Trends&Update
อาหารราคาโหดกว่าแคล ทำไมถึงแพงขนาดนี้?
By
Beauty See First
|
UPDATE September 1, 2020
post-picture
Spread the love

เมนูอาหารที่เราอาจเห็นตามภัตตาคารหรือร้านอาหารระดับพรีเมียมหน่อย บอกเลยว่าบางเมนูราคาไม่ธรรมดา แต่ไม่ใช่เพราะร้านตั้งมาให้ดูแพงเล่นๆ นะ เพราะวัตถุดิบบางอย่างก็หายาก และต้องนำเข้ามาโดยเฉพาะจากต้นแหล่งเลย เพื่อความสดใหม่ และได้ตรงสายพันธุ์ ซึ่งจะมีเมนูอะไรบ้าง ตามมาชมเลยพร้อมลิสต์บอกแคลอรี่ให้ด้วยจ้า

ไข่ปลาคาเวียร์ (264 Kcal ต่อ 100 กรัม / ราคา 4,500 – 35,000 ต่อหนึ่งกระปุก)

คาเวียร์ (Caviar) จริงๆ ไม่ใช่เป็นชื่อชนิดของปลา แต่เป็นคำของภาษาเปอร์เซียแปลว่า ไข่ปลาที่ปรุงรส โดยส่วนใหญ่นำมาจากไข่ของปลาสเตอร์เจียน ที่สามารถพบได้มากกว่าบริเวณอื่นๆ คือที่ทะเลสาบแคสเปียน แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อร่อยติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ได้แค่อร่อยนะ ยังแพงสุดลูกหูลูกตาเพราะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าปลาจะมีไข่ ยิ่งถ้าได้ไข่ปลาคาเวียร์มาจากปลาเบลลูก้าสเตอร์เจียนยิ่งแพงมากอยู่ที่กิโลกรัมละแปดแสนกว่าบาทได้เลย แต่จะแบ่งขายเป็นแบบกระปุก มักจะทานโดยการใช้ช้อนตักเป็นคำเล็กๆ ทานคู่กับขนมปังกรอบ

สเต็กฟัวกราส์ (462 Kcal ต่อ 100 กรัม ราคา 2,500 – 3,500 บาทต่อกิโลกรัม)

ฟัวกราส์ (Foie gras) เป็นเมนูที่นิยมเอามาทำเป็นสเต็กซึ่งมาจากตับของเป็ดหรือห่าน และยังหาทานได้ง่ายในโซนยุโรป โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหากมองที่คุณค่าทางอาหารต้องบอกว่าเป็นเมนูที่มีไขมันค่อนข้างมาก แต่ก็มีเส้นใยอาหารด้วยเช่นกัน รสชาติจะมีความนุ่มนวล จนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แทบจะละลายในปาก ส่วนราคาก็ค่อนข้างสูง โดยในภัตตาคารดังๆ สเต็กหนึ่งจานอาจสูงเกือบหลักพันได้เลย นอกจากเรื่องรสชาติที่คนร่ำลือว่าอร่อยถูกปากแล้ว ความดราม่าของการได้มาซื้อตับสักชิ้นก็มีเรื่องราวอยู่ไม่น้อย เพราะตับที่จะถูกจัดจำหน่ายเอามาทำอาหารได้นั้น จะต้องมีชิ้นที่อ้วนกว่าของเป็ดหรือห่านทั่วไป จึงต้องถูกเลี้ยงให้อ้วนเกิน จนต่อมาก็มีหลายประเทศที่มีกฎหมายห้ามผลิตฟัวกราส์ และบางประเทศก็คิดค้นวิธีการเลี้ยงที่ไม่ทารุณสัตว์แล้วเช่นกัน

เนื้อวากิว (594 Kcal ต่อ 100 กรัม ราคา 25,000 ต่อกิโลกรัม)

เนื้อวากิว (Wagyu Beef) เป็นชื่อของสายพันธุ์วัว วากิวในประเทศญี่ปุ่นถือว่าโด่งดังมาก มีการแบ่งเป็นเกรดต่างๆ คือ A ถึง B และ 1–5 ซึ่ง A5 ถือว่าเริ่ดและเป็นที่นิยมของคนรักเนื้อตัวจริง มีไขมันแทรกเนื้ออย่างละเอียดคล้ายกับลายหินอ่อน และนุ่มมาก นิยมเอามาปิ้งย่างแบบเพรียวๆ โดยไม่ต้องนำมาปรุงผสมซอสใดๆ ซึ่งไม่ได้เกิดจากที่ตัวพันธุ์อย่างเดียวนะ แต่เกิดจากการเลี้ยงดูตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเลย วิธีเบื้องต้นคือ จะเลี้ยงให้วัวไม่เครียด ผ่อนคลาย ทานอาหารดีๆ ดูแลใส่ใจสุขภาพ ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ จึงไม่แปลกใจที่ราคาจะพุ่งสูงปรี๊ดดดดด แต่วากิวราคาก็จะลดลั่นตามเกรด เอาเป็นว่าหากพูดเป็นราคาเฉลี่ยนั้นจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 25,000 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตามร้านปิ้งย่างชาบูในไทยก็จะนิยมแบ่งขายเป็นกรัมจ้า

กุ้งล็อบสเตอร์ (162.7 Kcal ต่อ 113 กรัม ราคา 1,300 -1,800 บาทต่อกิโลกรัม)

ล็อบสเตอร์ (Lobster) คำว่า ล็อบสเตอร์เป็นภาษาโบราณ 2 คำรวมกัน ที่แปลว่า ตั๊กแตนและแมงมุม ด้วยหน้าตาที่มีตัวและขาที่คล้ายๆ นั่นเอง แต่ล็อบสเตอร์ เป็นสัตว์ทะเลน้ำเค็มที่มีขาเป็นปล้อง มีเนื้อแน่น และกัดได้เต็มปากเต็มคำ ถามว่าทำไมถึงแพง? เพราะล็อบสเตอร์นั้นค่อนข้างหายากด้วยหลายปัจจัย เช่น บางตัวอาจจะตายหลังจากลอกคราบ โตช้า ค่อนข้างจะอ่อนแอ รวมถึงฟาร์มที่จะเลี้ยงกุ้งชนิดนี้ก็เพาะพันธุ์ค่อนข้างยาก ต้องใส่ใจ การใช้วิธีการสั่งนำเข้ามาจึงอาจจะง่ายกว่า และเป็นกุ้งที่ได้จากธรรมชาติ ราคาจึงแพงนั่นเอง โดยบางที่อาจคิดแบบเหมาราคาทั้งตัว แต่บางที่ก็คิดเป็นกิโลกรัมจ้า

โอโทโร่ (184 Kcal ต่อ 100 กรัม ราคา 790 บาทต่อ 100 กรัม)

โอโทโร่ (Ootoro) เป็นเนื้อส่วนท้องของปลาทูน่าจากประเทศญี่ปุ่น จะเป็นส่วนท้องที่มีไขมันแทรกคล้ายกับลายหินอ่อนสลับกับเนื้อปลา และยังถูกใจคนรักซาซิมิและซูชิไม่น้อย เพราะเมื่อทานเข้าไปจะสัมผัสได้ว่าไขมันละลายอยู่ในปาก หวานฉุ่มช่ำ และอย่างที่บอกว่าโอโทโร่คือส่วนท้องที่มีไขมัน เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่ว่าปลาทูน่าทุกตัวจะมีส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะชิ้นที่มีลายหินอ่อนสวยงาม จะต้องเป็นปลาทูน่าที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 100 กิโลกรัมขึ้นไป คือตัวใหญ่มาก มักจะอยู่ตามทะเลลึก แน่นอนว่าราคาก็จะแพงตามนั่นเอง แต่เวลาเราจะทานก็ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งตัวนะจ๊ะ จะมีหลายร้านที่แบ่งขายเป็นกรัม หรือถ้าทานตามร้านอาหารญี่ปุ่นก็จะคิดเป็นต่อหนึ่งเสิร์ฟ ซึ่งถ้าเนื้อท้องลายสวยๆ ก็หลายร้อยอยู่เหมือนกัน

อูนิ (38 Kcal ต่อชิ้น ราคา 2,000 – 3,500 บาทต่อ 100 กรัม)

ไข่หอยเม่น หรืออูนิ (Uni) เวลาไปตามร้านอาหารญี่ปุ่นก็อาจจะเห็นเชฟทำมาในรูปแบบวางบนซูชิให้แล้ว หรือใส่บนกล่องไม้ แต่ถ้าต้นฉบับจริงๆ ไข่หอยเม่นนั้นจะอยู่ในเปลือกเป็นแฉกแหลมแข็งๆ สีดำ ใช้วิธีการจับทีละตัว ไม่ได้ใช้แห หว่านจับทีเดียว แล้วตัวไข่ที่เราพูดถึงอยู่นี้ก็คือส่วนของอัณฑะของเม่นทะเลตัวผู้ หรือรังไข่ของเม่นทะเลตัวเมีย รสชาติจะออกเค็มนิดๆ นุ่ม ละมุนหน่อยๆ สีออกเหลืองทอง แนะนำให้ทานอูนิสดนะจ้า มิฉะนั้นจะมีกลิ่นคาว ออกขมๆ และเละเกินไป และถ้าซื้อกลับมาทานเองเค้าจะนิยมแกะมาให้เรียบร้อย โดยแบ่งขายเป็นกรัมใส่กล่องไม้ เนื่องจากไข่หอยเม่นจะต้องแกะอย่างเบามือ ไม่งั้นเนื้อไข่อาจฉีกขาดได้ง่าย แต่หากทานที่ร้านเราแนะนำทานแบบซูชิเป็นคำๆ เพราะซูชิอูนิ ถือได้ว่าเป็นซูชิที่มีแคลอรี่น้อยกว่าชนิดอื่นๆ อยู่ที่ชิ้นละประมาณ 38 แคลอรี่เท่านั้น คนลดน้ำหนักก็ปลื้มปริ่มกันไป แต่ถ้ากินหลายชิ้นก็ตัวใครตัวมัน!!!

*ราคาคำนวณจากค่าประมาณ ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับพันธุ์และชนิดของอาหารอีกด้วย

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First editor