Trends&Update
Blursday อาการลืมวันลืมคืน ไม่ต้องแก่ก็เป็นได้
By
Beauty See First
|
UPDATE
post-picture
Spread the love

Blursday ไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นคำแสลงเกิดใหม่โดย Oxford Dictionary ในช่วงปี 2020 ที่มาจากการรวมคำว่า Blur+day เกิดขึ้นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโควิด 19 มากขึ้นจนต้องมีนโยบายการเปลี่ยนการทำงานที่ออฟฟิศมาเป็นทำงานที่บ้านแทน หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องกักตัวเป็นเวลานานก็เกิดอาการ Blursday ได้

มาทำความรู้จักอาการนี้กัน
ถ้าพูดง่ายๆ ให้คนไทยเข้าใจก็คือ อาการเบลอจากการทำอะไรมากไปหรือซ้ำซากจำเจจากสถานการณ์เหตุการณ์โลก โดยศัพท์คำนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คนต้องทำงานที่บ้าน หรือกักตัวอยู่แต่ที่เดิมๆ ตื่นมาก็ทำทุกอย่างแทบจะเหมือนเดิมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เราหลงลืมวัน ไม่สามารถแยกวันใดวันหนึ่งได้จากวันอื่น ในสัปดาห์นั้นๆ เช่น วันนี้เป็นวันธรรมดาหรือวันหยุด
โดยอาการนี้จะยิ่งรู้สึกมากขึ้นในช่วงที่ทำงานหนัก ไม่ได้ทำงานตามเวลาเหมือนอยู่ออฟฟิศ ทำให้เราทำงานไปเรื่อยๆ วันหยุดก็กลายเป็นวันทำงานได้ ไม่ได้ใช้เวลาที่ควรจะอยู่กับครอบครัวหรือดูแลตัวเอง กลับกลายเป็นความรู้สึกอึน เบลอๆ แทน มีความเครียด เวียนหัว รู้สึกเวลาเดินช้าหรือเร็วกว่าปกติได้

Blursday

สรุปง่ายๆ มันเป็นคำที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ทำให้เราต้องทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานานจนเบลอลืมวันไปหมด จากที่เคยมีตารางกิจกรรม กลับกลายเป็นการทำงานแบบไร้กรอบเวลา เกิดการทำงานที่ค่อยๆ เพิ่มความยาวนานขึ้นนั่นเอง

วิธีการลดอาการหรือลดโอกาสเกิด
• กำหนดเวลาทำงาน และเวลาพักผ่อน ช่วยได้มาก ถ้าเรารู้จักกำหนดเวลางานกับเวลาส่วนตัวอย่างชัดเจน เช่น กำหนดเลยว่าหลังเวลาเลิกงาน เราจะไม่เช็คงาน หรือสร้างตารางให้อยู่ในช่วงเวลาปกติเหมือนตอนทำงานที่ออฟฟิศ
• การได้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองก็ทำให้เราไม่เบื่อหน่าย ไม่อยู่แต่ในชุดนอน หรือชุดอยู่บ้านจำเจเกินไป
• การเขียนกิจกรรมลงปฏิทินก็ช่วยได้ นอกจากจะไม่ลืมวันแล้ว เราจะวางแผนได้ง่ายและชัดเจนขึ้น ไม่ดูว่างหรือแน่นเกินไป
• การสร้างกิจกรรมอื่นๆ ผ่อนคลายในช่วงวันหยุด หรือออกกำลังกายช่วงเวลาหลังเลิกงาน อย่างการวิ่ง โยคะ ปั่นจักรยาน จะทำให้เรามีสมาธิ มีสติ และยืดเหยียดร่างกายมากขึ้น ได้ทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากงาน ผ่อนคลายความเครียด

จากทั้งหมดที่ทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้ แน่นอนว่าการทำอะไรที่ตึงไปหย่อนไปก็อาจทำให้เบลอและเครียดได้ เพราะฉะนั้นหาจุดที่ลงตัวให้ชีวิต ทั้งทำงาน และไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เราอาจกำหนดไม่ได้ เพื่อบาลานซ์ชีวิตที่สมดุลยังไงล่ะทุกคน

ส่วนถ้าใครกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศแล้วเกิดอาการเวียนหัว คล้ายเป็นภูมิแพ้ มาลองเช็คดูว่าเราเป็นโรคตึกเป็นพิษรึเปล่า CLICK

Credit Source: mindful, npr
Photo: People photo created by wayhomestudio – www.freepik.com

Beauty See First
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator