- Advertisement -Newspaper WordPress Theme
Tips&How toผิวแพ้ง่าย VS ผิวระคายเคือง เข้าใจผิดมาตั้งนาน นึกว่าเหมือนกันซะอีก?!

ผิวแพ้ง่าย VS ผิวระคายเคือง เข้าใจผิดมาตั้งนาน นึกว่าเหมือนกันซะอีก?!

37-6073904

แพ้ง่ายและระคายเคือง เป็น 2 คำที่มักจะปรากฏอยู่ด้วยกันเสมอ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แต่แท้จริงแล้ว การมีผิวแพ้ง่าย กับ ผิวระคายเคือง ถึงจะคล้ายแต่ก็มีความแตกต่างอยู่ ซึ่งการระบุความแตกต่างของผิวทั้ง 2 ชนิดได้ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับอาการต่าง ๆ รวมถึงป้องกันผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก่อนอื่นเราอย่างให้สาวๆ ทำความเข้าใจก่อนว่า ผิวหนังของแต่ละคนนั้นย่อมมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะในเชิงของโครงสร้างชั้นผิวที่มีความแข็งแรงไม่เท่ากัน กิจกรรมหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน ทั้งหมดล้วนส่งผลทำให้ผิวมีปฏิกิริยาต่อสารหรือปัจจัยที่มากระทบแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการแพ้หรือการระคายเคืองที่เกิดขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกับผิว จึงไม่ใช่สิ่งที่สังเกตเอาจากคนรอบข้างอย่างเดียวได้ แต่ต้องทำความเข้าใจและทดสอบด้วยตนเอง

ที่มาของของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย เกิดจากอาการแพ้ (Allergic Reaction / Allergy) ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ เป็นสิ่งที่ติดตัวแต่ละคนมาตั้งแต่เกิด เรียกว่าเป็นหนึ่งในประเภทผิวก็ได้ เช่น บางคนผิวมัน บางคนผิวแห้ง และก็คือคนบางส่วนที่มีลักษณะผิวแพ้ง่าย ซึ่งสำหรับคนที่มีสภาพผิวในกลุ่มนี้จะไวต่อการถูกกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าสภาพผิวชนิดอื่นๆ และมีความจำเพาะที่ต่างกันไปในแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น นางสาว A มีอาการแพ้ต่อสารชนิด C ในขณะที่นางสาว B มารถใช้สาร C ได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งคนที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายจะมีสภาพผิวนี้ติดตัวไปตลอดชีวิตไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้

ผิวระคายเคือง เกิดจากอาการระคายเคืองผิว (Sensitizing Reaction / Irritation) ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นสภาวะที่ผิวบอบบางจากการทำร้ายของปัจจัยต่างๆ เช่น มลภาวะ ความเครียด พักผ่อนน้อย การทำเลเซอร์ซึ่งทำให้ผิวชั้นนอกอ่อนแอ แสงแดด และสารเคมีต่างๆ อย่างพวก พาราเบน กรดผลไม้ น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นแค่ในบางช่วงเวลาหนึ่งที่ถูกกระตุ้นเท่านั้น

อาการของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย อาการแพ้ที่เกิดขึ้นอาจสร้างความเสียหายลึกลงไปถึงผิวชั้นกลาง (Dermis) ได้ และส่วนมากจะมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรง ลักษณะอาการทั่วไปที่ปรากฏ คือ ผื่นแดง ผิวแห้งคัน บวมแดง แสบร้อน ผิวหนังอักเสบ ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อบนว่าอาการแพ้นั้นเป็นอาการที่จำเพาะและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลจึงเป็นอาการที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ต้องอาศัยการทดสอบใช้ดูก่อนถึงจะรู้ว่าแพ้หรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถสังเกตเอาจากผลการใช้ของผู้อื่นได้

ผิวระคายเคือง อาการระคายเคืองมักเกิดขึ้นเมื่อผิวชั้นนอกขาดความสมบูรณ์และชุ่มชื่น อายุที่มากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยอาการระคายเคืองจะมีความคล้ายคลึงกับอาการแพ้ คือรู้สึกคัน แสบแดง แห้งลอก แต่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า และยังเป็นอาการที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เพราะเป็นอาการที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลเหมือนๆกันกับคนส่วนใหญ่ เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมอาจทำให้รู้สึกคัน ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงได้ด้วยการอ่านส่วนผสมบนฉลากผลิตภัณฑ์

ความแตกต่างของผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย โดยข้อสังเกตุที่เด่นชัดของอาการแพ้ คือ เมื่อล้างผลิตภัณฑ์ออกไปแล้ว อาการจะยังไม่ดีขึ้นทันที และหากกลับมาใช้เครื่องสำอางนั้นอีก อาการก็จะกลับมาอีก และหากเราแพ้สารชนิดใดไม่ว่าจะทาลงบนส่วนใดของร่างกาย ผิวหนังก็จะแสดงอาการแพ้ออกมา อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คล้ายกับคนที่แพ้อาหาร เช่นคนแพ้กุ้ง เป็นภาวะจากร่างกายที่แพ้อาหารชนิดนี้ ทำให้ทุกครั้งที่ทานกุ้งก็จะเกิดอาการแพ้ทันที

ผิวระคายเคือง ข้อสังเกตของอาการระคายเคือง คือ เมื่อล้างผลิตภัณฑ์ออกจะพบว่าอาการดีขึ้น และไม่ได้มีอาการทุกครั้ง ที่สำคัญคือ อาการจะเกิดขึ้นกับผิวบางส่วนของร่างกายเท่านั้น ไม่แสดงอาการกับทุกส่วนเหมือนกันอาการแพ้ เช่น ครีมที่ผสมน้ำหอมอาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองแต่สามารถใช้ทาผิวกายได้โดยไม่มีอาการใดๆ

ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่

  • หลายครั้งเมื่อเราพบว่าผิวหนังมีอาการ คัน หรือแดง จากการใช้ผลิตภัณฑ์ ก็มักจะเข้าใจไปว่าเรามีผิวแพ้ง่าย แต่ที่จริงแล้ว 80 – 90 %  คือ ผู้ที่มีอาการระคายเคืองผิว ในขณะที่มี 10 – 20 % เท่านั้น ที่มีผิวแพ้ง่ายจริง ๆ
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย. ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าเราจะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นโดยไม่แพ้
  • ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติก็สามารถทำให้ผิวแพ้ได้ เพราะการแพ้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
  • ผลิตภัณฑ์อาจไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในครั้งแรกที่ใช้ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ กลับทำให้เกิดการระคายเคืองขึ้นมา เนื่องจากการสะสมของสารระคายเคือง
  • คนผิวแห้งมีโอกาสเกิดการระคายเคืองผิวง่ายกว่าผิวประเภทอื่น เนื่องจากขาดชั้นน้ำมันเคลือบผิวที่จะช่วยปกป้องผิวจากสารก่อระคายเคือง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราแพ้สารอะไรบ้าง?

เพราเป็นอาการที่มีความจำเพาะต่อตัวบุคคลเลยคาดเดาจากผู้อื่นไม่ได้ แต่สามารถทดสอบเพื่อระบุสารหรือตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งในปัจจุบันนิยมกันอยู่ 2 วิธี ได้แก่

1. ทดสอบด้วยตัวเอง สามารถทำได้โดยการทาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบบริเวณท้องแขนทั้ง 2 ข้าง ทั้งเช้าและเย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน หากไม่ปรากฎอาการใดๆ ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นกับใบหน้าได้

2. ทดสอบด้วยแผ่นทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังชนิดผื่นแพ้สัมผัส (Patch Test) วิธีการนี้อาจต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการทดสอบ วิธีนี้จะช่วยให้สามารถระบุสารก่อภูมิแพ้ที่แม่นยำ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารชนิดนั้นได้

การรักษาผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคือง

ผิวแพ้ง่าย ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง การรักษาควรอยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิด

ผิวระคายเคือง หลีกเลี่ยงการใช้สารหรือสภาวะที่อาจกระตุ้นการระคายเคืองก็พอแล้ว

ขอของคุณข้อมูลบางส่วนจาก โรงพยาบาลผิวหนังอโศก

Subscribe Today

GET EXCLUSIVE FULL ACCESS TO PREMIUM CONTENT

SUPPORT NONPROFIT JOURNALISM

EXPERT ANALYSIS OF AND EMERGING TRENDS IN CHILD WELFARE AND JUVENILE JUSTICE

TOPICAL VIDEO WEBINARS

Get unlimited access to our EXCLUSIVE Content and our archive of subscriber stories.

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Latest article

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme