Pollution skin care

อยู่อย่างไรให้ผิวรอด? ในช่วง PM2.5 พุ่งปรี๊ด

ดูท่าทางคำว่า PM2.5 จะไม่ยอมไปไหนง่ายๆ และยังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ซึ่งนอกจากมาตรการต่างๆ ที่เราเตรียมพร้อมรับมือ อย่างการใส่หน้ากากอนามัย, การดื่มน้ำให้เพียบพอเพื่อช่วยในการดีท๊อกซ์สารพิษ หรือการทานของที่มีประโยชน์ให้มีภูมิต้านทานแล้ว การดูแลตัวเองตั้งแต่ผิว เส้นผม รวมถึงการเลือกใช้สกินแคร์และเมกอัพ ก็ยังเป็นหนึ่งในการรับมือให้อยู่ผิวอยู่รอด พร้อมลดโอกาสการได้รับผลกระทบไปได้บ้าง ซึ่งจะมีวิธีไหน? แคปเก็บไว้ในมือถือได้เลย ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะสารพัดสกินแคร์ในยุคนี้มาในสูตรที่ออกแบบมาเพื่อต้านมลพิษโดยเฉพาะหรือจะลองมองหาสกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีวิตามินซี และอีเป็นส่วนผสมหลัก รวมถึงจำพวก สารเติมความชุ่มชื่นจะช่วยเสริมความแข็งแรงของปราการผิว ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิว เสริมความแข็งแรงของปราการผิวเพราะตัวสกินแคร์จะเปรียบเสมือนสิ่งที่เคลือบผิวไว้เป็นเสมือนเกราะกำบัง พร้อมมีส่วนช่วยในการลดการระคายเคืองของผิวยามต้องเผชิญกับฝุ่นควันมลภาวะ เพราะรังสียูวีไม่ได้ให้ผิวหมองคล้ำเพียงอย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่รังสียูวี มีส่วนสำคัญในการทำร้ายผิวนานับประการและเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวหลักๆ ที่หลายคนประสบ ทั้งเรื่องริ้วรอย ความหย่อนคล้อย การสูญเสียความชุ่มชื่น และอีกสารพัดปัญหา นอกจากนี้ยังมีส่วนในการทำลายปราการผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ ที่เมื่อต้องเจอกับมลภาวะด้วยแล้วรั้นจะยิ่งทำให้ผิวแย่ลงไปอีก ซึ่งก็จะส่งผลต่อเนื่องไปให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง แสบแดง เป็นสิวยาวไปจนถึงเกิดการอักเสบของผิว ดังนั้นไม่ควรลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาดในทุกๆวัน โดยเลือกค่า SPF ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ หากใครต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน SPF50 PA++++ ถือเป็นค่าที่พอเหมาะ (แต่ต้องทาซ้ำทุก30 นาทีนะ ถ้าอยู่กลางแจ้งต่อเนื่อง )ส่วนหนุ่มสาวออฟฟิศ เลือก SPF 30