ศัลยกรรมพลิกชีวิต
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าครั้งแรก
By
ศัลยกรรมพลิกชีวิต
|
UPDATE July 30, 2020
post-picture
Spread the love

แชร์ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกเป็นอย่างไร เจ็บมากไหม หน้าเปลี่ยนไหม หมิวจะมาแชร์แบบหมดเปลือก!!!

สรุปแบบสั้นๆหลังฉีดฟิลเลอร์:

ทำแล้วไม่เจ็บไม่บวม ทำแล้วเดินห้างต่อได้เลย แต่หน้าไม่ได้เปลี่ยนเว่อร์วัง จนเพื่อนจำไม่ได้ แต่รู้สึกว่าหน้าเป๊ะขึ้นนะ ดูสวยขึ้นเป็นธรรมชาติดี ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับว่าที่เจ้าสาวนะ ทำปุ๊ปสวยปัํปและเข้าที่ในไม่กี่เดือน หรือใครที่อยากปรับนิดปรับหน่อย หรือกลัวเจ็บกลัวมีด ฟิลเลอร์ช่วยได้


ทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?

ก่อนฉีดฟิลเลอร์

เป็นคนหน้าหมวยหน้าค่อนข้างแบนไม่มีมิติ สันจมูกไม่ค่อยโด่งและปากค่อนข้างแบน ที่กังวลที่สุดเลยคือเรื่องรอยคล้ำใต้ตา หมิวคิดว่าน่าจะเป้นที่กรรมพันธุ์ พอใต้ตาคล้ำก็ทำให้รู้สึกว่าหน้าไม่สดชื่น ดูเหนื่อยๆล้าๆ ยิ่งตอนนี้เริ่มมีริ้วและรอยย่นบางๆ ด้วย เวลาถ่ายรูปจะเห็นชัดเลย ทำให้รู้สึกว่าตัวเองถ่ายรูปไม่ค่อยขึ้น จะถ่ายทีก็ต้องหามุมและก็แอบต้องอาศัยแต่งรูปช่วยบ้าง


ระหว่างฉีดฟิลเลอร์


คุณหมอให้คำปรึกษาดีมากๆค่ะเริ่มจากตอนแรกก็พูดคุยถามถึงปัญหา แล้วคุณหมอก็แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในแต่ละจุด หมิวก็เพิ่งรู้ว่าฟิลเลอร์มีหลายแบบสำหรับใช้แต่ละจุดด้วย หลังจากนั้นคุณหมอก็เริ่มวัดสัดส่วนใบหน้า คุณหมอแนะนำว่าควรปรับจมูกดูเป็นสันให้โด่งขึ้นปลายจมูกงุ้มขึ้น เพื่อให้รับกับหน้าผาก ปรับโหนกแก้มสองข้างสูงให้เท่ากัน ส่วนเรื่องใต้ตาคุณหมอบอกว่าจะไม่ฉีดที่ใต้ตาโดยตรง แต่จะแก้ปัญหาด้วยการฉีดที่หน้าแก้มส่วนบน เพราะจะช่วยทำให้ใต้ตาดูตื่นขึ้น ทำให่ตาดูสดใสขี้น และฉีดบริเวณปากให้ดูอวบอิ่มมีมิติขึ้น


หลังจากคุยเรื่องรูปหน้าไปแล้วก็จะเป็นขั้นตอนการนวดยาชาทิ้งไว้ 15 นาที พอถึงตอนฉีดคุณหมอมือเบามากค่ะ ไม่เจ็บอย่างที่คิดเลยค่ะ ใช้เวลาไม่นาน คุณหมออัธยาศัยดีชวนคุยสนุกสนานมากๆเลย ทำให่คลายกังวลไปมาก เพราะหมิวไม่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน แอบกลัวนิดๆ

หลังฉีดฟิลเลอร์

ส่องกระจกแล้วถูกใจเลยให้ หน้าดูมีมิติขึ้น หน้าหวานขึ้น ไม่มีรอยบวมแดงจากการฉีดด้วยค่ะ ทำเสร็จแล้ว หมิวไปทานข้าว เดินเที่ยวห้างต่อเลยได้ค่ะ

อย่างที่บอกเลยคือหน้าไม่เปลี่ยนมากจนจำไม่ได้ แต่คือเห็นชัดเลยว่าหน้าดูสดใสขึ้น ดูเด็กลง ผิวก็ดูดีขึ้นด้วยนะ ขนาดยังไม่ได้แต่งหน้า
ส่วนตัวชอบปากมาก ดูอิ่มขึ้นหมิวเลือกทรงธรรมชาตินะคะ (หมอให้เลือกหลายแบบเลย มีแบบฮิตๆก็สายเกา สายฝอ ) ที่หมิวบอกคุณหมอไปคือแค่อยากให้ปากดูอิ่มขึ้น อยากทาลิปสติกได้เนียนขึ้น ไม่อยากให้ลิปสติกตกร่อง

ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม?

เอาจริงๆตอนแรกต้องบอกก่อนว่าตอนแรกกล้าๆกลัวๆใจยังไม่ค่อยอยากฉีดปากเท่าไหร่เคยอ่านมาว่าเจ็บมาก และเรื่องการใช้ชีวิตว่าจะกินข้าวลำบากไหม แปรงฟันได้ไหม? แต่ทำเสร็จแล้วไม่เจ็บเลยหมิวไปกินข้าวต่อเลยค่ะไม่มีปัญหา

ข้อห้ามหลังฉีดปาก

คุณหมอมีข้อห้ามเบาๆคือห้ามไปจูบใครก่อน 1 วัน และห้ามถูปากแรงๆ รวมถึงอย่าเพิ่งใช้หลอดดูดน้ำอันนี้ไม่เป็นไรค่ะ ซึ่งหมิวไม่ติดข้อนี้ ไม่มีปัญหาค่ะ

มาดูรูปมุมข้างบ้าง เห็นเด่นสุดๆคือจมูก คุณหมอฉีดฟิลเลอร์จมูก ช่วงสันจมูกและปลายจมูก เพื่อให้หน้าดูมีมิติแล้วก็หวานขึ้น เพราะจมูกเดิมของหมิวคุณหมอบอกว่าสัดส่วนยังไม่สมดุลกับหน้า ถ้าฉีดให้จมูกดูยาวลงมาหน่อยจะช่วยให้หน้าหวานขึ้น แล้วก็ช่วยให้หน้าหมิวดูมีมิติขึ้นด้วยค่ะ

อัพเดต 1 วัน

สันจมูกเนียบรับกับจมูกเลย แทบดูไม่ออก แต่ปากยังบวมอยู่ ยังแอบเจ็บๆที่หน้าแก้มอยู่นิดๆตรงบริเวณที่ฉีดใต้ตาไปค่ะ

อัตเดต 3 วัน

ปากเริ่มยุบลงแล้วค่ะ รู้สึกว่าเริ่มได้ที่ ใต้ตาเติมขึ้น ไม่คล้ำ ตรงที่ฉีดไม่เจ็บแล้ว ในรูปแต่งหน้าบางๆ

อัตเดต 5 วัน

รู้สึกว่าเข้าที่ทุกส่วนแล้ว ปากหายบวมแล้ว ตาดูสดชื่นขึ้นเลย วันนี้หมิวทาลิปสติก รู้สึกได้ว่าทาง่ายกว่าก่อน เนียนไปกับปาก

อัตเดต 7 วัน

ถ้าดูเร็วๆเอาจริงๆดูไม่ออกนะ แต่พอเป็นตัวเองที่ส่องกระจกทุกวันบอกเลยว่าหน้าเป๊ะขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น คือแต่งน้อยลงได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาทาคอนซีลเลอร์ใต้ตาแล้วอันนี้ปลิ้มมากค่ะ และหมิวไม่ลงไฮไลท์หน้าแล้วเพราะแก้มสองข้างสูงเท่ากัน จมูกโด่งขึ้น ปากอวบอิ่มทาลิปสติกสวยขึ้น ตอนนี้ถ่ายรูปให้มุมไหนก็สวยถูกใจแล้วค่ะ


ปล. หมิวทำที่ Hertitude Clinic กับคุณหมออาร์มนะคะ เพื่อนๆคนไหนสนใจลองตามไปดูได้จ้า

ศัลยกรรมพลิกชีวิต Surgeryseefirst
ABOUT THE AUTHOR ศัลยกรรมพลิกชีวิต author