Surgery See First
ดูดไขมัน แบบไหนได้อะไร เลือกเครื่องให้ถูกเพื่อหุ่นที่เป๊ะขึ้น
By
Beauty See First
|
UPDATE June 19, 2020
post-picture
Spread the love

ดูดไขมัน เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างหุ่นเป๊ะที่นิยมที่สุดอยู่ในตอนนี้เลยทำให้เกิดเทคโนโลยีในการกำจัดไขมันออกมาให้เลือกหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบรับความต้องการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็มีทั้งแบบเพื่อแค่กำจัดไขมันเฉยๆ ไปจนถึงดูดไขมันส่วนหนึ่งมาเพื่อเติมอีกส่วนหนึ่ง พูดมาถึงตรงนี้หลายคนเริ่มมึนแล้ว ตกลงมีแบบไหนบ้าง และแบบไหนที่เหมาะกับเราตามมาค่ะ เราสรุปแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้ว

Vaser เครื่องที่ถูกนำมาใช้ก่อนเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ผ่านการรับรับรองจากองค์การอาหารและยาจากอเมริกา และประเทศไทย

หลักการทำงาน: ใช้พลังงานอัลตร้าซาวด์หรือการปล่อยคลื่นเสียงที่มีหัวฉีดขนาดเล็กมาก เข้าไปเจาะเซลล์ในชั้นไขมันที่จับตัวเป็นก้อนให้แตกและกลายเป็นของเหลว เพื่อให้ดูดออกมาง่าย โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อ เส้นเลือด และเซลล์ประสาทรอบๆ ได้รับความเสียหาย ซึ่งวิธีนี้จะต้องใช้ยานอนหลับและยาชาร่วมด้วย

ระยะเวลาในการทำ: 1-3 ชั่วโมง

ผลที่ได้: ไขมันสามารถออกมาได้ในปริมาณมาก อาจจะมีอาการช้ำและบวมบ้าง

เหมาะกับใคร: คนที่มีไขมันส่วนเกินที่มาก เพราะวิธีนี้กำจัดได้เยอะสุด รวมถึงจะได้ผลดีมากสำหรับคนที่ต้องการกำจัดไขมันเฉพาะจุด

การดูแลตัวเองหลังทำ: ช่วง 3 สัปดาห์แรก จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงและควรจะไปพบคุณหมอสม่ำเสมอ หลังจากนั้น 3-6 เดือนจะเห็นผลชัดขึ้น และที่สำคัญในช่วงเดือนแรกควรงดออกกำลังกาย หลังจากนั้นควรออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ถูกดูดไขมันไปแข็งแรงขึ้น

ข้อจำกัด: เจ็บกว่าวิธีอื่นๆ และทำให้ผิวไม่กระชับหลังทำเสร็จ

Body Tite เครื่องที่ถูกพัฒนาต่อมาจากเครื่อง vaser จึงทำให้มีข้อดีชัดในแง่ดูดไขมันได้และผิวยังกระชับ

หลักการทำงาน: ใช้วิธีการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุด้วยพลังงานที่กระจายอย่างสม่ำเสมอผ่านท่อขนาดเล็กประมาณ 1-3 มิลลิเมตร เพื่อเข้าไปสลายไขมันที่จับตัวเป็นก้อนให้มีโมเลกุลเล็กลงเพื่อให้ดูดออกมาง่ายขึ้น และยังเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้าง ปัจจัยทางชีวเคมี และการไหลเวียนของน้ำเหลือง จึงส่งผลให้ผิวกระชับ ไม่เป็นคลื่นหลังทำ และลดการฟกช้ำได้ คล้ายๆ กับการใช้วิธีการยกระชับหน้า ทำให้มีแผลขนาดเล็กอีกด้วย

ระยะเวลาในการทำ: 1 ชั่วโมง

ผลที่ได้: วิธีนี้เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก และไม่ต้องทำซ้ำ เพราะเป็นเครื่องเดียวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ จึงลดโอกาสการเกิดไขมันสะสมใหม่ในบริเวณเดิม นอกจากนี้ยังเจ็บน้อยกว่าวิธี vaser และเลือดออกน้อยกว่า

เหมาะกับใคร: คนที่อยากลดไขมันทั่วไป แต่จะเหมาะมากๆ กับคนที่ลดน้ำหนักไปแล้วแต่ผิวเกิดความย้วยเพื่อทำให้ผิวบริเวณนั้นกระชับขึ้น

การดูแลตัวเองหลังทำ: ช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ ยังไม่ควรโดนน้ำ หรือจนกว่าแผลจะปิดสนิท และควรใส่ชุดกระชับตลอดช่วงเดือนแรก และเข้าพบแพทย์ทุกครั้งตามนัดเพื่อติดตามผล

ข้อจำกัด: หากเทียบกับ vaser จะดูดไขมันออกมาในปริมาณที่น้อยกว่า บางเคสแพทย์จึงอาจจะให้ใช้ควบคู่กับเครื่อง PAL เพื่อให้ดูดไขมันออกมาได้มากขึ้น

Body Jet เป็นเทคโนโลยีใหม่จากประเทศเยอรมัน เน้นฟื้นตัวเร็ว และไม่ทำให้เกิดพังพืด

หลักการทำงาน: เป็นวิธีการใช้พลังงานน้ำ หรือแบบ Water Jet เข้าไปแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อผิวหนัง โดยไม่ทำให้บริเวณนั้นบอบช้ำ เซลล์ไขมันจึงมีสภาพสมบูรณ์ไม่ตาย และยังมีสเต็มเซลล์ที่ยังมีคุณภาพสูง ไม่มีภาวะติดเชื้อ เพราะเป็นระบบปิดแบบปลอดเชื้อทำให้ไขมันจะไม่กระทบอากาศภายนอก จึงทำให้สามารถนำไขมันส่วนนี้ที่ดูดออกมาไปใช้เติมส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ เช่น นำมาเสริมหน้าอก การเติมเต็มสะโพก หรือแม้แต่เติมเต็มความเอิ่บอิ่มความเต่งตึงให้ผิวหน้า นอกจากนี้ยังไม่ต้องดมยา แต่จะใช้ยาชาเฉพาะจุดแทน

ระยะเวลาในการทำ: ไม่เกิน 2 ชั่วโมง

ผลที่ได้: ด้วยการใช้พลังงานน้ำ จึงมีความอ่อนโยนกว่าวิธีอื่นๆ และรู้สึกเจ็บน้อย แผลเล็ก และหลายเคสนั้นจะใช้เวลาในการฟื้นตัวเร็ว ซึ่งบางรายสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์จ้า

เหมาะกับใคร: คนที่อยากดูดไขมันและนำไขมันตัวเองไปเสริมบริเวณอื่นๆ ด้วย เช่นดูดไขมันหน้าท้องไปเติมที่หน้าให้อวบอิ่ม

การดูแลตัวเองหลังทำ: สัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำหรือจนกว่าแผลจะแห้ง และในระยะเวลา 1 เดือน ควรใส่เสื้อผ้ากระชับส่วนตลอด และช่วง 2-3 สัปดาห์แรกอาจจะยังเห็นความบวมอยู่บ้าง และหลังจากทำไป 6 เดือน หุ่นจะสมสัดส่วนและเห็นผลชัด

ข้อจำกัด: บางรายอาจใช้เวลาในการดูดไขมันมากเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องใช้แรงดันน้ำเข้าไปซอกซอนตามเซลล์ไขมัน และหลังจากดูดจะยังไม่เห็นผลชัด ต้องรอผ่านไปหลัง 1 สัปดาห์แรกเป็นต้นไป

PAL จุดต่างข้อแรกคงต้องพูดถึงหน้าตาของเจ้าเครื่องตัวนี้ที่อาจจะดูผิดแปลกไปจากเพื่อนๆร่วมตระกูลเดียวกันสักนิด จุดเด่นของเครื่องตัวนี้คือมีความสามารถพิเศษในการเข้าพื้นที่ส่วนเล็กๆได้ดีกว่าและส่วนใหญ่แล้วมักถูกเลือกใช้ร่วมกับเครื่องชนิด Body Tite

หลักการทำงาน: ใช้ระบบคล้ายแปรงสีฟันไฟฟ้าคือ เป็นเครื่องสั่นที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงรอบแท่งดูดไขมัน ด้วยการเพิ่มความถี่ของเข็ม ทำให้สามารถดูดไขมันออกมาได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงได้แม้ในบริเวณที่เข้าถึงยาก อย่างเช่น บริเวณที่มีพังพืดแข็งแรง เช่น กลางหลัง ต้นแขน หรือต้นขา  หรือในส่วนที่อาจเคยทำไปแล้ว และปล่อยทิ้งไว้จนเกินพังพืดเครื่องตัวนี้สามารถเข้าไปในจุดยากๆ เล็กๆ พวกนี้ได้ดี นอกจากนี้ยังลดการเสียดสีบริเวณนั้นได้

ระยะเวลาในการทำ: 3-4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับบริเวณ

ผลที่ได้: ด้วยลักษณะการใช้เครื่องสั่นผ่านความถี่ของเข็มจึงลดความบวมของบริเวณใกล้เคียงได้ และอาจจะไม่ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้น นอกจากนี้ไม่ทิ้งให้ผิวเป็นร่องรอยคลื่นๆ

เหมาะกับใคร: คนที่มีไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วน โดยเฉพาะในบริเวณที่เผาผลาญได้ยากด้วยวิธีการออกกำลังกาย

การดูแลตัวเองหลังทำ: หลังทำควรจะเลี่ยงการโดนน้ำในบริเวณนั้นจนกว่าแผลจะแห้งสนิท และควรใส่ชุดกระชับตลอดระยะเวลา 1 เดือน

ข้อจำกัด: วิธีนี้อาจจะต้องใช้ยาสลบขณะทำ และเสียงมอเตอร์ของเครื่องจะค่อนข้างดัง นอกจากนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลาย เพราะเครื่องราคาสูง ทำให้ค่ารักษาก็จะสูงตามนั่นเองจ้า

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First editor