งทัพพีจะมี 70 Kcal เมื่อหุงสุกจะมีความกรุบกรอบ หนุบหนับหน่อย แต่ไม่มีรสชาติเท่าไรจึงค่อนข้างทานง่ายกว่าไรซ์เบอร์รี่ ข้าวไรซ์เบอร์รี่: เป็นข้าวสายพันธุ์หนึ่ง ที่ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 จะขัดสีหรือไม่ก็ได้ หรือขัดสีแค่บางส่วน โดยในหนึ่งทัพพีจะมี 80 Kcal รสชาติจะออกหวานหน่อยๆ ปลายลิ้น และจะมีความแข็งกว่าเล็กน้อย เหนียวหนึบ เมื่อเทียบกับข้าวกล้อง จึงมีหลายคน โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มหันมาทานจึงลงความเห็นว่าทานยากกว่า สีที่ต่างกันมีส่วนให้คุณค่าต่างกัน ข้าวกล้อง: แท้จริงแล้วจะเป็นสีอะไรก็ได้ที่ผ่านกระบวนการแบบข้าวกล้อง ไม่ขัดสีหลายครั้งเหมือนกับข้าวขาว ทำให้มีสารอาหารอย่างฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมอยู่ ส่วนใหญ่มักเป็นสีน้ำตาลเข้มปนอ่อน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีสีอื่นๆ อย่างสีแดง สีดำ หรือสีม่วง ขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าวที่นำมาผ่านกระบวนการในแบบข้าวกล้องนั่นเอง ข้าวไรซ์เบอร์รี่: จะเป็นสีม่วงเข้ม เพราะเกิดจากการผสมพันธุ์ข้าว ทำให้มีสารอาหารต่างไปจากข้าวกล้องเล็กน้อย เพราะสีม่วงเป็นสีจากธรรมชาติ ที่มีส่วนประกอบของสารสี ที่เรียกว่า สารแอนโทไซยานิน

เมนูก๋วยเตี๋ยว แคลอรี่บางเมนูใครว่ากินแล้วผอม

เมนูก๋วยเตี๋ยว แคลอรี่

เมนูก๋วยเตี๋ยว แคลอรี่ หรือพลังงานค่อนข้างสูง และยังทานง่ายก็จะถูกใจคนรักเส้นที่ใช้พลังงานในแต่ละวัน แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักอาจจะต้องคิดใหม่ และสั่งให้ถูกเพราะไม่ใช่ว่าทุกเมนูของก๋วยเตี๋ยวจะแคลอรี่น้อย อาจจะต้องหันไปเลือกที่เส้นที่แคลอรี่น้อยลง อย่าง เส้นบุก หรือ วุ้นเส้นสดยังพอได้ แล้วออกกำลังกายควบคู่กันไปนะจ๊ะ ตัวอย่างแคลอรี่ยอดฮิตที่คนนิยมสั่ง Credit Photo: meesapam, onewaan, xn, duck-noodles, seefah, facebook