Tips&How to
“สิวอุดตัน และ สิวอักเสบ” ต่างกันอย่างไร โพสต์นี้มีคำตอบ
By
Beauty See First
|
UPDATE April 24, 2020
post-picture
Spread the love

เรื่องสิวเป็นเรื่องที่เราสามารถหยิบมาเล่าได้เรื่อยๆ และสาวๆก็ส่งคำถามเข้ามาไม่หยุดจริงๆ อย่างล่าสุดมีเพื่อนสาวของเราอินบล็อกเข้ามาถามเรื่องการดูแลและรักษาสิวอุดตัน โดยบอกว่าตอนนี้เป็นสิวอุดตัน หัวหนอง และเจ็บมากๆ พอได้ยินคำว่าเจ็บมากเท่านั้นแหละ ถึงบางอ้อทันที “สิวอุดตันต้องไม่เจ็บนะคะ ถ้าเจ็บ คือ คุณกำลังเป็นสิวอักเสบ”

เลยคิดว่ายังมีหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสิวอุดตัน หรือ สิวอักเสบ ทำให้เลือกการดูแลและรักษาที่ไม่ถูกต้อง หายช้า สิวเกิดซ้ำซาก เพราะรักษาไม่ตรงจุด ฉะนั้นก่อนจะไปถึงวิธีดูแลผิวให้ไกลจากสิว เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ว่าจริงแล้ว สิวอักเสบและสิวอุดตัน ต่างกันอย่างไร

เราสิวเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน
สิวอุดตัน : เรียกเราว่าสิวไม่อักเสบก็ได้ เราหน้าตาดี และตัวเล็กกว่าสิวอักเสบ มีทั้งแบบอุดตันหัวเปิด สีดำๆ เป็นสิวเสี้ยน สิวหัวขาวบนผิว หรืออุดตันหัวปิด อุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราซ่อนตัวเก่ง และหายได้เองถ้าเธอไม่มายุ่งกับเรามาก เพราะเราไม่มีเชื้อ มีทั้งเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก หรือเป็นแบบสิวผด

สิวอักเสบ : เราหน้าตาไม่ค่อยดี และตัวใหญ่กว่าสิวอุดตัน แถมหน้าตาเราจะเปลี่ยนไปตามแต่ละอาการ ส่วนใหญ่จะมีสีเหลืองๆ หรือ ที่เรียกว่าหัวหนอง สีแดงๆ ที่เรียกว่าอาการอักเสบบนผิว ส่วนแบบไตๆ ที่พวกเธอรู้จักกันในชื่อสิวหัวช้างเราก็แปลงร่างเป็นแบบนั้นได้เหมือนกัน อยู่ที่ผิวของพวกเธอแต่ละคน และการโดนเชื้อแบคทีเรียมากน้อยต่างกันไป

สิวหนึ่งเกิดจากสิ่งสกปรก อีกสิวเกิดจากแบคทีเรีย
สิวอุดตัน :
เกิดจากไขมันส่วนเกินใต้ผิวจับรวมตัวกับสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง ฝุ่นควัน เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งเซลล์ผิวหนังของเราที่ตายแล้ว จนเกิดการอุดตันขึ้น มี 3 แบบที่เห็น คือ สิวอุดตันหัวดำ เป็นตุ่มนูนเล็กๆ มีจุดดำอยู่ตรงกลางของหัวสิว บีบกดได้ไม่เจ็บ เจอมากตรง สิวอุดตันไม่มีหัว อันนี้ไม่ควรไปกด ไม่แกะ เพราะอาจทำให้ไขมันที่อุดตันไหลย้อนกลับเข้าไปในผิวหนัง และกลายเป็นสิวอักเสบได้ ส่วนสิวอุดตันที่ไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะเกิดขึ้นเองและหายไปเองได้ แต่ถ้ามีอาการอักเสบล่ะก็จะกลายเป็นสิวประเภทอื่นตามมาได้ ฉะนั้นอยากไป บีบ แคะ แกะ เกา หรือกระตุ้นให้เกิดการอักเสบจะดีกว่าค่ะ

สิวอักเสบ : เกิดจากสิวอุดตัน ที่มีแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P.acnes) ไปกัดกิน กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และยังมีเอนไซม์ช่วยในการย่อยน้ำมันในตุ่มสิว ให้กลายเป็นกรดไขมันที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดการอักเสบ มักเกิดกับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้ามันมากเกินไป เกิดอาการอักเสบบริเวณรูขุมขนและต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยสิวอักเสบอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างรูขุมขนอุดตัน กรรมพันธุ์ รวมถึงฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าไม่ดูแลรักษาก็จะเกิดสิวเรื้อรัง รวมไปถึงอากาศร้อน เหงื่อออกสะสม การทานอาหารที่ไปกระตุ้นเชื้อแบคทีเรีย ก็จะอักเสบอักเสบได้เช่นกัน 

เราต่างกันที่ความรู้สึก “รำคาญ กับ เจ็บ”
สิวอุดตัน : เรียกให้ถูกต้องว่า “สิวไม่อักเสบ” เป็นสิวที่มีแต่ความรำคาญ ไม่มีความเจ็บ เช่น สิวเสี้ยนตรงจมูก สิวหัวขาว เวลาที่เราจับผิวแล้วรู้สึกผิวไม่เรียบ ปูดๆ จะเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก กด จับ สัมผัส จะไม่มีอาการเจ็บ นั่นแหละค่ะสิวอุดตัน หรือ สิวที่ไม่อักเสบ ไม่มีการติดเชื้อ เกิดจากการรวมตัวกันของเคราตินและไขมันบริเวณเหนือต่อมฟอลลิคูลาร์ แต่ถ้าติดเชื้อเมื่อไหร่เราจะกลายเป็นสิวอักเสบทันที รีบดูแลเราดีๆล่ะ

สิวอักเสบ : ปวด บวม แดง ร้อน หรือ เรียกง่ายๆว่ามีอาการ “เจ็บ” จากการมีเชื้อแบคทีเรีย(พีแอคเน่) คือ สิวอักเสบ ไม่ว่าจะหัวใหญ่มีหนอง หรือ หัวเล็กๆ ไม่มีหัวสิว เป็นไต สิวหัวช้าง อะไรที่จับแล้วมีอาการเจ็บ ก็คือเราเอง “สิวอักเสบ” แต่โดยส่วนใหญ่จะพบว่าสาวๆ มักเป็นสิวอักเสบที่มีหัวหนอง และแดงมากกว่า

ไม่อยากให้เราเกิดก็ต้องลองทำแบบนี้ดูนะ
สิวอุดตัน :
เน้นเรื่องพฤติกรรม ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ขจัดความมันส่วนเกิน ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการอุดตันรูขุมขน อย่างการเอามะเขือเทศมาพอกหน้า ไข่ขาวชุบสำลีพอกหน้า เพื่อลดความมัน ดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวหน้า และกระชับรูขุมขน ก็เป็นวิธีทางธรรมชาติ ที่สามารถทำควบคู่ไปกับการทำความสะอาด ล้างหน้าให้หมดจด และไม่เอามือที่ยังไม่ล้างไปสัมผัสผิวระหว่างวัน

สิวอักเสบ : อย่าทำอะไรที่กระตุ้นสิวอุดตันให้เกิดการอักเสบ ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันบนใบหน้า เพื่อลดการอุดตัน ไม่ทานอาหารที่ไปกระตุ้นฮอร์โมน หรือเพิ่มแบคทีเรียพีแอคเน่ ที่เป็นตัวการซึ่งทำให้เกิดสิวอักเสบ ต่างๆ ตลอดจน การบีบสิว กดสิว สัมผัสผิวที่เจอฝุ่นละอองความมันระหว่างวัน

แต่ถ้าเราเกิดแล้ว จะไล่เราไปก็ต้องอดทน
สิวอุดตัน :
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาสิวอุดตัน ต้องมีฤทธิ์ที่ช่วยในการสลายไขมันที่อุดตัน หรือชะลอการหลั่งน้ำมันส่วนเกินได้ เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอก อย่างกลุ่ม Benzoyl peroxide ลดการเกิดสิวอุดตัน ลดการอักเสบของสิว Retinoic acid ช่วยละลายหัวสิวอุดตัน ด้วยฤทธิ์ที่เป็นกรด ซึ่งทำให้ต่อมไขมันในรูขุมขนเล็กลงได้ การเกิดสิวอุดตันก็ลดลง และหายไวขึ้น

สิวอักเสบ : สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหมือนการรักษาสิวอุดตันได้ เพราะ สิวอักเสบเกิดจากการอุดตันด้วยเช่นกัน อาทิ กลุ่ม Benzoyl peroxide ใช้ก่อนล้างหน้า 5-15 นาที จะช่วยลดอาการอักเสบ ฆ่าแบคทีเรีย P.acnes ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ ใช้เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนัง ลดสิวอุดตัน และลดการอักเสบ ทั้งนี้อาจะเพิ่มเติมหลิตภัณฑ์ที่มีกรดไฮดรอกซี คือ กรดอ่อนชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิว เข้าไปจัดการต้นตอของปัญหาผิวได้ดี แค่นี้เรื่อวสิวๆ ก็จิ๋วไปเลยจ้า

มือปราบ “สิวอุดตัน และ สิวอักเสบ” 5 ตัวนี้เลย
1.Eucerin Pro Acne Solution (990 บาท) ลดรอยดำรอยแดงจากสิว พร้อมฟื้นบำรุงด้วย Salicylic acid ช่วยจัดการหัวสิว ลดสิวอุดตัน ควบคุมความมันได้ 8 ชม และลดการสะสมของแบคทีเรียก่อสิว P.Acnes ได้ถึงร่องรูขุมขน

2.Acne Aid Liquid Cleanser (915 บาท) คลีนเซอร์ล้างหน้าสำหรับผู้มีปัญหาสิว ช่วยชำระล้างความมัน สิ่งสกปรกไม่ทำร้ายผิว ลดสิวผด สิ่งอุดตัน ขจัดความมัน และสิ่งสกปรกในรูขุมขน

3.Clinique Anti-Blemish Solutions (1,100 บาท) ทรีทเม้นต์ควบคุมความมัน ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวของเซลล์ที่ตายแล้ว ช่วยควบคุมความมัน ลดการอุดตัน และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวที่เป็นสิว

4.Innisfree Bija Trouble Lotion (590 บาท) แก้ไขปัญหาสิว ด้วยส่วนผสมของน้ำมันสกัดเมล็ดจันทร์เทศจากเกาะเชจู และ Salicylic Acid สาวผิวมันใช้ได้ เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ช่วยลดอาการสิวอักเสบได้ดี

5.Benzac AC 5 (120 บาท) ใครเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบต้องรู้จักตัวนี้แน่นอน ใช้แต้มหัวสิวทิ้งไว้ก่อนล้างหน้าประมาณ 15-20 นาที ช่วยลดอาการอักเสบของสิวได้ แนะนำให้ใช้แบบ 5% ค่ะ เพื่อป้องกันการแพ้และการระคายเคือง

raweewan sahawisetchaichan
ABOUT THE AUTHOR Beauty See First administrator