makeup

7 ปัญหาผิว จากการนอนโดยไม่ลบเครื่องสำอาง

นอนไม่ลบเครื่องสำอาง เมคอัพ

ชาวออฟฟิศกับงานดึก สามารถเรียกว่าเป็นของคู่กันเลยก็ได้ แต่ว่าใครที่ชอบทิ้งตัวลงเตียงไปเลยทั้งที่ยังไม่ล้างเมคอัพ บอกเลยว่าต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนๆ เลยนะคะ เพราะไม่ใช่แค่สิวหรอกนะที่จะถามหา แต่ยังมีอีกสารพัดปัญหาผิว ตา ปาก ที่บอกเลยว่าน่ากลัวกว่าที่คิด! เมคอัพบริเวณดวงตา ขนตาหัก ขาด ร่วง การนอนหลับไปทั้งมาสคาร่าไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะจะทำให้ขนตาหัก ขาด และหลุดร่วง แค่นั้นยังไม่พอนะ เมคอัพที่ตกค้างและสิ่งสกปรกทั้งหลาย ยังอาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนบริเวณดวงตาด้วย ตาบวม แดง ระคายเคือง เมคอัพบริเวณดวงตาทั้งอายแชโดว์ อายไลเนอร์ ถ้าไม่ล้างออกให้สะอาด ก็อาจส่งผลต่อดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางของเราได้ เพราะถ้าเราไม่เช็คทำความสะอาดให้ดี สิ่งเหล่านี้ก็จะสร้างให้เกิดอาการ ระคายเคืองตาบวม แดง หรือเลวร้ายที่สุดอาจะทำให้ตาอักเสบได้เลยนะ! เมคอัพบริเวณผิว สิว นี่คือผลลัพธ์ที่อันดับแรกๆ ที่หลายคนอาจจรู้อยู่แล้ว ว่าการนอนหลับไปโดยไม่ล้างเมคอัพ จะทำให้สิ่งสกปรก เมคอัพ รวมถึงความมันบนใบหน้า ข้าไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดเป็นสิวนั่นเอง ขัดขวางกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ทุกครั้งที่เรานอนหลับ ผิวของเราก็จะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่โดยธรรมชาติ แต่การไม่ลบเครื่องสำอางจผิวเข้าไปรบกวนกระบวนการดังกล่าว เกิดริ้วรอยและผิวเหี่ยวย่นไว การนอนหลับทั้งเมคอัพ ทำให้คอลลาเจนในผิวไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย และยังทำให้เกิดการเหี่ยวย่น ดูแก่กว่าวัยได้ง่ายๆ เลยนะคะ ผิวแห้ง หมองคล้ำ

เนื้อลิปแต่ละแบบต่างกันไหม และแต่ละแบบเรียกว่าอะไรกันนะ

เคยสงสัยไหมเวลาจะซื้อลิปแท่งใหม่ บางครั้ง BA ที่ร้านก็ถามว่าชอบเนื้อแบบไหน แต่บางทีก็เรียกไม่ถูกได้แต่อธิบายลักษณะเท่านั้น หรือว่าไปเห็นชื่อลิปสติกเดี๋ยวอีกแบรนด์เขียนคำนี้ พออีกแบรนด์ก็เขียนอีกคำ งานนี้เราฟันธงได้เลยว่า ลักษณะเทกเจอร์ต่างกันแน่นอนจ้า แต่จะมีชื่อเรียกแบบไหน ลักษณะยังไงบ้าง Beauty See First ลิสต์มาให้เข้าใจตรงกันเรียบร้อย Metallic เวลาทาจะเห็นความเป็นประกายวิบวับของพิกเมนต์สี เม็ดสีมีความละเอียด ไม่เน้นเรื่องการให้ความชุ่มชื้นเท่าเนื้ออื่นๆ แต่เน้นลูกเล่นสีสัน จึงมักจะเป็นเฉดสีสว่างเข้ม เหมาะกับทาไปปาร์ตี้ หรืออยากเปลี่ยนลุคให้ดูสนุกสนาน Matte เนื้อมีความชัดมาก และค่อนข้างติดทน เสริมให้ริมฝีปากดูลุคสายฝอ ทากลบสีริมฝีปากเดิมได้มิด แต่อาจจะแห้งหรือตกร่องถ้าสาวๆ คนไหนริมฝีปากแห้ง จึงควรบำรุงด้วยเนื้อบาล์มไม่มีสีช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น Tint มักจะเป็นเนื้อเหลว สีเข้มชัดมากเมื่ออยู่ในแท่งลิปสติก แต่เวลาทาจะให้สีระเรื่อ หลายคนจึงชอบทาทินท์ด้านในริมฝีปาก เพื่อสร้างลุคแบบนางเอกเกาหลี และค่อนข้างติดทนมากกว่าลิปประเภทอื่นๆ Velvet เนื้อจะมีความนุ่มคล้ายผ้ากำมะหยี่นั่นเอง สีชัด ดูปากเบลอๆ เทกเจอร์แบบนี้เกลี่ยง่าย และยังได้ความชุ่มชื้นแต่ไม่ถึงกับฉ่ำหนัก Satin ให้นึกถึงเนื้อผ้าซาตินที่มีความเงาวาว และลื่นๆ เนื้อลิปสติกจึงให้พิกเมนต์แน่น ชัด ริมฝีปากที่ดูเรียบหรู เบาไม่หนักริมฝีปาก Crème อีกหนึ่งเนื้อสัมผัสของลิปที่ช่วยให้สาวๆ มีริมฝีปากอวบอิ่มได้ แต่ไม่ต้องการความแมตต์ด้านเกินไป

จากผิวโกลว์ใส สู่เทรนด์รองพื้นใหม่ ที่ไม่ควรน้อยกว่า 40 เฉดสี

เมื่อรองพื้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกลบ หรือ ปกปิด แต่กลับเป็นตัวกำหนดทิศทางเทรนด์ผิวของผู้หญิงทุกคน จะเห็นได้ว่าจากแต่ก่อนเนื้อต้องแมตต์ ยิ่งปิดยิ่งดี ยิ่งแน่นยิ่งชอบ พอเข้าสู่ปี 2019 เทรนด์รองพื้นเปลี่ยนไปไวมาก ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นผลมาจากกระแสความงามในแบบ K-Beauty ให้ผิวที่แวววาวดูโกลว์ใส เนื้อที่ออกมาก็จะเริ่มให้ฟินนิชแบบเซมิแมตต์ เรื่อยมาถึงฉ่ำวาวตามเทรนด์ Glass Skin ซึ่งนี่แหละ คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้คนเริ่มมาสนใจความงามในแบบธรรมชาติ ไม่ปิดกระ ไม่ต้องปกปิดสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง ผิวต้องดูเป็นธรรมชาติ เหมือนผ่านการบำรุงมาอย่างดี เกริ่นมาขนาดนี้คงเริ่มเห็นถึงกระแสรองพื้นที่ให้ความสำคัญกับผิวมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ? แต่ยังไม่จบค่ะ!!! หลายแบรนด์ต่างเริ่มไม่หยุดแค่การพัฒนาเนื้อให้บางเบา โชว์ผิว แต่มีการใส่ส่วนผสมในกลุ่มของสกินแคร์เข้าไป ไม่ว่าจะไฮยาลูรอน หรือ อินกรีเดี้ยนหลักของแบรนด์ ในรูปแบบ “รองพื้นที่ให้การบำรุง” ไปพร้อมกับปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เห็นถึงการแต่งหน้าในแบบ “ผิวใสธรรมชาติ” หรือที่เรียกกันว่า “Makeup No Makeup” แต่งเหมือนไม่ได้แต่งนั่นเอง ยกตัวอย่างนางแบบบนรันเวย์ Spring 2020 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะ Fendi, Tory Burch, Marc Jacobs, Balmain และ Dior

รวมไอเท็มเด็ด รับ Pantone 2020 สี Classic Blue

เพิ่งประกาศออกมาสดๆร้อนๆเลยกับ Pantone สีแห่งปี 2020 ซึ่งก็คือสีน้ำเงิน Classic Blue นั่นเอง วันนี้เราก็เลยถือโอกาสรวบรวมบิวตี้ไอเท็มเด็ดๆรับโทนสีน้ำเงินเท่ๆ ให้คุณสาวๆเตรียมไปช็อปให้สนุกไปเลย 1.3ina The Shadow Paint สี 703 (720 บาท) สตาร์ทกันที่อายแชโดว์เนื้อครีม สีเข้มชัด ติดทนสุดๆ ไม่มีหลุดระหว่างวัน จากแบรนด์ 3ina ที่พร้อมให้คุณสาวๆครีเอทลุคดวงตาที่โดดเด่นแปลกใหม่ 2.Channel Le Vernis: สี Radiant blue (1,050 บาท) มาต่อชิ้นที่สองกับยาทาเล็บจากแบรนด์ Channel ที่นอกจากสีสวยสดชัดแล้ว ยังมีกลิตเตอร์ผสมให้เล่นแสง สร้างสีสันให้เล็บสวยๆของคุณจนต้องเผลอมอง 3. Urban Decay Heavy Metal Glitter Eyeliner สี Spandex (850 บาท) อายไลน์เนอร์สีน้ำเงินผสมกลิตเตอร์ จาก Urban Decay ที่ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มลูกเล่นสนุกๆ ให้ลุควันทำงานของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

เคลียร์โต๊ะเครื่องแป้งรับสิ้นปี Checklist เครื่องสำอาง ชิ้นไหนจะได้ไปต่อ

ใกล้จะหมดปี 2019 แล้ว สิ่งไหนไม่ดีก็ปล่อยทิ้งไป สิ่งไหนดีๆก็พกเอาไปด้วยในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนะคะ โดยเฉพาะเครื่องสำอางก็เช่นกัน วันนี้เราเลยถือโอกาสสิ้นปีทั้งที ขอชวนสาวๆมาเช็คกรุเครื่องสำอางของคุณว่าชิ้นไหนบ้างที่จะได้ไปต่อ โดยทั่วไปแล้ว เครื่องสำอางแต่ละชิ้นมีอายุการใช้งาน คอนซีลเลอร์และรองพื้น : 6 เดือนถึง 1 ปี / เมื่อส่วนผสมแยกชั้นกัน ครีมกันแดด : 6 เดือน บลัชออน อายแชโดว์ บรอนเซอร์ แป้งอัดแข็ง : 1-2 ปี ดินสอเขียนคิ้วและดินสอเขียนขอบตา : 1 ปี อายไลน์เนอร์ : 3-4 เดือน มาสคาร่า : 3 เดือน ผลิตภัณฑ์จำพวกลิปสติก : 1 ปี ยาทาเล็บ 1-2 ปี น้ำหอม : 8-10 ปี ข้อสังเกตที่ 1 Texture